โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะพรึงป่าตอง! สาหร่ายบุกชายหาดยาวกว่า 1.5 กม. นักท่องเที่ยวผวา วอนรัฐเร่งตรวจสอบ

เดลินิวส์

อัพเดต 8 เมษายน 2569 เวลา 21.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เกิดปรากฏการณ์สาหร่ายจำนวนมากขึ้นปกคลุมชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เป็นทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพอย่างเห็นได้ชัด ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมยัน สาเหตุเกิดจากปริมาณธาตุอาหารจากน้ำทิ้ง วอนผู้ประกอบการพื้นที่ลดปริมาณน้ำเสีย ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดปรากฏการณ์สาหร่ายจำนวนมากขึ้นปกคลุมชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เป็นทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร จึงได้เดินทางไปสำรวจพบว่า สาหร่ายได้กระจายตัวเป็นแนวยาวตลอดชายหาด ส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความวิตกกังวล และตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุ เนื่องจากช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูมรสุม และเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากการลงเล่นน้ำจึงทำให้บริเวณชายหาดว่างเปล่าอย่างเห็นได้ชัด

โดยล่าสุด ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดสาหร่ายจำนวนมากในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนเรียกร้องไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมชี้แจงข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่

ด้าน นายอาวุธ หนูเชต รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองป่าตอง ซึ่งได้ลงพื้นที่สำรวจเพื่อดำเนินการเก็บกวาดสาหร่ายดังกล่าวออกจากบริเวณชายหาด กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างแน่ชัดแต่เชื่อว่าอาจจะเกิดจากหลายปัจจัยอย่างเช่นทิศทางลมอาจจะพัดพาสาหร่ายจากที่อื่นมากองรวมกัน หรือว่าเกิดจากปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเลจนทำให้สาหร่ายเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเทศบาลจะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบถึงสาเหตุอย่างเร่งด่วน

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิภาวี ดำมี คณะเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า สาเหตุของการเกิดสาหร่ายสะพรั่งในอ่าวป่าตองเกิดจากปริมาณธาตุอาหารจากน้ำทิ้งของเมือง รวมทั้งปริมาณธาตุอาหารที่สะสมอยู่ในอ่าวป่าตองในรูปของตะกอนมาเป็นเวลานาน บวกกับแสงแดดและอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการโตของสาหร่าย ซึ่งมีหลายชนิด เช่น สาหร่ายสีเขียวในสกุล Ulva, Cladophora และสาหร่ายสีแดงในสกุล Hypnea และ Gracilaria โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง

สำหรับแนวทางแก้ไขต้องแก้ไขที่ต้นกำเนิดคือการลดปริมาณธาตุอาหารจากน้ำทิ้ง พัฒนารวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของระบบบำบัด ในขณะเดียวกันประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องร่วมมือกันลดปริมาณน้ำเสีย บำบัดเบื้องต้น รวมทั้งสูบสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะอย่างสม่ำเสมอ การแก้ไขปัญหานี้ทุกภาคส่วนในอ่าวป่าตองต้องร่วมมือกัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...