“บอม ธนิน” เผย สาเหตุหายจากหน้าจอ พร้อมอัพเดท หมอสั่งผ่าข้อเท้าก่อนเดินไม่ได้
ทำเอาแฟนละครแอบคิดถึงกันไม่น้อย หลังพระเอกหนุ่ม “บอม ธนิน” หายหน้าหายตาจากจอไปพักใหญ่ ล่าสุดเจ้าตัวออกมาเคลียร์ชัดถึงสาเหตุที่ต้องเว้นวรรคงานในวงการ พร้อมอัปเดตอาการสุขภาพที่หลายคนเป็นห่วง
งานนี้หนุ่มบอมเผยแบบไม่กั๊กว่า สาเหตุหลักมาจากปัญหาข้อเท้าที่สะสมมานาน จนเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยแพทย์แนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน เพราะหากปล่อยไว้อาจรุนแรงถึงขั้นเดินลำบากในอนาคตซึ่งเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์ว่า…
การกลับมาเป็นโค้ชเทนนิส ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง? “ทั้งดู และศึกษาจากเฮดโค้ช อาจจะเป็นโชคดีที่ทางสปอร์ตคลับทีมจากเซอร์เบียมาทำโค้ช ผมได้เข้าไปอบรมอยู่เป็นเดือน ได้ความรู้ใหม่ๆ ด้วย”
ในวันที่เราประสบอุบัติเหตุคิดไหมว่าเราจะได้กลับมาทำสิ่งที่เราชอบ? “ไม่ค่อยคิด ใบสั่งคุณหมอ เขาบอกว่าอยากให้หยุดกีฬาทุกอย่าง ประเภทวิ่ง บาส บอล เทนนิส คุณหมอไม่อยากให้มาเล่นสักอย่าง ให้เหลือแค่ว่ายน้ำกับปั่นจักรยาน ที่คุณหมอไม่อยากให้เล่น เพราะว่าถ้าเกิดอาการบาดเจ็บอีกเอ็นมันจะขาดซ้ำแน่นอน แต่ด้วยเราเล่นมาตั้งแต่เด็กก็อยากเล่นเพียงแค่ลดความแรงลงให้ไม่เสี่ยงมาก”
ทำยังไงบ้างให้ร่างกายกลับมาเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์? “พักฟื้น ทำตามที่คุณหมอสั่ง แล้วก็ทานวิตามินเสริม ทานยาทุกอย่างที่คุณหมอให้มา ต้องทำกายภาพเดินในน้ำทุกวันๆ ละ 1 ชั่วโมง และพยายามยกขาขึ้น เราบอกตัวเองเสมอว่ามันเกิดจากผลของการกระทำที่ตัวเองไม่พัก จริงๆ เป็นตั้งแต่สมัยอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว เคยโดนเตือนก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ไปผ่าตัดซะแต่ก็ไม่ทำ”
ช่วงหนึ่งปีที่ต้องหยุดไปมีท้อไหม? “ไม่ค่อยท้อครับ เพราะว่าทำใจมาแล้ว และได้แรงใจที่ดีจากเพื่อนๆ และครอบครัวทุกคนที่เค้าคอยซัพพอร์ต ระหว่างนั้นก็มีแอบคิดบ้างสุดท้ายเราก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไงบ้างแต่เราก็ต้องทำดีให้สุดแต่แรงใจสำคัญที่สุดครับ ตอนนี้เดินได้ปกติครับ ไม่ต้องมีเช็คอัปแล้ว แต่ร่างกายกลับมา 80% ครับ คือมันจะมีอาการแหยงๆ เหมือนนักกีฬาที่เค้าเคยผ่าตัดเข่าเวลาวิ่งเค้าจะรู้สึกแหยงๆไม่กล้าเล่นสุดกลัวจะเจ็บอีก”
ถ้าคนมองว่าเราหันหลังให้วงการบันเทิง? “ไม่แปลกที่คนจะเข้าใจอย่างนั้น หลังจากนั้นพอจบละครปุ๊บ พอดีว่าผมเริ่มเดินแล้วก็เจ็บ เลยทำเอ็มอาร์ไอและคุณหมอแนะนำว่าให้ผ่าก่อนที่เราจะเดินไม่ได้”
ถ้าเกิดต้องกลับไปเล่นละครจริงๆ ต้องเคาะสนิมเยอะไหม? “นั่นสิครับ (เรายังอยากทำงานในวงการเธออยู่ไหม?) ผมอยากทำทุกอย่างครับ แม่บอกว่ามีอะไรก็ทำเถอะลูกอย่าขี้เกียจนะลูก”
เหมือนเค้าติดต่อมาเราก็ไม่รับ? “ด้วยเวลาที่เค้าติดต่อมา มันไม่ตรง สอนเทนนิสสัปดาห์ละ 6 วัน ตอนนี้ยังจัดตารางไม่ลงเดี๋ยวรอให้จังหวะมันได้หน่อย”
เป็นดารารายได้จะมากกว่าการเป็นโค้ช? “พอครับ เลี้ยงดูตัวเองครับ สำหรับผมว่าดีนะเพราะว่ามันไม่ขัดสน ไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินใครก็สบายใจดีครับ ถามว่างานในวงการบันเทิง กับการเป็นโค้ช อันไหนเหนื่อยกว่ากัน ผมว่าทั้งสองงานมีความเหนื่อย มันมีโมเมนต์ที่เหนื่อยและโมเมนต์ที่สบายใจคล้ายๆ กัน เรื่องความกดดันส่วนตัวผมเป็นคนที่กดดันตัวเองอยู่ งานในวงการบันเทิงมันแอบกดดันมากกว่าด้วยความที่มีคนคาดหวังเยอะมากกว่า แต่ก็กดดันทั้งคู่ครับ”