“ตำรวจ” รวบพระเมาแล้วขับพร้อมหญิง พกปืนเถื่อน 9 มม. เงินผ้าป่าแสนกว่าบาทในรถ
รวบพระเมาแล้วขับมาพร้อมหญิง พกปืนเถื่อน 9 มม. พร้อมเงินผ้าป่าซ่อนในรถแสนกว่าบาท จนท.แจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลาประมาณ 00.05 น. วันที่ 27 มีนาคม 2569 ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ ,พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ โดยชุดจราจรและชุดสืบสวน ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณ ถนนกรุงศรีนอก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์
ขณะปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์ยี่ห้อเชฟโลเล็ต สีเทา หมายเลขทะเบียน กบ 8271 สุรินทร์ ขับเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่แสดงตนไม่ตรงกับข้อมูลในเบื้องต้น ทราบชื่อคือ นายศุภวัฒน์ (ขอสงวนนามสกุส) อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย พบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด(79 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการจับกุมในข้อหา “ขับรถในขณะเมาสุรา”
ต่อมา จากการตรวจสอบภายในรถ พบผู้โดยสารหญิง 1 ราย ทราบชื่อคือ นางสุมนฑาทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ซึ่งมีท่าทีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ไม่มีทะเบียน พร้อมเครื่องกระสุนปืน ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสะพาย จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาในเบื้องต้นฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากการตรวจค้นภายในรถเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบ เงินสดจำนวน 123,814 บาท รวมทั้ง อังสะ สบง และประคดเอว ซึ่งเป็นเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุอีกด้วย และระหว่าง ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการต่อรองกับทาง จนท.ตำรวจ เพื่อช่วยเหลือให้พ้นผิด แต่ทาง จนท.ตำรวจไม่ยอมเล่นด้วย
จากการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม ทราบว่า นายศุภวัฒน์ มีสถานะเป็นพระภิกษุ จำพรรษาอยู่ในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ส่วนเงินที่พบในรถเป็นเงินผ้าป่า และในส่วนของกรณีอาวุธปืนนั้น ภายหลังนางสุมนฑาทิพย์ ให้การว่า อาวุธปืนดังกล่าวมิใช่ของตน แต่เป็นของนายศุภวัฒน์ โดยก่อนหน้านี้รับสารภาพแทน เนื่องจากเกรงว่านายศุภวัฒน์ จะได้รับผลกระทบทั้งทางกฎหมายและทางพระวินัย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 2 ส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะทางพระวินัยต่อไป
ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นพระภิกษุสงฆ์มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมหรือเข้าข่ายกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายโดยทันที
ภูมิภาค63