สะพรึงป่าตอง! สาหร่ายบุกชายหาดยาวกว่า 1.5 กม. นักท่องเที่ยวผวา วอนรัฐเร่งตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปรากฏการณ์สาหร่ายจำนวนมากขึ้นปกคลุมชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เป็นทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร จึงได้เดินทางไปสำรวจพบว่า สาหร่ายได้กระจายตัวเป็นแนวยาวตลอดชายหาด ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความวิตกกังวล และตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุ เนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูมรสุม และเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากการลงเล่นน้ำจึงทำให้บริเวณชายหาดว่างเปล่าอย่างเห็นได้ชัด
โดยล่าสุด ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดสาหร่ายจำนวนมากในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมชี้แจงข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่
ด้าน นายอาวุธ หนูเชต รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง ซึ่งได้ลงพื้นที่สำรวจเพื่อดำเนินการเก็บกวาดสาหร่ายดังกล่าวออกจากบริเวณชายหาด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างแน่ชัดแต่เชื่อว่าอาจจะเกิดจากหลายปัจจัยอย่างเช่นทิศทางลมอาจจะพัดพาสาหร่ายจากที่อื่นมากองรวมกัน หรือว่าเกิดจากปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลจนทำให้สาหร่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเทศบาลจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบถึงสาเหตุอย่างเร่งด่วน
ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิภาวี ดำมี คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดสาหร่ายสะพรั่งในอ่าวป่าตองเกิดจากปริมาณธาตุอาหารจากน้ำทิ้งของเมือง รวมทั้งปริมาณธาตุอาหารที่สะสมอยู่ในอ่าวป่าตองในรูปของตะกอนมาเป็นเวลานาน บวกกับแสงแดดและอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการโตของสาหร่าย ซึ่งมีหลายชนิด เช่น สาหร่ายสีเขียวในสกุล Ulva, Cladophora และสาหร่ายสีแดงในสกุล Hypnea และ Gracilaria โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง
สำหรับแนวทางแก้ไขต้องแก้ไขที่ต้นกำเนิดคือการลดปริมาณธาตุอาหารจากน้ำทิ้ง พัฒนารวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของระบบบำบัด ในขณะเดียวกันประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องร่วมมือกันลดปริมาณน้ำเสีย บำบัดเบื้องต้น รวมทั้งสูบสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะอย่างสม่ำเสมอ การแก้ไขปัญหานี้ทุกภาคส่วนในอ่าวป่าตองต้องร่วมมือกัน.