โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

12 หุ้นแกร่งเหนือตลาด! หลังน้ำมันปรับขึ้น 6 บาท หนุนกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ-น้ำมันปาล์ม วิ่งคึก โบรกฯ แนะ “เก็งกำไรตามรอบ” พร้อมระวังแรงเทขาย

Wealthy Thai

อัพเดต 45 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 10.55 น.

12 หุ้นกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ-น้ำมันปาล์ม กอดคอกันวิ่งคึกสวนทางดัชนีตลาดหุ้นไทยติดลบ 14.99 จุด หลัง กบน. มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีก 6 บาท/ลิตร เพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันฯ หนุนความน่าสนใจเชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบโลกทรงตัวสูงจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง ฟากโบรกฯ แนะ "เก็งกำไรตามรอบ" เมื่อเห็นสัญญาณราคา Commodity ขยับขึ้น และระวังแรงเทขายหากมีแผนสกัดราคา
โดยราคาหุ้น บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 1.27 บาท เพิ่มขึ้น 0.16 บาท หรือ +14.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47.03 ล้านบา
ขณะที่ราคาหุ้น บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) หรือ UBE ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 0.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ +9.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 70.47 ล้านบาท
ส่วนราคาหุ้น บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGIปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 4.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.28 บาท หรือ +7.22% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 21.46 ล้านบาท
เช่นเดียวกับราคาหุ้น บริษัท ไบโอ กรีน เอ็นเนอร์ยี่ เทค จำกัด (มหาชน) หรือ BIOTEC ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 0.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ +7.14% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 20.36ล้านบาท
อีกทั้ง ราคาหุ้น บริษัท เอไอ เอนเนอร์จี จำกัด (มหาชน) หรือ AIE ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 1.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ +6.84% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 10.56ล้านบาท
รวมถึงราคาหุ้น บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 5.05 บาท เพิ่มขึ้น 0.23 บาท หรือ +4.77% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 69.90ล้านบาท
สำหรับราคาหุ้น บริษัท เอเชียนน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ APOปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 2.34 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ +4.46% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 5.08ล้านบาท
นอกจากนี้ ราคาหุ้น บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ VPO ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 0.71 บาท เพิ่มขึ้น 0.03 บาท หรือ +4.41% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 52.19ล้านบาท
รวมทั้งราคาหุ้น บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UVANปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 16.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ +3.87% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 19.51ล้านบาท
ด้านราคาหุ้น บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 2.64 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ +3.13% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 23.45ล้านบาท
รวมทั้งราคาหุ้น บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGCปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 4.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท หรือ +3.06% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 0.29ล้านบาท
และราคาหุ้น บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ CPIปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ระดับ 3.52 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ 2.33% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2.58ล้านบาท
ทั้งนี้ ราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นภายหลัง กบน. มีมติให้ปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิด 6 บาท/ลิตร มีผลใน วันนี้ (26 มี.ค.69) เพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันฯ ที่เผชิญปัญหาสภาพคล่องหนัก โดยชดเชยถึง 2,592 ลบ./วัน
ซึ่งสวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ที่ปรับตัวลดลง 14.99 จุด หรือ -1.03%มาปิดที่ระดับ 1,442.92จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 65,310.89ล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก "น้ำมันปาล์ม" และ "เอทานอล" ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้นในภาคพลังงานของไทย ในฐานะวัตถุดิบหลักสำหรับการผลิตไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอล์ พลังงานทางเลือกเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประเทศรับมือกับวิกฤตราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน และลดความเสี่ยงของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับภาระการอุดหนุนราคาพลังงานมูลค่ามหาศาล โดยในช่วงวันที่ 9-15 มี.ค. 2569 การจ่ายเงินสนับสนุนเฉลี่ย 1,700 ลบ./วัน และฐานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ 1.26 หมื่นลบ.
นอกจากนี้ ภาครัฐมีการเตรียมมาตรการรับมือเพิ่มเติมโดยจะพิจารณาปรับสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น จากเดิม B5 ได้เพิ่มสัดส่วนเป็น B7 และมีแผนจะเพิ่มขึ้นเป็น B10 หรือ B20 ในระยะต่อไป และการสนับสนุนการใช้ E20 เป็นต้น
โดยสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่อแววยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในระยะเวลาอันใกล้ ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เมื่อต้นทุนพลังงานจากฟอสซิลมีราคาแพง ความน่าสนใจและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจึงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยนี้ทำหน้าที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ผลักดันให้ความต้องการใช้ (Demand) ทั้งน้ำมันปาล์มเพื่อผลิตไบโอดีเซล และเอทานอลเพื่อผลิตแก๊สโซฮอล์ ขยายตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ หากสงครามในตะวันออกกลางยืดเยื้อลากยาวไปพร้อมๆ กับการที่ไทยและภูมิภาคต้องเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" (El Nino) ซึ่ง สทนช. คาดจะเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง พ.ค. 2569 เป็นต้นไป เข้ามาซ้ำเติม ภาวะภัยแล้งและปริมาณน้ำฝนที่ทิ้งช่วงจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตร ทำให้ผลผลิตปาล์มน้ำมันและอ้อย (วัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล) ออกสู่ตลาดลดลงอย่างหนัก เมื่อความต้องการใช้พลังงานทดแทนพุ่งสูงขึ้น แต่ฝั่งอุปทาน (Supply) กลับหดตัวลงจากภัยแล้ง สถานการณ์นี้จะกลายเป็นความเสี่ยงขาขึ้น (Upside Risk) สำคัญที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) และเอทานอลปรับตัวสูงขึ้นแรงกว่าปกติ
ภายใต้ภาวะราคาวัตถุดิบสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและปรากฏการณ์เอลนีโญ กลุ่มที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือ ผู้ประกอบการกลุ่มเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ รวมถึงผู้ผลิตน้ำตาลและมันสำปะหลังที่มีธุรกิจเอทานอลครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มที่มี "สต็อกต้นทุนต่ำ" และ "มีพื้นที่ปลูกเป็นของตนเอง" จะได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายตัวของส่วนต่างราคา (Margin) ผ่านการรับรู้กำไรจากมูลค่าสต็อก (Inventory Gain) และมีต้นทุนวัตถุดิบที่คงที่กว่าคู่แข่งที่ต้องจัดหาใหม่ทั้งหมด
สำหรับหุ้นที่คาดจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์นี้ ได้แก่

  • กลุ่มผู้ผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล (BBGI, GGC, UBE): ได้ประโยชน์จากภาครัฐจะเน้นอุดหนุนราคาขายปลีกและลดราคา E20 เพื่อจูงใจการใช้ ซึ่งจะช่วยหนุนปริมาณการขายเอทานอลให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูง

  • กลุ่มผู้ผลิตปาล์มน้ำมันครบวงจร (UVAN, VPO, CPI): โดยเฉพาะผู้ที่มีสัดส่วนพื้นที่ปลูกเองสูงจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ ทำให้ได้รับประโยชน์เต็มที่จากราคา CPO ขาขึ้น ส่งผลให้ Margin กว้างขึ้นชัดเจน

  • กลุ่มผู้ผลิตน้ำตาลและเอทานอล (KSL, KTIS, BRR): ได้อานิสงส์จากราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่พุ่งสูงจากปัญหาภัยแล้งควบคู่ไปกับราคาขายเอทานอลที่ปรับขึ้นตามทิศทางราคาสินค้าเกษตรอ้างอิงและกลไกตลาด

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ต้องจับตา คือ สินค้ากลุ่มนี้มีผลกระทบต่อค่าครองชีพโดยตรง จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกภาครัฐแทรกแซง อาทิ การสั่งลดสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพ, การประกาศเป็นสินค้าควบคุมราคา (น้ำตาล/น้ำมันขวด) หรือการจำกัดการส่งออก เพื่อคุมเงินเฟ้อในประเทศ
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนที่เหมาะสมสำหรับหุ้นกลุ่มนี้จึงควรเน้น "เก็งกำไรตามรอบ (Trading)" เมื่อเห็นสัญญาณราคา Commodity ขยับขึ้น และให้ระวังแรงเทขายหากมีข่าวหน่วยงานรัฐ (กบง./กกร.) มีแผนออกมาตรการสกัดราคา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...