โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เหนือ-อีสาน-กลาง รับมือพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. 69

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 12.21 น. • The Bangkok Insight

ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เหนือ-อีสาน-กลาง เตรียมปฏิบัติการแผนเผชิญเหตุรับมือพายุฤดูร้อนห้วง 16-20 เม.ย. 2569 ควบคู่ปฏิบัติการแก้ฝุ่น และดูแลประชาชนเดินทางกลับไปทำงานหลังหยุดสงกรานต์

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศเมื่อเวลา 05.00 น. วันนี้ พบว่า ห้วงวันที่ 16-20 เม.ย. 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่

พายุฤดูร้อน

ทั้งนี้ จะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นภาคตะวันออก ด้านตะวันออกของภาคกลาง และภาคเหนือ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีกำลังแรงขึ้น

ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด และค่าฝุ่นละอองในระยะนี้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการสะสมของฝุ่นละอองหรือหมอกควันอยู่ในเกณฑ์เกินมาตรฐาน เนื่องจากความหนาแน่นของจุดความร้อนบริเวณภาคเหนือและบริเวณใกล้เคียงมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศ

นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เพื่อให้การรับมือสถานการณ์พายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในห้วงวันที่ 16-20 เม.ย. 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เฝ้าระวัง ติดตามสภาพอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ร่วมกับหน่วยงานของกรมอุตุนิยมวิทยาในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ให้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งส่วนกลางประจำภูมิภาค ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ทำการตรวจตราความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า สิ่งก่อสร้าง ไม้ยืนต้นตามถนน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ หากพบว่าไม่ปลอดภัย ให้ปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรง และเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย บุคลากรและทรัพยากรต่าง ๆ พร้อมออกให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ที่สามารถดำเนินการได้ทันที ตามแผนเผชิญเหตุที่ได้ซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง และให้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ แจ้งเตือนเกษตรกรเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย

นอกจากนี้ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง ยังคงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นต่อเนื่องตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งการประกาศปิดป่า การประกาศห้ามเผา การจับกุมผู้กระทำผิด โดยเจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติการทุกด้าน เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด

ในวันนี้ ยังอยู่ในช่วง 7 วันอันตรายห้วงสงกรานต์ 2569 และเป็นวันหยุดต่อเนื่องวันสุดท้ายของส่วนราชการและภาคเอกชนหลายหน่วยงาน จึงทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับสู่กรุงเทพมหานคร รวมถึงจังหวัดที่จะต้องกลับไปทำงาน

ดังนั้น กระทรวงมหาดไทย โดยการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ได้จัดจุดบริการประชาชน และด่านชุมชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถแวะพักหรือติดต่อสอบถามเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมให้ความช่วยเหลือ ควบคู่การรณรงค์มาตรการที่สำคัญ คือ ดื่มไม่ขับ พักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด

ขณะที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมันมีเพียงพอกับประชาชนทุกเส้นทาง โดยประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุสาธารณภัยทุกประเภทได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่สแตนบายและประสานงานพร้อมออกปฏิบัติการทันที 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...