เรียน เล่น รีวิว: เปิดชีวิต เด็กสาธิต สวนนัน อินฟลูเอนเซอร์ เมื่อยอดฟอลโลว์ไม่ได้มาพร้อมข้ออ้างในการทิ้งการเรียน
[/video] ทุกเช้าเธอยังคงเดินผ่านประตูโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น เสียงพูดคุยของนักเรียนตามทางเดิน เสียงหัวเราะในช่วงพักกลางวัน หรือบรรยากาศของเพื่อนที่กำลังเร่ง ทำงานกลุ่มก่อนส่ง ล้วนเป็นภาพคุ้นตาของชีวิตในโรงเรียน “เวลาอยู่โรงเรียน หนูก็ใช้ชีวิตเหมือนเพื่อน ๆ เลยค่ะ เรียน ทำงานกลุ่ม คุยเล่นกับเพื่อน บางวันก็ยุ่งมาก เหมือนกัน” ตาต้าเล่าด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ถ้ามองจากภายนอก เธอก็เป็นเพียงเด็กมัธยมคนหนึ่งในโรงเรียน แต่เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น โลกอีกใบหนึ่ง ของเธอก็เริ่มต้นขึ้น โลกของการทำคอนเทนต์ “ตอนแรกหนูแค่ลองถ่ายเล่น ๆ ค่ะ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรเลย”
เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำคลิปไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่เห็นเพื่อน ๆ ลองทำคลิปกันแล้วรู้สึกว่าน่า สนุก แต่สิ่งที่เริ่มต้นจากความสนุก กลับค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างไม่คาดคิด… จำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากหลักร้อย กลายเป็นหลักพันและในที่สุดก็กลายเป็นหลักหมื่น แม้จะมีผู้ติดตามมากขึ้น แต่ตาต้ากลับบอกว่าสิ่งที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่การคิดคอนเทนต์ แต่คือ“การแบ่งเวลา” “บางช่วงมีสอบ มีงานโรงเรียน แล้วก็มีงานคอนเทนต์เข้ามาพร้อมกันค่ะ” เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเล่าต่อว่า บางคลิปใช้เวลาถ่ายไม่นาน แต่บางคลิปต้องถ่ายหลายรอบกว่าจะได้คลิป ที่พอใจ แต่ไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน เธอก็ตั้งกฎกับตัวเองไว้ชัดเจน “หนูบอกตัวเองเสมอว่า ต่อให้คอนเทนต์จะสำคัญแค่ไหน หน้าที่หลักของเราก็คือการเรียนค่ะ” โชคดีที่ตาต้ามีครอบครัวและคุณครูที่เข้าใจ คุณแม่ช่วยดูเรื่องการจัดเวลา ส่วนคุณครูในโรงเรียนก็คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนเธอเสมอ แต่… บนโลกออนไลน์ไม่ได้มีเพียงคำชื่นชม ตาต้ายอมรับว่า เธอเคยเจอคอมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกเสียใจเหมือนกัน “มีคนเคยล้อว่าหนูหน้าผากกว้างจนมือปิดไม่มิด ตอนนั้นก็เสียใจค่ะ” สำหรับเด็กวัยเรียน คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นใจได้ไม่น้อย แต่กำลังใจจากครอบครัวช่วยให้เธอมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง “คุณแม่บอกว่ามันอาจเป็นเอกลักษณ์ของเราก็ได้” คำพูดสั้น ๆ นี้ทำให้เธอเริ่มเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวเองมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เธอก็มีหลักการในการทำคอนเทนต์ของตัวเองอย่างชัดเจน “หนูจะไม่รับงานที่ผิดกฎหมาย ไม่ทำคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม แล้วก็ไม่รีวิวเกินจริงค่ะ”
สำหรับเธอแล้ว อินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้เป็นเพียงคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่คือคนที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองเผยแพร่ออกไป “หนูคิดว่าอินฟลูเอนเซอร์ต้องรับผิดชอบต่อคนดูค่ะ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่อาจมองเราเป็นตัวอย่าง” เมื่อถามถึงความหมายของการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่ดี ตาต้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างจริงจัง “อินฟลูเอนเซอร์ที่ดีสำหรับหนูไม่ใช่แค่มีคนติดตามเยอะแต่คือการทำสิ่งที่เราชอบ และต้องไม่ทิ้งการเรียน” เรื่องราวของเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังเติบโตท่ามกลางโลกออนไลน์ อาจดูเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ในยุคดิจิทัล แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันสะท้อนบทเรียนสำคัญของคนรุ่นใหม่ โลกโซเชียลอาจเปิดโอกาสมากมายให้กับเด็กและเยาวชน แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการรู้จักตัวเอง รู้จักรับผิดชอบ และรู้จักรักษาสมดุลของชีวิต เพราะสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จอาจไม่ได้วัดจากยอดผู้ติดตามบนหน้าจอ
แต่อาจวัดจากการที่เรายังสามารถเติบโตเป็นคนที่ดี มีความรับผิดชอบ และไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง และบางที สำหรับเด็กวัยเรียนคนหนึ่ง การเติบโตอย่างสมดุลระหว่าง“ความฝัน” กับ “การศึกษา” อาจเป็นความสำเร็จที่สำคัญกว่ายอดผู้ติดตามใด ๆ บนโลกออนไลน์ … ผู้จัดทำ นางสาวอรอุมา บัวสระเกส นายไพรัช ศิริวัฒนพิศาล นางสาวกุลธิดา อุ่นจิตต์ นายมานนท์ อรัญคีรี นักประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา