กกต.ลุ้นระทึกปมบาร์โค้ด หลัง ป.ป.ช.โดนสินบนทองคำ "บิ๊กโจ๊ก"
ได้ลุ้นระทึกใจหายใจคว่ำแน่ๆ เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไว้พิจารณา
หลังจากเรื่องนี้เป็นปมร้อนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหลากหลาย โดยฝ่ายที่ค้างคาใจเห็นว่า การจัดพิมพ์ บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน เนื่องจากอาจสามารถเชื่อมโยงตรวจสอบย้อนหลังกลับไปถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ว่าเลือกใครหรือลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใด
ส่งผลขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 เนื่องจากเห็นว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ ขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักที่ กกต. โดนคำถามจากข้อครหาของผู้คนที่ไม่มั่นใจในการทำน้าที่ของกกต. ตั้งแต่เลือก สว.ปี 67 ที่กลายเป็นคดีความฮั้วเลือก สว. แต่กกต.กลับทำคดีล่าช้าเกินเหตุ มิหนำซ้ำ คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่ง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.คนก่อน ตั้งขึ้น มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. 229 คน ไม่มีมูลความผิด ขณะนี้อยู่ระหว่างทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา
ขณะที่การเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก็มีข้อครหาต่อ กกต.มากมาย ทั้งเรื่องใช้กลไกลอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้บางพรรค เรื่องซื้อเสียงหลักพันบาท ที่ประชาชนต่างทราบกันดีแต่ กกต.ไม่ทราบ กระทั่งการนับคะแนน เรื่องจำนวนบัตรเขย่ง และทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน.
เรื่องการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งไม่เป็นไปตามระเบียบกำหนด กระทั่งถึงเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โต้ดบนบัตรเลือกตั้ง
จากนี้ไป หลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ศาลจะสั่งให้ผู้ถูกร้อง คือกกต. และเลขาธิการ กกต. ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และให้ผู้ร้อง รวมถึงผู้ถูกร้อง ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานต่อศาลภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ได้รับหนังสือเรียก แต่โดยทั่วไปอาจสามารถขยายเวลาได้
แต่กระนั้น ความน่าสนใจแรก คือในที่สุด กกต.ก็โดนจนได้ แม้ว่าสุดท้ายอาจได้รับการวินิจฉัยในทางบวกต่อ กกต. แต่เชื่อว่ากกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ ก็คงต้องลุ้นกันตัวโก่งเช่นกัน แม้จะพยายามอ้างและใช้หลังพิงกฎหมายมาตลอด
ต้องไม่ลืมว่า กกต.ชุด "3 หนา" ก่อนหน้านี้ ก็เคยโดนร้องเรียนเรื่องการทำหน้าที่ และต้องติดคุกตอนแก่ให้เห็นมาแล้ว
ความน่าสนใจประการที่ 2 คือเป็นเรื่องร้องเรียนการทำหน้าขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับหนึ่งในกรรมการในองค์กรอิสระอีกแห่งหนึ่ง คือ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.
กรณีถูกกล่าวหารับสินบนทองคำ 246 บาททองคำจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ซึ่งขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนดำเนินการของคณะผู้ไต่สวนอิสระชุดแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประธานศาลฎีกาลงนามแต่งตั้ง 9 คน และมีกำหนดประชุมนัดแรกไปแล้ว
ตอกย้ำว่า การทำหน้าที่ของกรรมการและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ต้องรอบคอบ รอบด้าน ตระหนักในบทบาทและภาระหน้าที่ที่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
หาไม่แล้วจะไม่มีใครช่วยอะไรได้
"ประจักษ์ มะวงศ์สา" บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว
ทนาย "บิ๊กโจ๊ก" ยื่น ป.ป.ช.ทบทวนอำนาจไต่สวนคดีสินบนทองคำ
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง