โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซีอีโอ BlackRock เสนอให้ “ระบบประกันสังคมสหรัฐ” ลงทุนในหุ้น หลังเสี่ยงเงินกองทุนหมดในปี 2032

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 20.43 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 13.43 น.

ซีอีโอ BlackRock เสนอให้ “ระบบประกันสังคมสหรัฐ” ลงทุนในหุ้น หลังมีการคาดการณ์ว่ากองทุนเกษียณของสหรัฐอาจเผชิญภาวะเงินหมดในปี 2032 หากไม่มีการปฏิรูป

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประชาชนอเมริกันมากกว่า 70 ล้านคน รวมถึงผู้เกษียณอายุ ผู้พิการ และครอบครัวผู้มีรายได้น้อย พึ่งพาเงิน Social Security เป็นรายได้รายเดือน โดยโครงการนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโครงการลดความยากจนที่มีประสิทธิภาพที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ

Larry Fink ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BlackRock ระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปีว่า Social Security ช่วยให้ชาวอเมริกันประมาณ 29 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนในแต่ละปี โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ อย่างไรก็ตาม แม้โครงการนี้จะประสบความสำเร็จอย่างมาก

แต่ Fink มองว่า ระบบ Social Security ยังสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ โดยเขาระบุว่า Social Security ให้ความมั่นคงทางรายได้ แต่ไม่ได้ช่วยให้ชาวอเมริกันส่วนใหญ่สามารถสร้างความมั่งคั่งที่เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศได้

ปัจจุบันระบบ Social Security ของสหรัฐเป็นระบบแบบ Pay-as-you-go คือ ใช้เงินภาษีเงินเดือนของคนทำงานในปัจจุบันไปจ่ายให้ผู้เกษียณ โดยนายจ้างและลูกจ้างจะจ่ายฝ่ายละ 6.2% ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระจ่าย 12.4% ของรายได้ โดยคำนวณจากรายได้สูงสุดไม่เกิน 184,500 ดอลลาร์ต่อปีในปี 2569 เงินที่ยังไม่ถูกนำไปจ่ายผลประโยชน์จะถูกนำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ในปี 2568 กองทุน Social Security ได้ผลตอบแทนประมาณ 2.6% ต่อปี ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้นประมาณ 16% และพอร์ตลงทุนแบบ 60% หุ้น 40% พันธบัตร ให้ผลตอบแทนเกือบ 15% ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Fink ตั้งคำถามว่า เหตุใดเงิน Social Security จึงไม่สามารถเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจเหมือนกองทุนบำนาญระยะยาวอื่น ๆ

Fink เสนอว่าอาจให้เงิน Social Security บางส่วนลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์อื่น ๆ แบบกองทุนบำนาญระยะยาว เพื่อเพิ่มผลตอบแทนและช่วยแก้ปัญหาการขาดดุลในอนาคต โดยเขาเน้นว่าแนวคิดนี้ไม่ใช่การแปรรูป Social Security แต่เป็นการเพิ่มการกระจายการลงทุน หรือ Diversification คล้ายกับกองทุนเกษียณของรัฐบาลสหรัฐที่เปิดให้เลือกลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่า การนำเงิน Social Security ไปลงทุนในตลาดทุน อาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงสูงขึ้น ตัวแทนสภาคองเกรส John Larson ระบุว่า Social Security ไม่เคยพลาดการจ่ายเงินแม้แต่ครั้งเดียว แม้ในช่วงตลาดหุ้นตกหนัก เช่น วิกฤตการเงินปี 2008 ที่ทำให้เงินในกองทุน 401(k) ของประชาชนลดลงอย่างมาก ดังนั้น หากนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น อาจทำให้ระบบที่เป็นหลักประกันรายได้กลายเป็นระบบที่มีความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน นักการเมืองสหรัฐบางส่วนเสนอแนวคิดตั้งกองทุนลงทุนใหม่มูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปลงทุนในหุ้นและพันธบัตร แล้วใช้ผลตอบแทนมาช่วยแก้ปัญหาการขาดดุลของ Social Security

โดยกองทุนใหม่นี้จะไม่แทนที่กองทุนเดิม แต่เป็นกองทุนเสริม อย่างไรก็ตาม Alicia Munnell จาก Center for Retirement Research ที่ Boston College มองว่า แผนดังกล่าวเป็นการดำเนินการทางการเงินขนาดใหญ่และมีความเสี่ยง แต่ผลตอบแทนอาจไม่คุ้มค่า เนื่องจากผลตอบแทนอาจถูกหักลบด้วยต้นทุนการกู้เงิน และอาจทำให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการแก้ปัญหาโครงสร้างจริงของระบบ Social Security

ปัญหาสำคัญคือ กองทุน Social Security สำหรับผู้เกษียณอาจหมดลงในปี 2575 ตามการคาดการณ์ล่าสุด หากไม่มีการปฏิรูปก่อนหน้านั้น รัฐบาลอาจต้องเผชิญทางเลือกที่ยาก เช่น การลดเงินบำนาญ เพิ่มภาษี หรือเพิ่มอายุเกษียณ โดย Fink เตือนว่า ปัญหาที่เราไม่พูดถึง คือปัญหาที่ควรกังวลที่สุด และต้นทุนของการรอคอยก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะนี้ สภาคองเกรสสหรัฐเตรียมหารืออนาคตของ Social Security ในการประชุมวุฒิสภาเร็ว ๆ นี้

อ้างอิง : www.cnbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...