โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ศุภจี' เชิญกระทรวงอุตฯ-มหาดไทย ถกช่วย SMEs-ค่าครองชีพประชาชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 05.29 น.
ศุภจี สุธรรมพันธุ์

ศุภจี เชิญกระทรวงอุตสาหกรรม-มหาดไทย ถกช่วย SMEs-ค่าครองชีพประชาชน ก่อนชงมาตรการเข้า ครม. สัปดาห์หน้า เผยดึงผู้เชี่ยวชาญนั่งทีมที่ปรึกษาแก้วิกฤตซ้อนวิกฤต

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้เดินทางเข้ามายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อสักการะศาลพระภูมิ และศาลตายาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่าไม่ได้ขอพรอะไร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้กับประเทศชาติและประชาชน และถ้าทำได้ เต็มที่แล้วก็ขอให้ช่วยอำนวยพรให้สามารถทำได้ตามสิ่งที่อธิษฐานเอาไว้

เมื่อถามว่า การทำงานรอบนี้น่าจะมีแรงกดดันมากกว่ารอบแรกรู้สึกอย่างไร นางศุภจีกล่าวว่า เป็นธรรมดา เพราะช่วงนี้กำลังเจอวิกฤตหลายวิกฤตซ้อนกัน ดังนั้นต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับรูปแบบการทำงาน ซึ่งตอนแถลงนโยบายบอกแล้วว่าจะมีการทำงานในรูปแบบของคลัสเตอร์และบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า นางศุภจีระบุว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการ 2-3 เรื่องคือการดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์พยายามดูคือสินค้าที่เป็นสินค้าควบคุม และสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในกรณีหากมีการขยับตัวของราคาก็จะต้องไปควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกลไกที่เป็นธรรมกับทั้งประชาชน และผู้ประกอบการ

ขณะเดียวกันจะมีการนำสินค้าราคาพิเศษภายใต้ “โครงการไทยช่วยไทย” ที่ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นมาร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ยังได้มีการขยับ SMEs เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มการขาย ผ่านการค้าปลีก-ค้าส่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยเสริมศักยภาพ SMEs ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากระทรวงพาณิชย์ดูแลในเรื่องของค่าครองชีพ รวมถึงการปรับโครงสร้างเพื่อให้ SMEs หรือผู้ประกอบการรายเล็กสามารถอยู่ได้ในสภาพเศรษฐกิจที่มีลักษณะแบบนี้

ขณะเดียวกันจะต้องดูแลในเรื่องของการส่งออกที่ขณะนี้ตึงตัว เช่น ที่ตะวันออกกลางเราส่งออกไปประมาณ 20% แต่ขณะนี้เกิดการชะงักงัน ทำให้เราส่งไปได้ยากมากขึ้น จึงต้องหาตลาดเพิ่มเติม ทางกระทรวงพาณิชย์จึงมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้เรายังคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้

นางศุภจีกล่าวอีกว่า ขอเป็นกำลังใจให้เราช่วยกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน ซึ่งหากจุดไหนที่กระทรวงพาณิชย์สามารถทำได้ ก็ยินดีที่จะรับคำชี้แนะ ดังนั้นขอให้ส่งข้อความหรือคำแนะนำมา เรายินดีที่จะทำ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

นางศุภจีเปิดเผยต่อว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ จะเชิญกระทรวงอุตสาหกรรม มาหารือต่อเนื่องเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก พร้อมเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิล เพราะเราไม่ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะวางโครงสร้างในระยะยาวไว้ด้วย

จากนั้นจะเป็นการเชิญ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง รมช.มหาดไทย และคนที่ดูแลกรมพัฒนาชุมชน มาหารือเรื่องการกระจายตัวสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งต้องอาศัยแรงของท้องถิ่น ทั้งอำเภอและตำบล จะได้สามารถที่จะต่อยอดสินค้า SMEs ด้วย รวมถึงเป็นการขยาย “โครงการไทยช่วยไทย” ให้ครอบคลุมได้ทั่วประเทศอย่างมียุทธศาสตร์สำคัญร่วมกัน

ส่วนการตั้งที่ปรึกษาจะสร้างความเชื่อมั่นอย่างไรได้บ้าง นางศุภจีกล่าวว่า ในมุมของมิติการทํางานมีหลากหลายมิติ อย่างด้านการส่งออกจะต้องเน้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ได้มีการทํางานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว เพราะเรามองว่าภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ต้องประสานกันไป

ขณะเดียวกันประเทศไทยต้องเข้าใจด้วยว่าตลาดไหนที่ไทยมีโอกาส ตลาดไหนต้องควรระวัง และตลาดไหนต้องปรับตัวอย่างไร ดังนั้นการที่เรามีที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะภูมิภาค เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีน ที่มีการประกาศแผนเศรษฐกิจ 5 ปี มีความซับซ้อนในนั้น

เราจึงต้องปรับตัวอย่างยิ่ง และต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยเราในเรื่องสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลัก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับอินเดีย เพราะถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านยุโรปที่จะช่วยเราในเรื่องของการเจรจาทางการค้า เราถึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายที่ช่วยดูในเรื่องแบบนั้น

นางศุภจีกล่าวด้วยว่า ในส่วนที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี จะเป็นเรื่องของสินค้าเกษตร การดูแลภายในประเทศ โดยจะมีทั้ง นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์มาแล้ว และยังมีผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเกษตร การแปรรูป และเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหลากหลายมุมเพื่อช่วยเติมนโยบาย เพราะเราไม่สามารถจะตอบโจทย์ที่มีหลากหลายมิติได้ด้วยตัวเอง

นางศุภจีย้ำว่า ในส่วนกระทรวงพาณิชย์ เราทราบว่า มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการอย่างมากในช่วงนี้ คือเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งปัจจุบันกรมการค้าภายในมีกําลังอยู่ไม่เพียงพอ จึงต้องมีการปรับทีมภายใน โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ช่วยส่งข้าราชการที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วย เพื่อให้เราสามารถตอบสนองและดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งมีการปรับทั้งในกระทรวงและทีมที่ปรึกษาเพื่อให้ครบถ้วนมากขึ้น ทําให้สามารถตอบโจทย์วิกฤตซ้อนวิกฤตไปพร้อม ๆ กัน

ต่อจากนั้น นางศุภจีได้เยี่ยมชมห้องทํางานสื่อมวลชน พร้อมระบุว่า อยากให้มีการปรับการทํางาน และการแถลงข่าว ฉะนั้น หากมีประเด็นอะไรที่สื่อมวลชนต้องการเป็นพิเศษ ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะมานั่งอธิบาย หรือส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ข้อมูล เพราะไม่อยากให้ไปดักตามบันไดอาคาร อยากให้นั่งฟังกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ศุภจี’ เชิญกระทรวงอุตฯ-มหาดไทย ถกช่วย SMEs-ค่าครองชีพประชาชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...