โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พรรคประชาชนสับ พ.ร.ก. กู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน ตั้งข้อสังเกตไร้รายละเอียด ย้ำการยื่นศาล รธน. ตีความคือกลไกสภา ไม่ใช่นิติสงคราม

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พรรคประชาชนสับ พ.ร.ก. กู้เงินแก้วิกฤตพลังงาน ตั้งข้อสังเกตไร้รายละเอียด ย้ำการยื่นศาล รธน. ตีความคือกลไกสภา ไม่ใช่นิติสงคราม

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต ภายหลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ

โดยระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีความยาวเพียง 5 หน้ากระดาษ และปราศจากรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการกู้เงินหรือรายละเอียดของโครงการที่จะนำไปใช้จ่าย ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการขอสินเชื่อทั่วไปที่ต้องมีเอกสารประกอบอย่างรัดกุม ตลอดจนแตกต่างจาก พ.ร.ก. กู้เงินในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่มีกลไกการกลั่นกรองชัดเจน โดยมีเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เป็นประธาน

ศิริกัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตถึงโครงสร้างการบริหารจัดการเงินกู้ก้อนนี้ว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ปลัดกระทรวงการคลังทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการแทนเลขาธิการสภาพัฒน์ ในขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ซึ่งสังกัดกระทรวงการคลังเช่นกัน รับหน้าที่ประเมินโครงการ โครงสร้างดังกล่าวส่งผลให้กระทรวงการคลังมีบทบาทซ้ำซ้อน ทั้งในฐานะผู้กู้เงิน ผู้กลั่นกรองโครงการ และผู้ตรวจสอบประเมินผลเบ็ดเสร็จในกระบวนการเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใส

นอกจากนี้ บัญชีแนบท้ายของ พ.ร.ก. ยังระบุกรอบการใช้จ่ายไว้ในลักษณะที่กว้างขวาง โดยในส่วนของแผนการเยียวยาที่ระบุว่าจะครอบคลุมเกษตรกรและผู้ประกอบการนั้น พบว่าเพียงแค่โครงการไทยช่วยไทยพลัส โครงการเดียว ก็ใช้งบประมาณสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบทั้งหมดของวงเงินในส่วนนี้

ขณะที่แผนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ก็มีการตีความขอบเขตครอบคลุมไปถึงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงาน ทำให้ฝ่ายค้านเกิดคำถามถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการบรรจุโครงการเหล่านี้ไว้ในกฎหมายกู้เงินพิเศษ จึงเป็นที่มาของการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

สำหรับข้อกังวลของสังคมที่ว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นการสกัดกั้นหรือทำให้รัฐบาลไม่สามารถนำเงินมาเยียวยาประชาชนได้หรือไม่นั้น

รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขอยืนยันว่า รัฐบาลยังคงสามารถเดินหน้ากู้เงินเพื่อนำมาเยียวยาประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาล เนื่องจากการยื่นคำร้องดังกล่าวจะมีผลเพียงแค่การชะลอกระบวนการอนุมัติจากรัฐสภาออกไปไม่เกิน 60 วันเท่านั้น และถึงแม้ในท้ายที่สุดศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. บางส่วนขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผลกระทบก็อาจจะจำกัดอยู่เพียงแค่แผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่กระบวนการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์รูปแบบการแจกเงินเยียวยาของรัฐบาล ที่ถูกมองว่ามีลักษณะสุ่มหรือเกือบถ้วนหน้า จนอาจทำให้ผู้ที่เดือดร้อนจริงบางส่วนตกหล่นนั้น นางสาวศิริกัญญามองว่า ประเด็นนี้ควรใช้กลไกการตรวจสอบและคัดค้านผ่านระบบรัฐสภา มากกว่าการดึงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาแทรกแซงการบริหารงาน

ศิริกัญญา ได้กล่าวย้ำถึงเจตนารมณ์ของพรรคประชาชนว่า การยื่นคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้านในครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจตามปกติในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อตรวจสอบว่าการออกกฎหมายระดับ พ.ร.ก. ของฝ่ายบริหาร ขัดต่อหลักการในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งถือเป็นขอบเขตอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง

บริบทนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับพฤติกรรมของกลุ่มนักร้องเรียนที่มักยื่นเรื่องให้ศาลตีความอย่างพร่ำเพรื่อ เพื่อขยายขอบเขตอำนาจศาลและใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง หรือที่เรียกว่านิติสงคราม จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า พรรคประชาชนจะไม่เข้าร่วมในกระบวนการที่บิดเบี้ยวเหล่านั้น และจะยังคงยึดมั่นในการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ภายใต้หลักการประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอย่างตรงไปตรงมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...