‘CPALL’ ดีแล้ว ดีได้อีก ! การเติบโตยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญต้นทุนด้านพลังงาน
The Bangkok Insight
อัพเดต 12 เม.ย. เวลา 01.51 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. เวลา 01.51 น. • The Bangkok InsightCPALL ดีแล้ว ดีได้อีก ! การเติบโตยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญต้นทุนด้านพลังงาน คาดกำไร CPALL ไตรมาส 1/69 สูงกว่า 8,000 ล้านบาท
ถ้าจะมองหาหุ้นค้าปลีกสินค้ากลุ่มอุปโภค-บริโภค (Consumer Stapple) ของไทยที่โดดเด่นและน่าสนใจในเวลานี้ เชื่อว่าชื่อของCPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)น่าจะยังคงอยู่ใน Watchlist ของหลายคนแน่นอน
ทั้งนี้ CPALL ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และให้สิทธิแก่ผู้ค้าปลีกรายอื่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และลงทุนในธุรกิจสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ อาทิ ผลิตและจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปและเบเกอรี่ ตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก และศูนย์การค้า
สำหรับความน่าสนใจ คือ CPALL ยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดูแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน โดยสภาพอากาศที่ร้อนคงเป็นปัจจัยหนุนกำไรไตรมาสแรกเติบโต ขณะที่ Valuation ก็เด่นสุดในกลุ่ม Consumer Stapple ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายด้วย PE ปี 2569 เพียง 13 เท่า
คาดกำไร CPALL ไตรมาส 1/69 สูงกว่า 8,000 ล้านบาท
บทวิเคราะห์ บล. บัวหลวงคาด CPALL จะรายงานกำไรหลักในไตรมาส 1/2569 ที่ประมาณ 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 10% QoQ หนุนโดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ 7-Eleven คิดเป็น 61% ของกำไรก่อนหักภาษี พร้อมประเมินว่าอัตรากำไรเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ 7-Eleven จะอยู่ที่ 1.2% ขณะที่อัตรากาไรขั้นต้นของ 7-Eleven น่าจะขยายตัวจากสัดส่วนยอดขายสินค้ากลุ่มอาหารพร้อมทานและเครื่องดื่ม
ยอดขายรวมคาดอยู่ที่ 258,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 2% QoQ หนุนโดยการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมของ 7-Eleven และ makro ในขณะที่คาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ Lotus’s จะทรงตัว สำหรับ 7-Eleven ประเมินจำนวนลูกค้าเฉลี่ยที่ 975 คนต่อสาขาต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 963 คนในไตรมาส 1/2568 จากอากาศที่ร้อนขึ้น โดยมูลค่าการใช้จ่ายต่อบิลคาดอยู่ที่ 88 บาท
บทวิเคราะห์ บล. พายคาดการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven อยู่ที่ 1.0% ในไตรมาส 1/2569 หนุนจากสภาพอากาศร้อนขึ้น เม็ดเงินสะพัดช่วงการเลือกตั้งสินค้าใหม่ และการขยายเวลาจาหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยขยายให้สามารถจำหน่ายได้ในช่วงเวลา 14:00 - 17:00 น. เพิ่มเติมจากเดิมทาให้ขายได้ต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 11:00 - 24:00 น.
ทั้งนี้ CPALL จะรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 1/6259 ในช่วงวันที่ 13 พ.ค. 2569
ราคาพลังงานที่แพง เริ่มกระทบไตรมาส 2
ในไตรมาส 2/2569บล. บัวหลวงวิเคราะห์ว่า CPALL จะเผชิญผลกระทบเต็มไตรมาสจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดยต้นทุนขนส่งคิดเป็นประมาณ 1.5-2% ของรายได้ ในกรณีเลวร้ายที่สุดที่บริษัทไม่สามารถส่งต่อภาระต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นไปยังซัพพลายเออร์ได้ ผลกระทบที่ตามมาคือการปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกๆ 10 บาทต่อลิตร จะส่งผลให้ประมาณการกำไรหลักปี 2569 ลดลงราว 2.6%
อย่างไรก็ตาม คาดว่า CPALL จะสามารถรับมือแรงกดดันบางส่วนได้ผ่านการควบคุมต้นทุนที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีมาตรการที่สำคัญ ได้แก่ การปรับอุณหภูมิภายในร้านการลดการใช้แสงสว่างในช่วงเวลาที่มีลูกค้าน้อย และการเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางขนส่งจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังสาขา
ในด้านยอดขาย คาดว่าอุปสงค์น่าจะได้แรงหนุนจากอากาศที่ร้อนกว่าช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. ปีที่แล้ว ขณะที่ราคาสินค้าบางรายการมีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นตามต้นทุน ดังนั้น คาดว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะเร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 1/2569 จะกลบผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทาให้กำไรหลักยังสามารถเติบโตได้ โดยประมาณการกำไรหลักปี 2569 ที่ 29,500 ล้านบาท เติบโต 4% จากปี 2568
คําแนะนํา “ซื้อ” Valuation เด่น
มุมมองจากบทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส แนะนำ “ซื้อ” หุ้น CPALL ราคาเป้าหมาย 59 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Upside ประมาณ 25% เนื่องจากเป็นหุ้นที่น่าจะมีกําไรไตรมาส 1/2569 โตเด่นสุดในกลุ่มผู้จําหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยยังคงประมาณการกําไรปกติปี 2569 ไว้ตามเดิมที่ 32,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายด้วย PE ปี 2569 เพียง 13 เท่า ต่ำกว่าหุ้น Consumer Stapple อื่นๆ อย่าง BJC, CRC และ CPAXT ซื้อขายด้วย PE 13.7 - 16.1 เท่า
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- นักวิเคราะห์คาดกำไร 'CPALL' ไตรมาส 4
- เซเว่นฯ มอบรางวัล 'สโตร์ พาร์ทเนอร์ยอดเยี่ยม 2025'
- ซีพี ออลล์ ปักหมุดงาน OTOP CITY 2025 ปั้น 'สินค้าชุมชน' สู่ 'ไอเทมระดับประเทศ'
ติดตามเราได้ที่