โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งัด 4 แผนฉุกเฉิน-ใช้ช่องรัฐธรรมนูญ เปิดทางลัดอำนาจเต็ม ครม.ใหม่ กู้วิกฤตน้ำมัน-ถอนไฟการเมือง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. เวลา 08.52 น.

บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ

รัฐบาลอนุทินยุครักษาการ เผชิญหน้าภาวะวิกฤตรอบด้าน ทั้งสินค้าเกษตรที่ชักแถวขึ้นตาชั่ง ในราคาตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ต่อเนื่องด้วยปัญสงครามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่การค้ายังฝืดเคืองไม่สร่าง

ยังไม่ทันได้ขึ้นสู่รัฐบาลอนุทิน 2 ต้องรับมือกับวิกฤตพลังงานครั้งประวัติศาสตร์ ที่กระทบชิ่งจากสงครามอิสราเอล สหรัฐ ถล่มอิหร่านอย่างดุเดือด

ทั้งราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ยกขบวนขึ้นราคา ตามต้นทุนพลังงาน-น้ำมันขยับขึ้น และขาดแคลนทั่วหย่อมหญ้า

“แผนฉุกเฉินล่วงหน้า” จึงถูกตระเตรียมโดย “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง สมัยที่ 2 หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สุด- Worst Case Scenario สงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อ

พิมพ์เขียววาระด่วน จัดทำโดยกระทรวงการคลัง มีเค้าโครงในการบริหารเศรษฐกิจ การประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากปัจจัยลบจากราคาพลังงาน กรณีตลาดโลกมีความผันผวนสูง จะปรากฏอยู่ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2

ทางแรก เตรียมรายการงบประมาณสำรอง ในส่วนของพระราชบัญญัติโอนเงินงบประมาณ 2569 วงเงิน 50,000 ล้านบาท ไปตั้งเป็นรายการงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน เพื่อใช้รับมือวิกฤต

ทางที่สอง ล้างทะลวงท่องบประมาณ ให้เร่งเบิกจ่ายเต็มที่ รวมทั้งดันเงินลงทุนรัฐวิสาหกิจ เป็นกลไกหลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี โดยใช้กลไกอำนาจอธิบดีกรมบัญชีกลาง ลงไปตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในเชิงลึก ไม่ให้การเบิก-จ่ายติดขัด เพื่อปลดล็อกให้เม็ดเงินไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจและสร้างกำลังซื้อ กระจายไปทั่วประเทศ

ทางที่สาม หากคับขันจำเป็นต้องกู้เงิน มีการเตรียมพระราชกำหนดค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เนื่องจากอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ ไม่น้อยกว่า 4 หมื่นล้านบาท

ทางที่สี่ กรณีเลวร้ายที่สุด หากไม่จำเป็นที่สุดจะไม่ใช้แนวทางนี้ คือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน หากผลกระทบรุนแรงจนราคาน้ำมันพุ่งสูงมาก

ทั้งนี้ ในกรณีการจัดการภาวะวิกฤตที่ยากต่อการควบคุมของรัฐบาลรักษาการ ภายใต้ล็อกของรัฐธรรมนูญมาตรา 169 ที่มีข้อห้ามในการใข้จ่ายงบประมาณ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการบริหารหากเกิดกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน

เพื่อให้เกิด “รัฐบาลอำนาจเต็ม” ก่อนสงกรานต์ คณะรัฐมนตรีรักษาการนัดล่าสุด จึงได้หาทางคลายล็อกรัฐธรรมนูญ โดยแกนนำพรรคภูมิใจไทย และทีมกฎหมายในทำเนียบรัฐบาล + เนติบริกร วาดเส้นทางขึ้นสู่รัฐบาลตัวจริง หลังโหวตนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมัยที่ 2 วันที่ 19 มีนาคม 2569

หากเป็นขั้นตอนปกติ หลังได้นายกรัฐมนตรี จะเข้าสู่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ และนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ในช่วงต้นเดือนเมษายน คาดว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ บริหารประเทศก่อนเทศกาลสงกรานต์ (11-15 เมษายน 2569)

และรัฐบาลใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน หลังจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เข้าปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 จึงจะมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ

แต่ในภาวะวิกฤตสงคราม วิกฤตพลังงาน ระหว่างสหรัฐอเมริกา – อิสราเอล กับอิหร่าน ส่งผลสะเทือนถึงราคาน้ำมันในประเทศไทย กระทบต้นทุนการผลิต ต้นทุนภาคขนส่ง ปากท้องของประชาชน ลุกลามจนเกิดภาพน้ำมันเกลี้ยงปั๊มทุกรายการ ทุกวัน แม้รัฐบาลยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอถึง 100 วัน

“หากยังไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มอาจเกิดหายนะทางการเมือง” นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลรักษาการ ให้ความเห็นต่อที่ประชุมคณะรัฐมนนตรี เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้หยิบยกมาตรา 161 วรรคสาม ประกอบ มาตรา 162 วรรคสอง “ที่เปิดช่องให้รัฐบาลสามารถบริหารได้เร็วขึ้น” มาเป็นทางออก

ทีมกฎหมายของคณะรัฐมนตรีเสนอไทม์ไลน์เป็นทางเลือกไว้ 2 รูปแบบ ในการตั้งรัฐบาลใหม่ให้ตอบสนองต่อวิกฤตการเมือง-เศรษฐกิจ

รูปแบบแรก คือแบบปกติ หลังโหวตนายกรัฐมนตรี วันที่ 19 มีนาคม 2569 จะมีการนำรายชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ และหลังจากมีพระบรมโองการโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรีแล้ว จะมีการตรวจสอบประวัติคุณสมบัติรัฐมนตรี ซึ่งแม้จะเป็นคนเดิมก็ต้องยืนยันคุณสมบัติอีกครั้ง

จากนั้นจะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งคาดว่าขั้นตอนตั้งรัฐบาลแบบปกติ จะได้ช่วงวันที่ 10-11 เมษายน หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 16 เมษายน 2569

รูปแบบที่สอง ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉินด้านพลังงาน ที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ สามารถใช้มาตรา 161 วรรคสาม ประกอบมาตรา 162 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญมาใช้ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศเพื่อแก้วิกฤต แม้จะยังไม่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งรูปแบบนี้จะทำให้การทำงานของ ครม.ชุดใหม่ มีอำนาจเต็มรวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้ เจตจำนงของรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ระบุว่า “เนื่องจากเพื่อมิให้การถวายสัตย์ปฏิญาณทำให้เกิดความล่าช้าในการเข้าบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี จึงได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจให้คณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินไปพลางก่อนที่จะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณได้”

และรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคสอง ระบุถึงการที่รัฐบาลต้องการมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศก่อนการแถลงนโยบายว่า “หากมีกรณีที่สําคัญและจําเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สําคัญของแผ่นดินคณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดําเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จําเป็นก็ได้”

ทั้ง 2 แนวทางการบริหารวิกฤตเศรษฐกิจ ก่อนถึงวิกฤตการเมือง ถูกชงให้นายอนุทินตัดสินใจดำเนินการ

เพื่อส่งไม้ต่อให้ทีมนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย นำโดย อนุทิน – เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง – ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ – พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม – สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ

หลังเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มแล้ว จะได้เคลื่อนนโยบายเร่งด่วนที่ต้องเร่งเดินหน้า 6 เดือนแรก อาทิ แก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า ต่อเนื่องจากรัฐบาลอนุทิน 1 นอกเหนือจากวิกฤตพลังงาน โดยรัฐบาลเตรียมแผนผลักดันคนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ทันที

เร่งช่วยเหลือประชาชน ผ่านนโยบายราคาพลังงาน กำหนดผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 ยูนิตแรก จ่ายยูนิตละ 3 บาท ส่วนที่ใช้เกิน 200 ยูนิตจะจ่ายเป็นขั้นบันได โดยสามารถออกเป็นประกาศของกระทรวงพลังงาน ควบคู่กับการแก้กฎหมายเปิดช่องให้มีการเปิดให้ซื้อ-ขายไฟตรง (Direct PPA) พร้อมผลักดันให้ชุมชน ติด solar บนหลังคา ให้มีฟาร์ม solar ในชุมชน ทำโครงการ low carbon city ในท้องถิ่นต่างๆ เพื่อทำให้พลังงานสีเขียวลงไปถึงระดับชุมชน

นอกจากนี้พิมพ์เขียวนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ขณะนี้ได้ยกร่างเสร็จแล้วในส่วนของภูมิใจไทย เน้นนโยบาย 10 พลัส ที่ได้หาเสียงไว้ช่วงเลือกตั้ง อาทิ เติมชีวิตให้คนตัวเล็กแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เติมชีวิตให้คนตัวเล็ก 13 ล้านราย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พลัส คนละครึ่ง พลัส พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ (AMC) และลงทุนพลัส เพิ่มการลงทุน รัฐร่วมทุน กระตุ้นโตยาว

รัฐบาลอนุทินต้องใช้สารพัดเครื่องมือออกมาตรการเศรษฐกิจ กลไกอำนาจการเมือง และทุกช่อง-ทุกนัยแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจ รักษาเครดิต “รัฐบาลพูดแล้วทำ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งัด 4 แผนฉุกเฉิน-ใช้ช่องรัฐธรรมนูญ เปิดทางลัดอำนาจเต็ม ครม.ใหม่ กู้วิกฤตน้ำมัน-ถอนไฟการเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...