นายกฯ อิตาลี ซัดคำพูดทรัมป์ “เกินรับได้” หลังโจมตีโป๊ปอ่อนแอ
นายกฯ อิตาลี ซัดคำพูดทรัมป์ “เกินรับได้” หลังโจมตีโป๊ปอ่อนแอ ปมวิจารณ์สงคราม–นิวเคลียร์–ศีลธรรมโลก ด้านโป๊ปยืนยันเดินหน้าส่งสารสันติภาพ ไม่ขอปะทะ
วันที่ 14 เมษายน 2569 เวลา 00.21 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า Giorgia Meloni นายกรัฐมนตรีอิตาลี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำกล่าวของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่โจมตี Pope Leo XIV โดยระบุว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและยอมรับไม่ได้ พร้อมย้ำว่า บทบาทของพระสันตะปาปาคือการเรียกร้องสันติภาพและประณามสงคราม ซึ่งถือเป็นเรื่องถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์โพสต์ข้อความยาวผ่าน Truth Social กล่าวหาว่าPope Leo XIV “อ่อนแอในเรื่องอาชญากรรม และล้มเหลวด้านนโยบายต่างประเทศ” พร้อมให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่าเขา “ไม่ใช่แฟนตัวยง” ของพระสันตะปาปา
แม้ Meloni จะเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของ Trump และผู้นำรัฐบาลขวาจัดของอิตาลี แต่จุดยืนล่าสุดถือเป็นการออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยตรง หลังจากก่อนหน้านี้เธอถูกพรรคฝ่ายค้านกดดันอย่างหนักว่าไม่แสดงท่าทีต่อคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ อย่างทันท่วงที
ด้าน Matteo Salvini แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ระบุว่าการโจมตีพระสันตะปาปา “ไม่ใช่สิ่งที่ฉลาดหรือเป็นประโยชน์”
ฝั่งวาติกันตอบโต้แบบไม่ปะทะ
Pope Leo XIV ให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปยังแอลจีเรียว่า เขาไม่ต้องการเข้าสู่การโต้เถียงกับทรัมป์ แต่จะยังคงทำหน้าที่เผยแพร่สารแห่งสันติภาพต่อไป
“ผมไม่มีความกลัวต่อรัฐบาลของทรัมป์ และจะยังคงพูดถึงสารแห่งศาสนา ซึ่งคือการเรียกร้องสันติภาพ” พระองค์กล่าว พร้อมเสริมว่า โลกกำลังมีผู้บริสุทธิ์จำนวนมากต้องเสียชีวิต และจำเป็นต้องมีคนลุกขึ้นบอกว่ายังมีทางที่ดีกว่านี้
พระสันตะปาปายังใช้เวทีสาธารณะวิจารณ์การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและแนวโน้มแบบอาณานิคมใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำโลกยึดหลักความยุติธรรมและความเป็นหนึ่งเดียว
ปมขัดแย้ง: สงครามอิหร่าน–นโยบายสหรัฐ
ความตึงเครียดระหว่างทั้งสองฝ่ายทวีความรุนแรงขึ้น หลัง Pope Leo XIV ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จุดยืนของทรัมป์ต่อสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะกรณีที่ผู้นำสหรัฐเคยขู่ว่า “อารยธรรมหนึ่งอาจถูกทำลายในคืนเดียว” ซึ่งพระองค์ระบุว่าเป็นคำพูดที่ไม่อาจยอมรับได้
นอกจากนี้ พระสันตะปาปายังวิจารณ์นโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดของ ทรัมป์โดยตั้งคำถามว่า ผู้ที่สนับสนุนนโยบายดังกล่าวสามารถเรียกตนเองว่า “pro-life” ได้หรือไม่ หากยังสนับสนุนการปฏิบัติต่อผู้อพยพอย่างไร้มนุษยธรรม
แรงกระเพื่อมระดับโลก
คำพูดของทรัมป์จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวคาทอลิกทั่วโลก โดย Massimo Faggioli นักวิชาการคาทอลิกชื่อดัง ระบุว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในกรณีที่ผู้นำโลกโจมตีพระสันตะปาปาอย่างเปิดเผยที่สุด
“แม้แต่ Adolf Hitler หรือ Benito Mussolini ก็ไม่เคยโจมตีพระสันตะปาปาอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผยขนาดนี้” เขากล่าว
โดยทั่วไปแล้ว พระสันตะปาปามักหลีกเลี่ยงการตอบโต้ผู้นำโลกโดยตรง ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นความตึงเครียดที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
อ้างอิง : www.bbc.com