“ดีเจแมน” เปิดใจสาเหตุหย่า “ใบเตย” ครั้งแรก เลิกเพราะบกพร่องหน้าที่สามี เตือนคนพาดพิง อย่าล้ำเส้น
ล่าสุด ดีเจแมน เปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บ Show เมื่อธัญญ่าถามว่า มันจริงหรอแมน ? ดีเจแมนบอกว่า “จริงครับพี่ธัญญ่า”
ใบเตยให้สัมภาษณ์ว่าได้หย่าและเลิกรากับแมนแล้ว?
“จริงครับ แต่เริ่มต้นมานานแล้ว ผมเล่าเป็นรายการแรกเลยแล้วกัน เหตุผลที่หย่าตอนนั้น ตั้งแต่เราโดนแจ้งข้อกล่าวหา มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว ตอนนั้นเราไม่เคยรู้เรื่องคดี ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ไปเป็นในฐานะพยาน ครอบครัวก็เริ่มมีความเครียด เริ่มมีคนเข้ามาทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคนมาตบทรัพย์เรา มันเยอะแยะไปหมด เราเลยรู้สึกว่าเครียด และเราทะเลาะกัน สิ่งหนึ่งที่พ่อของลูกหรือสุภาพบุรุษอะไรก็ไม่รู้ตอนนั้นที่ควรทำได้ ตอนที่เราทะเลาะกันมากๆ ตอนนั้นผมก็คิดในใจเสมอว่าอะไรเกิดขึ้นเพราะผมรู้จักคนนั้นก่อนใบเตย โดยเราไม่รู้ว่า 7 ปีที่แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด จนมาวันนึงที่เขาเป็นคนผิด สิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียวคือจะต้องไม่มีอะไรถึงลูกเมียผม นี่คือความคิดของคนธรรมดา ผมเลยบอกแม่เลิกร้องไห้เลิกคิดได้แล้ว เราทะเลาะกันด้วย เราไปหย่ากัน ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น”
หย่ากันเฉยๆ แต่ในความสัมพันธ์ยังเป็นสามีภรรยา?
“ตอนนั้นผมคิดว่าความรักมันมากกว่าการที่จะเสน่หา มันรับผิดชอบว่าต้องไม่มีถึงลูกเมียผม ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น ผมไม่รู้ว่าความจริงเราบริสุทธิ์ เราไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เขากล่าวหา คิดได้แค่ว่าภรรยาต้องออกไปเลี้ยงลูกและต้องไม่มีอะไรไปรบกวนเขาทั้งนั้น เพราะว่าทั้งหมดทั้งมวลใบเตยเขาเป็นคนขยันและเป็นคนเก่ง เงินทรัพย์สินทั้งหมดเราหามาได้ด้วยเงินบริสุทธิ์ เราก็กลัวว่าจะมีกระบวนการมารังแกหรือเปล่า”
“มันก็มีครับ ทุกคืนเราทะเลาะกันในห้องหนักมาก ทั้งเราจะเลือกทนายคนนี้ เขาจะเลือกทนายคนนี้ คุณพ่อคุณแม่เรา คุณพ่อคุณแม่เขาต่างฝ่ายต่างเครียด มันแตกสลาย มันแย่มาก ตั้งแต่ก่อนเข้าไป มันแย่จนไม่รู้จะอธิบายยังไง มันมีการทะเลาะ มีเอกสาร เป็นที่เดิมๆ ที่เราอยู่ตรงนั้นแล้วเราไม่มีความสุข เราเลยคิดว่าอันนี้อาจเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ผมคิดว่าถึงไม่เจอเรื่องเลวร้ายอะไร ก็ต้องมีการแยกย้ายกันไปหรือเปล่าในวินาทีนี้”
จบความสัมพันธ์กันแล้วจริงๆ เหลือแค่คุณพ่อคุณแม่ให้ลูก?
“ตามกฎหมายจบไปนานแล้ว เราก็ไม่รู้อีก วันนั้นยกฟ้อง มันก็มีหลายความคิด เราจะได้กลับมามั้ย แต่คิดในใจตลอดว่าเรามีความถูกต้อง ศาลต้องให้ความยุติธรรม และท่านก็ให้ความยุติธรรมจริงๆ เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกล่าวหาทั้งหมด ก็น่าเห็นใจใบเตย ที่ได้ประกันออกมาก่อนและอยู่คนเดียว เหมือนอยู่เฉยๆ ได้ผมกลับมาอีกครั้งนึงทำยังไงดี เราไม่ได้เจอกันปี 7 เดือน เขาก็น่ารักมากๆ นะครับ ผมก็ไม่รู้ใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงคิดอะไรบ้าง แต่ผมออกมาแล้ว เขาก็มีความสุขตรงที่ลูกได้เจอพ่อ ผมคิดเองนะว่าลองอีกสักครั้ง ไหนๆ ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว วันคริสต์มาสผมได้กลับมาเจอลูก ก็เหมือนจะเป็นครอบครัวกันอีกครั้งนึง”
สาเหตุหลักที่แมนยอมรับว่าอาจเกิดจากตัวแมนเอง คือละเลยคำว่าสามี?
“จะบอกเป็นอุทาหรณ์เลยนะ บางทีความที่เราลืมไป ผู้ชายเหมือนควายเผือก บางทีเราไม่รู้ว่าเราลืมให้ความสำคัญในจุดที่ละเอียดอ่อน เช่น ใบเตยเป็นคนที่ทำงานเก่ง เขาต้องออกไปเล่นคอนเสิร์ตทุกวัน ต้องออกไปทำงาน เราลืมกอดเขา ลืมบอกรักเขา ลืมขับรถไปส่งเขาด้วยตัวเอง อันนี้รู้เพราะคนรอบข้างบอกว่าทำไมไม่ไปส่งใบเตยบ้าง เขาอยากให้ไปส่งนะ อยากให้ไปเป็นเพื่อนบ้าง อยากให้กอดบ้าง สมมติมีวันไปเขาใหญ่กับลูกมั้ย ผมก็จะบอกว่าที่รักพาลูกพาคุณพ่อไปเถอะเราไปเที่ยวกันบ่อยแล้ว ที่รักพาพ่อตาไปเที่ยวเถอะ เดี๋ยวผมอยู่บ้านดูแลบ้าน เฝ้าบ้าน ทำสวนทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ของผม ลืมไปว่าเขาอยากมีเราอยู่ข้างๆ ตลอด เรื่องราวนี้มันหลายปีแล้ว ตั้งแต่ก่อนแต่งงานจนแต่งงาน พอมีลูกผมก็โฟกัสที่ลูกอย่างเดียว เพราะผมไม่คิดว่าชีวิตผมจะมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักๆ ผมเลยทุ่มเวลาทั้งหมดให้ลูกผม”
พอรู้ว่าปัญหาเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ปรับตัวให้ความรักภรรยา?
“ไม่ทันปรับ มันก็มีเรื่องต่างๆ นานา เอาเรื่องที่ก่อนเข้าไปก่อน เราไม่รู้ตัวหรอก เราใช้ชีวิตปกติ เราไม่รู้หรอกในใจเขาคิดอะไรอยู่ แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจเหมือนเดิม เพิ่งรู้ตอนดีฟทอล์กล่าสุด พอเรากลับมาอยู่ด้วยกันในวันที่เราแตกสลาย เราเข้าไปอยู่ในนั้นทั้งคู่ ภาพเดิมๆ กลับเข้ามาเวลาเรามองหน้ากัน มุมเดิมที่เราเคยทะเลาะกัน เตียงเดิมที่เราเคยทะเลาะกันแรงๆ ทุกครั้งกับเรื่องคดี ต่างคนต่างโทษ แม่เราคิดแบบนี้ แม่เขาคิดแบบนี้ มันพังไปหมด ภาพเหล่านั้นมันกลับมาว่าเรายังมีความสุขกันอยู่หรือเปล่า คุณยังรักผมอยู่มั้ย มันไม่ใช่แค่เรื่องเซ็กซ์แล้วครับ ตอนแรกผมคิดว่าเราเป็นผู้ชาย เราเติมเต็มเรื่องนี้ตลอด พลังเยอะ การมีภรรยาคือเรื่องนั้น แต่ว่าเปล่า บางทีใบเตยเดินมาหาผมแล้วบอกว่าป่ะป๊ากอดหน่อย แล้วเขาก็ร้องไห้”
ใบเตยพูดกับแมนว่าชีวิตคู่จะรักแต่ลูกอย่างเดียวไม่ได้?
“ใช่ ผมพูดกับลูกหลายครั้งว่าหนูคือชีวิตของป่ะป๊าเลยนะ ป่ะป๊ารักหนูที่สุด ใครมาแตะต้องหนู ป่ะป๊าจะใช้ชีวิตป่ะป๊าแลกเพื่อให้หนูปลอดภัย เพราะเขาชอบดูติ๊กต๊อก แล้วถามว่าป่ะป๊าถ้ามีคนมาทำร้ายหนู ป่ะป๊าจะทำยังไง เขาเหมือนเด็ก ก็จะบอกว่าคนๆ นั้นจะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แน่นอน ป่ะป๊าสัญญา ไม่มีใครทำร้ายหนูได้ ถ้าป่ะป๊าอยู่ตรงนี้ ใบเตยเขาก็พูดมาว่าแต่อย่าลืมว่าป่ะป๊าก็ต้องรักแม่ของลูกด้วย แม่ของลูกก็ต้องการความรัก นี่คือคำพูดหลายเดือนที่ผมได้ยินมา แต่ผมไม่คิดว่าจะเป็นแผลในใจเขาเรื่อยๆ กับภาวะที่เขาเป็นซึมเศร้าด้วย”
เหตุการณ์แยกห้องนอน เกิดขึ้นนานหรือยัง?
“แอ็กติวิตี้ผมกับเตยค่อนข้างแตกต่างกันมาก บางทีผมถ่ายละคร ถ่ายละครยูทูป ผมต้องเช้าหน่อย แต่ใบเตยเล่นคอนเสิร์ตกลับมา บางทีตี 1 ตี 2 ตี 3 เราก็อยากนอนด้วย เขาดูแฟชั่น ดูการเต้น เขาจะปรับเปลี่ยนวงเขาตลอดเวลา ซึ่งเขาเล่นมือถือมันเสียงดัง ผมบอกว่าเดี๋ยวผมต้องไปส่งลูก ต้องไปทำงาน ผมไปนอนอีกห้องดีกว่า เพราะผมหลับยาก มันเริ่มมาเรื่อยๆ จนเริ่มชิน บางทีก็นอนดูหนังด้วยกันบ้าง บางทีเขาอัดวิดีโอไว้บอกว่านอนไม่หลับเลย ผมกรนหนักมาก แล้วบอกว่าหลับยาก แต่ความจริงผมอยู่กับเขาผมหลับเร็วเพราะผมรู้สึกว่าผมอบอุ่น ผมยังคิดเลยว่าผมก็พลาดเรื่องนี้ไปเหมือนกัน บางทีเราไม่ควรแยกห้องนอน สามีภรรยาควรนอนคุยกันหลายๆ เรื่อง ก็พลาดโอกาสนี้ไปเป็นปีๆ เหมือนกัน ที่ไปๆ มาๆ 5 วันไปนอนทีนึง 6 วันไปนอนทีนึง เราควรนอนทุกวัน ถึงรำคาญกัน แต่มันก็ยังได้อยู่ด้วยกัน”
จับเข่าคุยกันหลายเดือนมาก พอได้รู้มีการลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นิสัยของตัวเอง?
“ปรับครับ แต่พอเราปรับแล้วเรายังอยู่ด้วยกัน มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งมาพูดในวันที่เขาสะสมเป็นปีๆ รวมกับแผลที่แตกสลาย ที่เราไปเจอเรื่องโหดร้ายทางด้านจิตใจข้างใน ซึ่งแต่ละคนก็รู้สึกว่ามันหนักจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง”
มีเวลาเหลือให้ได้ปรับตัวมั้ย?
“เวลาหลักเดือนมันไม่พอ เพราะว่ามันต้องใช้อะไรหลายๆ อย่างเยอะมาก ไม่สามารถทำได้ภายในเดือนสองเดือน แต่เขาก็ให้โอกาสมาตลอด ยิ่งเราพยายาม บวกกับความที่เราเป็นคนขี้น้อยใจด้วย สิ่งที่เขาพูดเขาคิดแบบนี้หรือเปล่า เขาไม่รักเราแล้ว เขาไม่ต้องการเราแล้วจริงๆ มันบวกกัน แล้วต้องมาเจอหน้ากันในมุมเดิมๆ บางทีเราก็แว็บขึ้นมา ในสถานที่เดิมๆ ที่เราทะเลาะกันแรงๆ มันก็ยาก แต่ทั้งที่สิ่งที่จะเยียวยาเราได้คือลูก แต่มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล คนนี้มาเติมลูกมีความสุข แต่เรามานั่งคุยกัน มันมีอะไรเป็นคอนฟริกกันอยู่ตลอดเวลา”
จุดไหนที่คุยกันว่าเราจบกัน?
“ไม่มีถึงขั้นนั้นครับ แต่มีหลายครั้งก่อนแต่งงานกัน เราทะเลาะกันหนักหลายรอบ สมัยนั้นผมก็ยังเกเร ติดอยู่ทองหล่อ เขาก็ไปตาม น้อยใจ หลายครั้งที่ตกลงกันว่าเราเลิกกัน ต่างคนต่างไปใช้ชีวิต เตยเลยไปเที่ยวต่างประเทศ ผมก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด ขี่มอเตอร์ไซค์ไปโน่นไปนี่ ประมาณเดือนนึงมันก็คิดถึงกัน พอไลน์หากันเขาก็บอกว่าหนูคิดถึงป๊าอยู่พอดีเลย ผมก็บอกว่าคิดถึงก็กลับมาสิ ก็ดี มันก็เป็นแบบนี้อยู่สองครั้ง นั่นคืออดีต แต่ตอนนี้มันยังไม่ได้ลอง ตอนนี้ใบเตยงานเขาเยอะมาก เราดีใจกับเขามาก เขาควรได้รับสิ่งนี้ เขาไม่ได้ทำอะไรผิด และมีความสามารถ เป็นเวิร์กกิ้งวูแมน เขาควรได้รับสิ่งนี้เข้ามาสักที เริ่มเห็นรอยยิ้มเห็นความสุขของเขา เขาก็เล่าให้ฟังว่าป่ะป๊ารู้มั้ยการที่หนูได้กลับมามีงาน แดนเซอร์หนูก็มีงาน ช่างแต่งหน้าหนูก็มีงาน ช่างเสียง ช่างไฟมีงานไปเลี้ยงครอบครัวหมด เขาเป็นเดอะแบกที่แบกคนเยอะมาก ทุกคนมีความสุขหมด ผมก็บอกว่าดีแล้ว ไม่ได้เห็นรอยยิ้มนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ออกมา ตั้งแต่เป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นเขายังเหม่อลอยอยู่ ตอนนี้มีความสุขที่สุดที่เขากลับมา และมีความสุขด้วยถ้าเขาไม่มีเรา แต่มีความสุข ก็ดีใจมากเลยนะ เพราะคนที่รักเขามีความสุข”
อีกหนึ่งสาเหตุที่ตัดสินใจแยกกัน คืออยากแบ่งเวลาไปดูแลครอบครัวของแต่ละคนด้วย?
“อันนี้เราคุยกันด้วย วันที่เราเข้าไปในนรกเต็มๆ สิ่งที่เราลืมคิดไปเลยคนที่มาเยี่ยมพวกเราทุกวันคือคุณพ่อคุณแม่ พ่อแม่ผม 75 ขับรถเก่าๆ มาเยี่ยมผมทุกวันไม่เคยขาดยกเว้นวันหยุด เราลืมไปหรือเปล่า ตอนนี้เราแบ่งเวลาไม่ได้หรอก เราอยู่กับลูกทั้งวัน ตอนนี้พ่อก็เดินไม่ได้แล้ว ก่อนเข้าไปไปผ่าตัดเบ้าสะโพกแก พ่อเหมือนใจสลาย ไม่ไปคอนตินิวเกี่ยวกับการบำบัดกายภาพ แกกลายเป็นคนเดินไม่ได้ไปข้างนึง แกรักเรามาก แม่ป๋องก็ 75 76 แล้ว เป็นเบาหวานบ้างเป็นอะไรบ้าง รู้สึกว่าบ้านที่เราเติบโตมา พอได้กลับไป บ้านที่ไม่มีเราอยู่มันเสื่อมโทรมมากเลยนะ สกปรก พ่อกินวิตามินหมดอายุ ครัวถล่มปลวกกิน เราเข้าไปก็สะเทือนใจมาก เราต้องกลับไปทำให้บ้านหลังนี้ดีด้วย เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ของสองท่านนี้มันน้อยกว่าเราแล้ว ไม่อยากเสียดายเวลา คนที่เขาดีกับเราที่สุดในชีวิต คนที่เขารักเรามากๆ ต้องไปเติมเต็มหัวใจเขาเหมือนกัน เวทมนต์ยังมีแม่ มีแม่ยาย มีพี่เลี้ยงดูแล เราสามารถไปๆ มาๆ ได้ มันก็รู้สึกว่าจริงเหมือนที่ใบเตยบอก เราควรไปดูแลพ่อแม่เราให้ดีที่สุด วันไหนที่เราคิดอะไรได้ เราไปนับหนึ่งใหม่ ถ้าเรากลับมาจิตใจดีขึ้น ไม่ได้ชวนทะเลาะ นั่งทะเลาะกันเรื่องเก่าๆ ภาพเดิมๆ กลับมา อะไรก็อาจดีขึ้น เราอาจกลับมาก็เป็นไปได้ หรือไม่กลับมาเราก็คิดว่าควรให้คนที่รักเขามีความสุขที่สุด ขอให้เขาเจอคนที่ดี เขาก็พูดกับเราแบบนี้เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องอนาคต”
สิ่งที่ใบเตยออกมาให้สัมภาษณ์ แมนก็ได้ฟังพร้อมคนทั้งประเทศ?
“ตกใจอยู่เหมือนกันครับ ความรู้สึกมันแย่ ผมรู้สึกว่า เฮ้ย อะไรวะ คิดอย่างนี้จริงๆ นะ แต่ก็เข้าใจว่านักข่าวคงเห็นว่าไม่ได้ลงรูปวันเกิดผม ไม่มีรูปผมเลย เขาคงถาม เป็นเรื่องที่ใบเตยอาจพูดออกไปเพราะต้องพูดหรือเปล่า แต่ทำให้ผมรู้สึกเศร้านะ ทำไมต้องบอกให้ทุกคนรู้ เพราะทุกคนก็ต้องมาถามอีก”
ตอนแรกตกลงกันว่าไง?
“เราไม่ได้พูดหรอกว่าอย่าพูดออกสื่อ แต่มันคือการดีฟทอล์กกันในครอบครัว รู้กันสองคน เราโฟกัสเรื่องเวทมนต์มาก เวทมนต์ต้องเป็นเด็กที่ตอบหลายเรื่องอยู่เหมือนกันแล้วลูกเรายังเด็ก แต่เขาดันพูดไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าเครียด และยิ่งทำให้แผลในใจเปิดเข้าไปอีก แทนที่จะอยู่ด้วยกันโดยผมไม่คิดมาก กลายเป็นว่ากำลังคิดบวกอยู่ เพื่อนคนนี้โทรมาเป็นห่วง เพื่อนคนนี้โทรมาเฮ้ย จริงเปล่าวะ มันก็ยิ่งตอกย้ำให้เรากลับมาเครียดอยู่ได้เรื่อยๆ ถ้ามันเป็นเรื่องที่เงียบก็ไม่มีใครถามอะไร ค่อยๆ ผ่านไป ถ้าเรื่องมันดีก็กลับมาดี ถ้าไม่ดีก็คงเป็นข่าวในอนาคต”
เรามีความหวังลึกๆ ในใจว่าจะกลับมาดีเหมือนเดิม?
“ผมมีเสมออยู่แล้ว เพราะว่าเขาคือแม่ของลูกผม มันคือครอบครัว มันมากกว่าเสน่หาหรือคนรัก มันคือแฟมิลี่ แต่เขาก็ไปสัมภาษณ์รายการอื่นๆ บางทีเขาก็พูดแล้วแต่สไตล์คนสัมภาษณ์เหมือนกัน ถ้าไปฟังเนื้อหาใบเตยเขาก็พูดดี เขาบอกว่าแยกกันบางทีมันอาจจะดีกว่าเดิม แล้วทุกอย่างอาจกลับมาเป็นแฟมิลี่ถ้ามันดีขึ้น แต่บางรายการ หรือบางคำพูด ผมก็เครียด”
มีคอมเมนต์ที่เข้ามาแซวพอข่าวออกไป บอกว่าใบเตย สามีที่ดีคือสามีใหม่?
“ก็อาจจะจริงก็ได้นะ ถ้าอะไรจะเกิดวันนี้ก็ต้องเกิด สิ่งที่เจอมาในชีวิตหนักมากกว่านี้อยู่แล้ว แต่โฟกัสว่าอย่างน้อยต้องทำหน้าที่คุณพ่อให้ดีที่สุด นี่คือความสุขของเรา ถ้าเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นเราไม่รู้ แต่ถ้าคนที่เรารักมีความสุข เจอคนที่ดีกว่า ไม่รู้ว่าดีกว่าในทีนี้คืออะไร เราก็จะมีความสุขไปด้วย”
ไม่ห่วงเหรอเกิดหนีเสือปะจระเข้?
“เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวโทรหาพี่เป็กเอา ผมก็เป็นห่วงเขาเหมือนกันนะ ในการเลือกคบเพื่อน เลือกคบคน อย่างที่เห็นทุกวันนี้ผมก็เป็นห่วงเขานะ ผมอยากให้เขาแยกแยะให้ออกว่าอันไหนคือเพื่อนแท้ เพื่อนไม่แท้ ใบเตยเขาเป็นคนน่ารักกับทุกๆ คน”
ใบเตยบอกว่าเข็ดแล้วกับความรัก ไม่ขอมีสามีอีก ขอโฟกัสเรื่องลูกและงาน ใจชื้นขึ้นมามั้ย?
“เชื่อว่าอันนี้เป็นความคิดของเขาจริงๆ เราเรียนรู้ผู้หญิงคนนี้มา 17 ปี เตยเป็นคนที่ไม่เคยบอกรัก เป็นผู้หญิงหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีตามปีมะโรง เตยเป็นคนที่ชอบทำมากกว่าพูด ผมรู้จักภรรยาผมดีระดับนึง ว่าข้อความนี้เป็นเรื่องจริง ส่วนข้อความในบางรายการที่บอกว่าเราคุยกันแล้วว่า ป่ะป๊าออกไปเติบโตให้ป่ะป๊าดีขึ้น ต้องทำงานมากกว่านี้ ต้องดูแลรับผิดชอบครอบครัว รับผิดชอบหนูให้ได้มากกว่านี้ อันนี้คือเรื่องจริง เพราะหลังใบเตยเป็นซึมเศร้า เราใช้พลังทั้งหมดส่งไปให้เขากลับมามีพลัง พอเขากลับมามีพลัง เราอาจลืมไปเลยก็ได้ว่าพลังนั้นกลับมาที่เราหรือเปล่า เพราะเรายังไม่เคยปรึกษาใครได้เลยนอกจากคุณพ่อ หรือบางทีเราเป็นซึมเศร้าวะ หรือเราอ่อนแอลงกว่าเดิมวะ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน สองสามวันนี้บางทีผมกินข้าวไม่ได้เลยนะ ผมอาจเป็นโรคเครียดก็ได้ ซึ่งยังไม่ได้ไปหาหมอเลย ผมชอบเอาชนะด้วยตัวเองก่อน ตอนอยู่ในนั้นผมยังไม่ไปพบเลย หนักนะ คิดเหมือนกันว่าเดี๋ยวอาจต้องไปพบบ้าง เราไม่รู้ว่าการได้ระบายกับคุณหมอ เขาอาจมีแง่คิดดีๆ ก็ได้”