โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเราต้องพกโน้ตบุ๊กไปเที่ยว? ถอดรหัส Urgency Culture ที่ยุ่งตลอดเวลา แต่ไม่ก้าวหน้าสักที และวิธีการทวงคืนชีวิตในโลกที่ทุกอย่าง ‘ด่วน’

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ลองนึกถึงตัวเองในวันหยุดที่แสนสงบ กำลังจะออกจากบ้านไปเที่ยวเล่น แต่กลับนึกขึ้นมาในหัวว่า ถ้ามีงานสำคัญเข้ามาพอดีล่ะ เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้วก็จำต้องหยิบโน้ตบุ๊กติดตัวออกจากบ้านไป ระหว่างการเดินทางก็คอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กตลอดเวลา ราวกับเป็นสัญชาตญาณที่ก่อเกิดมานานแล้วในตัวมนุษย์

แม้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีใครมาบังคับขู่เข็ญ แต่เรากลับรู้สึกว่ามันสำคัญ จำเป็น และต้องทำเดี๋ยวนั้นเลย เหตุผลมาจาก ‘วัฒนธรรมความเร่งด่วน’ (Urgency Culture) ที่ทำให้เรารู้สึกว่า หากรีบทำบางอย่างให้เสร็จ ความสำเร็จก็อยู่ไม่ไกล แต่ความจริงคือเราอาจกำลังสับสนระหว่างคำว่า ‘ความยุ่ง’ (Busyness) กับ ‘ความก้าวหน้า’ (Progress)

ดร.อิรา เบดโซว์ (Ira Bedzow) ชี้ให้เห็นว่า หลุมพรางที่อันตรายที่สุดของวัฒนธรรมความเร่งด่วน คือการทำให้เราสูญเสียความสามารถในการแยกแยะระหว่าง 'เรื่องด่วน' กับ 'เรื่องสำคัญ' เพราะเรื่องด่วนมักมาพร้อมกับเสียงเตือนและเดดไลน์ที่ชัดเจน เช่น งานแทรกกะทันหัน ในขณะที่เรื่องสำคัญอย่างการพักผ่อน การวางแผนชีวิตระยะยาว หรือการให้เวลากับคนรัก กลับไม่เคยส่งเสียงเรียกร้องใดๆ ท้ายที่สุด เราจึงยอมสละเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิต เพื่อไปวิ่งไล่ดับไฟรายวันให้คนอื่นจนหมดพลังงาน

ในระยะยาว โฟกัสของเราจะค่อยๆ ถูกดึงออกจากสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตอย่างช้าๆ เพราะเราจะกลายเป็นคนที่เก่งในการจัดการสารพัดเรื่องด่วน แต่กลับผลัดวันประกันพรุ่งกับสิ่งสำคัญ เมื่อเป็นแบบนี้นานๆ เข้า ความเหนื่อยหน่ายก็จะเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ว่า ทำไมตัวเองกำลังใช้ชีวิตด้วยความเร็ว แต่กลับไม่เข้าใกล้เป้าหมายเสียที

ยิ่งไปกว่านั้น วัฒนธรรมนี้ยังเข้ามาจำกัด ‘อิสรภาพ’ ของเรา เพราะเมื่อเราคุ้นชินกับการเป็นเพียงผู้ตอบสนองต่อสิ่งตรงหน้าตลอดเวลา เราจะสูญเสียทักษะในการออกแบบชีวิตตัวเอง โอกาสหรือทางเลือกใหม่ๆ จะถูกบีบให้แคบลงจนเหลือแค่ไฟลต์บังคับรายวัน จนสุดท้ายก็ยากจะควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้อีก

4 วิธีเอาตัวรอดในโลกที่ทุกอย่าง 'ด่วน'

การใช้ชีวิตให้ดีไม่ใช่แค่กระหืดกระหอบตอบสนองสิ่งต่างๆ ให้ทัน แต่ต้องเลือกทำสิ่งที่จะส่งเสริมการเป็นคนที่เราอยากเป็น ทว่าเหล่านี้ต้องอาศัยการคิดทบทวน แต่ ‘ความเร่งรีบ’ มักไม่เปิดพื้นที่ให้เราทำแบบนั้น หากต้องการทวงคืนชีวิต นี่คือวิธีเอาตัวรอดจากวัฒนธรรมความเร่งด่วน

1. สร้าง ‘พื้นที่ว่าง’ ให้ตัวเองได้หยุดคิด: ก้าวแรกคือ ‘ให้เวลา’ กับตัวเองในการตัดสินใจ กำหนดเวลาไว้สำหรับ ‘คิดทบทวน’ ไม่ใช่แค่ก้มหน้าก้มตา ‘ทำ’ อย่างเดียว การเว้นช่วงก่อนที่จะตอบรับอะไรสักอย่าง จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น

2. จัดลำดับความสำคัญ: แน่นอนว่าเดดไลน์และความรับผิดชอบยังจำเป็น แต่อย่ามองว่าทุกอย่างด่วนเท่ากันหมด หรืองานสำคัญกว่าสุขภาพของตัวเอง

3. กล้าที่จะ ‘ปฏิเสธ’ เพื่อสร้างขอบเขตชีวิต: หากต้องการมีชีวิตที่ดี เราต้องรู้จักปฏิเสธเพื่อปกป้องเวลาส่วนตัว เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการกำหนดขอบเขตช่วงเวลาที่จะ 'ออฟไลน์' หรืองดเช็กมือถือ เพื่อให้ตัวเองได้กลับมาเชื่อมต่อกับความสงบ คนรอบข้าง และสิ่งอื่นๆ ในชีวิตบ้าง

4. ล็อกคิวให้ ‘เรื่องสำคัญ’ แม้ยังไม่ด่วน: อย่ารอให้เรื่องสำคัญกลายเป็นวิกฤติถึงค่อยลงมือทำ เราควรวางแผนและให้เวลากับเรื่องที่ส่งผลต่อชีวิตระยะยาว เช่น การออกกำลังกาย การพักผ่อน หรือการพัฒนาตัวเอง ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะถูกความด่วนรายวันกลืนกินจนถูกละเลยไป

ท้ายที่สุดแล้ว การดึงจังหวะชีวิตให้ช้าลงไม่ได้หมายความว่าเรากำลังพ่ายแพ้ หรือเป็นคนที่ตามโลกไม่ทัน แต่คือการช้าลงเพื่อไตร่ตรอง และทวงคืนอำนาจในการเป็น ‘เจ้าของชีวิต’ ตัวเองกลับมา

อ้างอิง:

Urgency Culture Is Destroying Our Ability to Live Well . Psychology Today . [https://www.psychologytoday.com/us/blog/life-well-lived/202603/urgency-culture-is-destroying-our-ability-to-live-well](https://www.psychologytoday.com/us/blog/life-well-lived/202603/urgency-culture-is-destroying-our-ability-to-live-well)

บทความต้นฉบับได้ที่ : ทำไมเราต้องพกโน้ตบุ๊กไปเที่ยว? ถอดรหัส Urgency Culture ที่ยุ่งตลอดเวลา แต่ไม่ก้าวหน้าสักที และวิธีการทวงคืนชีวิตในโลกที่ทุกอย่าง ‘ด่วน’

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...