ซีอีโอ BlackRock เตือนหากน้ำมันแตะ 150 ดอลลาร์/บาร์เรล โลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย
ซีอีโอ BlackRock เตือนหากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกและนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 06.52 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า แลร์รี ฟิงก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BlackRock บริษัทบริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก เตือนว่า หากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยเฉพาะหากอิหร่านยังคงเป็นภัยคุกคามและราคาพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
ฟิงก์ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า หากอิหร่านยังคงมีบทบาทเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน ราคาน้ำมันที่สูงจะมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจโลก และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง
BlackRock ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก โดยบริหารสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 14 ล้านล้านดอลลาร์ และเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ในบริษัทชั้นนำทั่วโลก ทำให้ฟิงก์มีมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกจากข้อมูลการลงทุนทั่วโลก
ฟิงก์ ระบุว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนพยายามประเมินว่าราคาพลังงานจะเพิ่มขึ้นมากเพียงใด และสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่
พร้อมมองว่า สถานการณ์สงครามอาจนำไปสู่ สองสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก ได้แก่
หากสงครามยุติและอิหร่านกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันอาจลดลงต่ำกว่าระดับก่อนสงคราม
แต่ หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจอยู่ เหนือ 100 ดอลลาร์ และอาจเข้าใกล้ 150 ดอลลาร์เป็นเวลาหลายปี ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก และอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานยังทำให้หลายประเทศเริ่มถกเถียงเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน โดยในสหราชอาณาจักรมีการเรียกร้องให้เพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าในช่วงที่โลกมีความไม่แน่นอนสูง
ฟิงก์ ระบุว่า ประเทศต่าง ๆ ควรมีความยืดหยุ่นในด้านนโยบายพลังงาน และใช้แหล่งพลังงานทุกประเภทที่มีอยู่ เพราะพลังงานราคาถูกเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
อ้างอิง : www.bbc.com