‘ฝ่ายค้าน’ ลับดาบรอ
เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา มีทีมงานของผู้ที่มีรายชื่อติดโผ ครม.อนุทิน 2 ทยอยเดินทางมายื่นเอกสารประวัติแล้ว โดยคนสุดท้ายเป็นทีมงานของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม การตรวจสอบแม้จะต้องผ่าน 8 หน่วยงาน แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีคนเดิมก็คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน คนหน้าใหม่อาจมีขั้นตอนในการตรวจสอบ ดังนั้น คาดการณ์ว่าจะได้โฉมหน้า ครม.ตัวจริง ช่วงวันที่ 6–9 เม.ย.นี้
เก้าอี้รัฐมนตรีเหลือ 1 ตำแหน่ง เผื่อไว้ในยามที่บ้านเมืองต้องการบุคคลที่เหมาะสมตามสถานการณ์ รวมถึงกรณีที่อาจมีความจำเป็นตามสมการทางการเมือง และเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าไร้สัดส่วนจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หากมีชื่อใดไม่ผ่านคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม ก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองนั้น ที่จะส่งคนมาเปลี่ยนตัว
ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ถนนมหาราช เขตพระนคร “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า เตรียมนำรายชื่อ ครม.ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ พยักหน้ารับ และว่า “ทุกอย่างเรียบร้อย”
ที่โรงแรมเอสซีพาร์ค พรรคเพื่อไทยประชุมสัมมนาอัปเดตระเบียบข้อบังคับต่างๆ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า เตรียมมาพูดคุยกันคือ เรื่องพลังงานและสงครามตะวันออกกลาง เสนอแนวทางเตรียมการรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันและเหตุการณ์คับขันขึ้น คิดเรื่องเทคโนโลยีพลังงานทดแทน นำสิ่งที่ประชุมไปส่งให้ผู้ที่สามารถดำเนินการได้ในส่วนของภาครัฐและรัฐบาลที่ดูแลอยู่
“เรื่องนโยบายรัฐบาลได้รับรายงานว่าลงตัวดี เอาปัญหาและประเด็นที่จะต้องปลดล็อกทั้งใน 4 ปีและระยะสั้น รวมถึงนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงในกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปใส่ในนโยบายของรัฐบาลด้วย พรรคภูมิใจไทยยินดีที่จะให้ใส่นโยบายของพรรคเพื่อไทยลงไป แน่นอนว่าเราจะได้ขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้กับประชาชน การที่เราดูกระทรวงของสังคมและเรื่องของทุนมนุษย์ แน่นอนว่าผลลัพธ์อาจจะเห็นได้ไม่ชัดในแง่ของระยะสั้น แต่หากเราทำเรื่องนี้ดีๆ จะเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ตรงกับพรรคภูมิใจไทย คือเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังใหม่ของประเทศ”
“หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า สส.ภายในพรรคเพื่อไทยแสดงความไม่พอใจในการจัดโผ อนุทิน 2 ว่า ไม่มี เป็นการคาดการณ์จากภายนอก กระบวนการการจัดตั้งรัฐบาลต้องมีการเจรจา และต้องดูตัวบุคคลที่สามารถทำงานได้ในกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย ดูในเรื่องคุณสมบัติและความเหมาะสม
“ตำแหน่งมีน้อยคนมีเยอะ ก็ไม่ได้ทุกคน ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ ขณะนี้ในพรรคไม่ได้มีความเคลื่อนไหว หรือสั่นไหวอะไร ทุกคนยังรักและสามัคคี เมื่อตัดสินใจแล้วทุกคนก็พร้อมเดินหน้าต่อ ผมไม่ขอพูดถึงรายชื่อ เพราะกระบวนการทั้งหมดในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยดำเนินการในส่วนของพรรคเรียบร้อย จากนี้อยู่ที่นายกฯ”
หัวหน้าหนิมขึ้นบรรยายพิเศษหัวข้อ “ความคาดหวังของประชาชนต่อพรรคการเมือง” ตอนหนึ่งว่า อีก 4 ปีข้างหน้า 74 คนของเราต้องทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมีความสามัคคีเพื่อที่จะขับเคลื่อนพรรค และหวังว่าครั้งถัดไป จาก 74 คนจะได้เป็น 150 คน พาเพื่อนเรากลับสู่สภาอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยได้ยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาไปแล้วประมาณ 10 ฉบับ และเตรียมจะยื่นภายในสมัยประชุมนี้รวมทั้งสิ้น 47 ฉบับ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เพิ่มมูลค่ากับประชาชน เพื่อทำให้ประเทศไทยเพิ่มรายได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกฎหมายผลักดันเรื่องการทำธุรกิจให้ง่ายมากขึ้น
ที่อาคารอนาคตใหม่ “อ.ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในที่ประชุม สส.พรรค คุยกันแล้วว่าถ้ามีการแถลงนโยบายรัฐบาล พรรค ปชน.จะพูดเรื่องอะไรกันบ้าง ตอนนี้พรรคเตรียมอยู่ 2 เรื่อง คือเรื่องญัตติด่วนเรื่องวิกฤติน้ำมัน และเตรียมเรื่องการอภิปรายนโยบายรัฐบาล
เมื่อถามว่าในที่ประชุมพรรค จะมีการเคาะเรื่องบทลงโทษ “สส.ยอด” สุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 ที่เป็นงูเห่าหรือไม่ นายวีระยุทธ กล่าวว่า เป็นหนึ่งในวาระ จะมีคณะทำงานที่เขาพูดคุยกับนายสุริยา แล้วจะมารายงานและสรุปกัน ในที่ประชุม สส. ที่มีรายงานว่านายสุริยาติดหนี้สินจนทำให้ต้องรับเงินเป็นงูเห่าก็ขอประเมินก่อน ยืนยันว่าบทลงโทษจะเป็นที่น่าพอใจสำหรับแฟนคลับพรรค เราคำนึงถึงเสียงของประชาชน โดยเฉพาะชาวอุดรธานี
รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อย่างไม่เป็นทางการ นัดแรก โดยมีตัวแทน 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุม “สส.ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงผลการประชุมว่า 5 พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม ในวันที่ 25 มี.ค. เพื่อให้ สส.มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลถึงวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
เบื้องต้นได้ประสานกับ “สส.แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เชื่อว่าจะได้พิจารณาญัตติดังกล่าว โดยไม่กังวลว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา จะไม่ให้พิจารณา เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พบว่ามีการปิดประชุมไปก่อน พรรค ปชน.เตรียมประเด็นไว้ อาทิ สถานการณ์น้ำมันของโลก และในประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน การตรึงราคา รวมถึงการปรับเพดานราคาน้ำมันภายในประเทศ รัฐบาลควรมีนโยบายหรือมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพที่ใช้น้ำมัน และกลุ่มขนส่ง เป็นต้น
หากรัฐบาลบริหารด้วยความโปร่งใส ไม่จำเป็นต้องกลัวการตอบคำถาม มีหลายกรณีที่คำพูดของนายกฯ สวนทางกับความจริง เช่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนเติมมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงพบว่ายังมีการส่งน้ำมันให้ปั๊มน้อยลง หรือกรณีไม่มีไอ้โม่งกักตุน แต่ข้อเท็จจริงพบการกักตุนน้ำมันจำนวนมากที่ จ.อ่างทอง และพบการขายเกินราคา
ในการประชุมสภา สัปดาห์หน้า จะขอตั้ง กมธ.วิสามัญ 4 ชุด ประกอบด้วย กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาการรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา กมธ.วิสามัญเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร กมธ.วิสามัญชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น กรณีน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ กมธ.วิสามัญศึกษากำกับการใช้กัญชา โดยญัตติดังกล่าวได้ยื่นไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงจะหารือถึงการให้ที่ประชุมพิจารณาวาระกระทู้ และจะขอให้เพิ่มวันประชุมสภา ในวันศุกร์ จำนวน 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. หรือ ภาคประชาชนที่ค้างอยู่
อีกเรื่องหนึ่ง นายนพดล อินนา สว. ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 วุฒิสภา แถลงว่า กมธ. มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นควรให้ยกเลิก MOU 2543 หลังจาก กมธ.มีมติให้ยกเลิก MOU 2544 ไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค. 2568 เพราะ 1. ข้อกำหนดใน MOU มีความบกพร่อง โดยเฉพาะการยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ของกัมพูชา ซึ่งขัดแย้งกับแผนที่ 1:50,000 ของไทย และกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ยังไม่มีอำนาจจัดการปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ 2. MOU 2543 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีในอดีตมีมติเพียง "รับทราบ" ไม่ใช่ "เห็นชอบ" และไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา ทั้งที่ข้อตกลงดังกล่าวมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย
3.รัฐธรรมนูญกัมพูชา ค.ศ. 1993 บังคับใช้แผนที่มาตราส่วน 1:100,000 ดังนั้นแผนที่ที่เกิดจาก MOU 2543 จึงเสี่ยงที่จะไม่ได้รับการรับรองจากกัมพูชา ทำให้การเจรจาสูญเปล่า 4. ความล่าช้าในการดำเนินการ แม้ผ่านมาเกือบ 26 ปี แต่การสำรวจคืบหน้าเพียง 60% ของขั้นตอนแรกเท่านั้น 5. สถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงหลังเกิดการปะทะใหญ่ 2 ครั้งในปี 2568 ทำให้ไทยต้องหันไปยึดแถลงการณ์ร่วม GBC (27 ธ.ค. 2568) ที่ให้คงกำลังทหารไว้ ณ ที่ตั้งปัจจุบันแทน
และ 6. กัมพูชามีพฤติกรรมไม่รักษาสัญญา ยั่วยุ และสร้างข่าวปลอม ซึ่ง MOU 2543 ไม่รัดกุมพอที่จะรับมือได้ ไทยสามารถยกเลิก MOU 43 ฝ่ายเดียวได้ โดยไทยจะต้องแจ้งให้กัมพูชาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน กมธ.ได้เสนอแนะว่า หากจะมีการจัดทำข้อตกลงฉบับใหม่ในอนาคต จะต้องไม่มีการยอมรับแผนที่ 1:200,000 ว่าเป็นผลงานการปักปันเขตแดน ต้องเพิ่มอำนาจให้ JBC จัดการการรุกล้ำได้ จากนี้จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมวุฒิสภาต่อไป
เรื่องการเลี้ยงอาหาร สส. ในวันประชุม ท่าจะต้องยกเลิก แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติจะดูแลตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหารในช่วงการประชุม เราไม่ติดขัดในเรื่องของการยกเลิก ส่วนใหญ่สมาชิกพรรคนำอาหารมารับประทานกันเองอยู่เรื่อยๆ
ส่วนในการประชุม สส.พรรคประชาชน ที่ประชุมก็มีความเห็นควรยกเลิกสวัสดิการอาหารฟรีให้ ที่ปัจจุบันมีการจัดสรรให้กับ สส. ในวันประชุมสภา หากสภาจำเป็นต้องมีการจัดอาหารเพื่ออำนวยความสะดวก สส. ในการปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมสภา ก็สามารถดำเนินการได้โดยให้ สส. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง (เช่น ผ่านการหักจากเงินเดือน สส.) โดยให้แก้กฎหมายหรือระเบียบ ผ่านกลไกของกรรมาธิการกิจการสภาต่อไป.
ทีมข่าวการเมือง