คดีตัวอย่าง! หนุ่มลวนลามนักข่าว ขณะทำข่าวสงกรานต์ อ้างเมา
จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน เข้าจับกุมนายเมธาสิทธิ์ ที่ก่อเหตุลวนลามผู้สื่อข่าวสาว สำนักข่าวแห่งหนึ่ง ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าว บรรยากาศเล่นน้ำสงกรานต์ บริเวณถนนพระราม 4 เมื่อช่วงเย็นเมื่อวานนี้ (13 เม.ย.)
ผู้เสียหายคือ น.ส.พิชญ์ธรา ผู้สื่อข่าว เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินพิมพ์ข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือ ท่ามกลางผู้คนที่กำลังเล่นน้ำสงกรานต์อย่างคึกคัก จู่ ๆ กลับรู้สึกว่ามีมือมาสัมผัสบริเวณก้นด้านซ้ายอย่างแรง ซึ่งเป็นในลักษณะแบบบีบ ไม่ใช่แค่ชนแน่นอน เมื่อหันไปมองพบชายคนหนึ่งเดินแซงขึ้นมาอย่างมีพิรุธ ตนจึงตัดสินใจถามเป็นภาษาอังกฤษว่า “Where are you from?” เพื่อตรวจสอบว่าเป็นชาวต่างชาติหรือไม่ แต่ชายคนดังกล่าวกลับตอบว่า “I’m from Bangkok” ตนจึงสวนกลับทันทีเป็นภาษาไทยว่า “เป็นคนไทย แล้วมาจับคนอื่นทำไม”
พร้อมแสดงบัตรผู้สื่อข่าวยืนยันตัวตน ทำให้ชายผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่งและพยายามพุ่งเข้าทำร้าย ตนจึงพยายามถอย โดยที่มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยควบคุมตัวชายผู้ก่อเหตุไว้ ขณะเดียวกันพบว่าได้มีหญิงสาวชาวต่างชาติซึ่งถูกผู้ก่อเหตุ ลวนลาม ดึงกางเกงลงให้เห็นก้น อยู่ในความตกใจ และร้องไห้ มาก่อนแล้วด้วยเช่นกัน ต่อมาได้มีตำรวจเข้ามาระงับเหตุ และควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดี ที่สน. ปทุมวัน
น.ส.พิชญ์ธรา กล่าวต่อว่า ตนอยากให้กรณีนี้ เป็นเคสตัวอย่าง ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครอีกไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พร้อมทั้งอยากให้ผู้เสียหายที่ประสบเหตุแบบตนมีความกล้า ที่จะปกป้องตนเอง ไม่ยอมเรื่องให้ปล่อยผ่านไป
พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ระบุ หลังจากเกิดเหตุเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันที ซึ่งจากการที่ตรวจสอบประวัติก็พบว่า ผู้ก่อเหตุเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์มาก่อน และจากการสอบสวนเมื่อวานนี้เขาก็รับสารภาพว่า ได้ลงมือลวนลามจริง โดยอ้างว่ามึนเมา และทางตำรวจก็ต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งกล้องวงจรปิด และหาผู้เสียหายหรือพยานในที่เกิดเหตุ พร้อมประสานไปยัง สน. พื้นที่ข้างเคียงด้วย ว่ามีผู้เสียหายอื่นๆได้ไปแจ้งความ กับในลักษณะเหตุอย่างนี้ บ้างหรือไม่
ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นขณะนี้ ถูกควบคุมตัวไว้ที่สน.ปทุมวัน และจะฝากนำตัวไปขังศาลฯ ในวันพรุ่งนี้
พ.ต.อ.ศิริชาติ กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงเล่นน้ำสงกรานต์ หากเรารู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิ์ ก็ให้ขอความช่วยเหลือในทันที เป็นอันดับแรก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็จะประจำจุดอยู่ในบริเวณที่มีการเล่นน้ำกันอยู่แล้ว เมื่อได้รับแจ้งเหตุ ก็จะเร่งเข้าไปให้ความช่วยเหลือดำเนินการจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทันที พร้อมทั้งขอประชาสัมพันธ์ว่า หากมีผู้เสียหาย ประสบเหตุในลักษณะถูกล่วงละเมิด ลวนลาม แบบนี้ให้สามารถมาดูตัวผู้ต้องหาได้ ที่สถานีตำรวจ ส่วนผู้ก่อเหตุเกิดขึ้นในที่สาธารณะ เป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้
ทั้งนี้ตามกฏหมาย การลวนลาม ล้วงจับอวัยวะส่วนสงวนของผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย โดยอาศัยความชุลมุนขณะเล่นน้ำสงกรานต์ จะเข้าข่ายความผิดฐานกระทำอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และหากกระทำอนาจารต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าผู้เสียหายจะยินยอมหรือไม่ ก็ถือเป็นความผิดทันที ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากมีการขู่เข็ญ ใช้กำลัง หรือทำให้เด็กอยู่ในสภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกตั้งแต่ 1-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.