โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

“ต้อม” ขอรับโทษประหาร ฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาว หากพ้นโทษจะบวชตลอดชีวิต

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ต้อม” ร้องขอรับโทษประหาร ยอมรับสำนึกผิด ก่อเหตุฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาวหลังถูกขอเลิก หากพ้นโทษจะบวชตลอดชีวิต ตร. รับชิ้นส่วนอีก 2 ถุง ยากต่อการค้นหา อยู่ในบ่อขยะและมีแก๊สพิษสะสม

วันที่ 27 มี.ค. 2569 บรรยากาศที่ สน.ทุ่งสองห้อง ช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจคุมตัว นายต้อม ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพนางสาวแรม แฟนสาว ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดา ในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ

โดยก่อนขึ้นรถ นายต้อม ตอบคำถามนักข่าว บอกว่า คิดถึงแฟน รักมาก และเสียใจมาก อยากขอโทษแฟน และขอโทษพ่อแม่และญาติทั้งสองฝั่ง และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และอยากขอโทษจริงๆ ตอนนี้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วต้องรับกรรมที่กระทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่ารักเขาแล้วทำไมถึงทำ รักจริงเหรอ หรือรักตัวเอง ตอบว่า “ไม่รู้” ส่วนที่ลงมือก่อเหตุไม่ได้หึงหวงจนต้องทำร้ายจนเสียชีวิต ตอนแรกตั้งใจจะพากลับไปให้พ่อแม่คุยที่บ้าน แต่แฟนไม่ยอมแล้วโวยวาย เลยเผลอเอามือไปจับที่คอ แต่ไม่ได้จับด้วยอารมณ์โกรธ

เมื่อถามว่า ถ้าไม่โกรธทำไมต้องบีบคอแรง นายต้อมไม่ตอบ บอกแค่ ฟิวส์ขาด แม้ว่าโทษครั้งนี้อาจจะถึงประหารชีวิต ตนเองก็ยินดีถ้าต้องรับโทษถึงจุดนั้น เพราะจะได้ให้ทุกคนได้รู้ไม่ต้องประมาทกับชีวิต ผมประมาทเกินไป ถ้าประหารได้ก็ยิ่งดีจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างให้คนอื่น อยากฝากอุทาหรณ์ไม่ให้เอาแบบอย่าง และอยากได้โทษประหารจะได้ให้คนอื่นกลัว แต่ถ้าหลุดจากโทษประหารก็จะบวชที่ลาว แต่ถ้าประหารได้ก็ดี ส่วนเหตุผลในการลงมือก่อเหตุอำพรางศพนั้น ตนเองไม่รู้ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจาก เป็นคดีอุกฉกรรจ์ คดีมีอัตราโทษสูง และผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี โดยก่อนที่จะมีการฝากขัง เจ้าหน้าที่สิบเวรได้เข้าไปพูดคุยกับนายต้อม เห็นว่านายต้อมนั่งอ่านหนังสือธรรมะ พูดจายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา และยอมรับว่าตอนนี้รู้สึกคิดถึงแฟน

ด้าน พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผู้กำกับ สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีด้วยว่า นายต้อม ได้ขอโทษทั้งน้ำตาและสำนึกในสิ่งที่กระทำลงไปต่อหน้าพนักงานสอบสวนด้วย โดยอ้างว่ากระทำไปเพราะหึงหวงและโกรธแค้นที่แฟนจะหนีจากตนไป

ส่วนในเรื่องของอาวุธมีดที่ทางตำรวจพบในถังขยะนั้น เจ้าตัวยังไม่ยืนยันแน่ชัดว่าเป็นอาวุธมีดที่ใช้หั่นศพหรือไม่ เพราะอ้างว่าจำไม่ได้ ซึ่งทางตำรวจอยู่ในระหว่างการนำอาวุธมีดที่พบไปตรวจ DNA เพิ่มเติม

ส่วนประเด็นเรื่องชิ้นส่วนอวัยวะของผู้เสียชีวิตอีก 2 ถุงที่ยังไม่พบเจอนั้น จากการไล่ตรวจสอบพบว่า หลังจากที่นายต้อม ได้นำ 2 ถุงดังกล่าวทิ้งในถังขยะ ทางเจ้าหน้าที่เก็บขยะของ กทม. ได้เก็บขยะไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว โดยพบว่าทางเจ้าหน้าที่เก็บขยะได้นำขยะไปรวบรวมเบื้องต้นที่บ่อขยะท่าแร้ง แล้วหลังจากนั้นก็ได้นำขยะทั้งหมดที่รวบรวมได้ไปบำบัดที่บ่อใน จ.นครปฐม

โดยขณะนี้ ฝ่ายสืบสวนอยู่ในระหว่างการค้น 2 ถุงสุดท้ายในบ่อขยะที่ จ.นครปฐม ซึ่งมีอุปสรรคคือ ด้วยความที่ขยะมีปริมาณจำนวนมากและมีแก๊สพิษสะสม จึงคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาสักระยะในการค้นหาทั้ง 2 ถุง ก่อนจะนำชิ้นส่วนที่อยู่ใน 2 ถุง ที่หายไปส่งมอบให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ดำเนินการชันสูตรและส่งมอบร่างให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตต่อไป

ส่วนเรื่องการรับศพ ขณะนี้ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม อยู่ในระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลืออีก 2 ชิ้นส่วนที่ยังหายไป เพื่อตรวจสอบร่างอย่างละเอียด ก่อนส่งมอบให้กับทางครอบครัว ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 20 วัน ถึงจะสามารถรับร่างไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาได้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางครอบครัวได้ดำเนินการตรวจ DNA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างการรอผลไปเทียบเคียงกับ DNA เศษชิ้นส่วนที่พบ ซึ่งหากทางครอบครัวได้รับร่างแล้ว ก็จะนำมาประกอบพิธีฌาปนกิจและบำเพ็ญกุศลในประเทศไทยต่อไป โดยล่าสุดทางครอบครัวแจ้งความประสงค์เบื้องต้นว่าจะย้ายไปที่วัดช่องลม อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ระหว่างนี้ทั้งครอบครัวเดินทางกลับไปยัง สปป.ลาว เพื่อไปดูใจพ่อแม่ของนางสาวแรม ที่ยังคงโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ต้อม” ขอรับโทษประหาร ฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาว หากพ้นโทษจะบวชตลอดชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...