วันนี้ที่รอคอย! “ทักษิณ” พักโทษ รอปล่อยตัวเช้า 11 พ.ค. ครอบครัว-มวลชน แห่รับ
สิ้นสุดการรอคอยกว่า 8 เดือน หลังกำแพงเรือนจำกลางคลองเปรม ในที่สุด พรุ่งนี้เช้า วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จะเป็นวันที่อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 "ทักษิณ ชินวัตร" จะได้รับการปล่อยตัว เพื่อคุมประพฤติ หลังได้รับสิทธิพักการลงโทษ
สถานการณ์บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน ในวันนี้ (10 พ.ค.) คึกคัก และเนืองแน่นไปด้วยมวลชนคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัด ที่เดินทางมาปักหลักกางเต็นท์ ปูเสื่อค้างคืน เพื่อรอต้อนรับ ให้กำลังใจอดีตนายกฯ ในดวงใจของพวกเขา
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า 54 นาย และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่นำแผงเหล็กมาจัดระเบียบพื้นที่ ทั้งนี้ สน.ทุ่งสองห้อง ได้ประกาศเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางจราจรบริเวณดังกล่าวแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญ เมื่อสมาชิกครอบครัวชินวัตรแบบพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย โอ๊ค พานทองแท้, เอม พินทองทา และ อิ๊งค์ แพทองธาร พร้อมด้วยคู่สมรส ได้เดินทางเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ซึ่งถือเป็นการเยี่ยมญาติครั้งที่ 61 และเป็น "การเยี่ยมครั้งสุดท้าย" ก่อนที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกันข้างนอก
หลายคนตั้งคำถามถึงเกณฑ์การพักโทษในครั้งนี้ ทางกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ได้ออกเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า “ทักษิณ” ผ่านเกณฑ์ "พักการลงโทษกรณีทั่วไป" อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลประกอบดังนี้
-รับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 (หรือ 8 เดือน จากโทษ 1 ปี)
-เข้าเกณฑ์ผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไป
-ผลการประเมินความเสี่ยงในการทำผิดซ้ำอยู่ในเกณฑ์ "ค่อนข้างน้อย"
กรมราชทัณฑ์ได้สยบข่าวลือเรื่องการทำผิดวินัย โดยยืนยันชัดเจนว่า ตลอดเวลา 7 เดือน 28 วันที่ถูกคุมขัง ไม่ปรากฏว่า “ทักษิณ” กระทำผิดวินัยใดๆ ในเรือนจำ การพิจารณาครั้งนี้ จึงเป็นการใช้มาตรฐานเดียวกับผู้ต้องขังทั่วประเทศ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใครเป็นพิเศษ
แม้ “ทักษิณ” จะได้ก้าวออกจากเรือนจำ แต่ก็ยังถือว่าไม่ได้มีอิสรภาพแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะคณะอนุกรรมการฯ มีมติชัดเจนว่า อดีตนายกฯ จะต้องเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติต่อไปอีก 4 เดือน และ "มีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว หรือ กำไล EM" ไปจนกว่าจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569
สำหรับสถานที่พักอาศัยระหว่างการคุมประพฤติ “วิญญัติ ชาติมนตรี” ทนายความ ได้ยื่นขอใช้ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 เป็นสถานที่พักอาศัย ซึ่ง “ทักษิณ” จะต้องรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดอย่างเคร่งครัด แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวว่า อาจจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องติดกำไล EM เพราะอายุเกิน 70 ปี แต่ท้ายที่สุด มติก็ออกมาว่าต้องติดกำไล EM ตามขั้นตอนปกติ
และแม้จะผ่านพ้น "คดีชั้น 14" และได้รับการพักโทษในคดีหลักแล้ว แต่อดีตนายกฯ ทักษิณ ยังมีวิบากกรรมทางกฎหมายลูกใหญ่รออยู่เบื้องหน้า นั่นคือ คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 สืบเนื่องจากการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ในอดีต ซึ่งแม้ศาลชั้นต้นจะเคยยกฟ้องไปแล้ว แต่เมื่อปลายปี 2568 ศาลอาญามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของอัยการ ทำให้ “ทักษิณ” จะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการต่อสู้ในชั้นศาลอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นคดีสำคัญที่คอการเมืองและสังคมต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดต่อไป
ค่ำคืนนี้ บนถนนงามวงศ์วาน จะเป็นค่ำคืนที่ยาวนานสำหรับมวลชนที่มารอคอย พรุ่งนี้เช้าเวลา 07.45 น. ประตูเรือนจำกลางคลองเปรม จะเปิดออก พร้อมกับการก้าวเข้าสู่สถานะ "ผู้ถูกคุมประพฤติ" ของ “ทักษิณ ชินวัตร”
ภาพประวัติศาสตร์การเมืองไทยกำลังจะถูกบันทึกใหม่อีกครั้ง ก้าวต่อไปของอดีตผู้นำประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของไทย จะส่งแรงกระเพื่อมต่อทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปแบบห้ามกะพริบตา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews