ชาวบ้านท่าบุญมีลุกฮือค้านโรงไฟฟ้าขยะ-ชีวมวล หวั่นมลพิษคุกคามน้ำ-สุขภาพ
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านท่าบุญมี ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ได้รวมพลังแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะและโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยมีการติดป้ายโปสเตอร์สีแดงทั่วพื้นที่หมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง พร้อมข้อความ “เราไม่เอามลพิษจากโรงงานไฟฟ้า” เพื่อสะท้อนความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน
นายน้อย (สงวนนามสกุล) ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า ชาวบ้านทุกครัวเรือนในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันคัดค้านโครงการดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปา ระบบนิเวศ และสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในพื้นที่
แม้โครงการโรงไฟฟ้าขยะและโรงไฟฟ้าชีวมวลจะถูกผลักดันในฐานะพลังงานทางเลือกเพื่อจัดการขยะและผลิตไฟฟ้า แต่ชาวบ้านมองว่า หากกระบวนการจัดการไม่รัดกุม อาจสร้างมลพิษทางน้ำและสิ่งแวดล้อม จนทำให้ชุมชนต้องแบกรับผลกระทบอย่างหนัก
นายน้อย ระบุเพิ่มเติมว่า ปัญหาความขัดแย้งมักเกิดขึ้นจากการตั้งโรงไฟฟ้าใกล้แหล่งน้ำดิบมากเกินไป แม้จะมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่ชาวบ้านเห็นว่ายังไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริงในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าการผลิตไฟฟ้าจากขยะเป็นแนวทางที่ดี แต่ต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษรูปแบบใหม่
ทั้งนี้ แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเตรียมจัดเวทีชี้แจงกับประชาชนในวันที่ 9 เมษายน 2569 เวลา 09.00-12.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลท่าบุญมี แต่ชาวบ้านยืนยันว่าจะรวมตัวแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการดังกล่าว เนื่องจากมองว่าเป็น “ภัยมืด” ที่อาจกระทบต่ออนาคตของลูกหลานและส่วนรวม
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความกังวลต่อผลกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อชุมชนใกล้เคียง เช่น เกาะโพธิ์ เกาะจันทร์ บ่อทอง รวมถึงพื้นที่พนัสนิคมและบ้านบึง ซึ่งมีสถานศึกษา โรงพยาบาล ศาสนสถาน และสถานพัฒนาเด็กเล็กจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนหลายพันคนที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังมีความห่วงใยต่อแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างอ่างเก็บน้ำรัชชโลธร ซึ่งเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งน้ำดิบสำคัญในการผลิตน้ำประปา โดยอยู่ห่างจากพื้นที่โครงการไม่เกิน 3.5 กิโลเมตร อาจเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมลพิษ
ชาวบ้านยังชี้ว่า มลพิษจากโรงไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและปศุสัตว์ ทั้งการเจริญเติบโตของพืชผลที่ลดลงจากฝนกรด อุณหภูมิที่สูงขึ้น รวมถึงเขม่าที่ปกคลุมใบพืชจนกระทบกระบวนการสังเคราะห์แสง และอาจกระทบต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว
“หากโรงไฟฟ้าต้องเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง คำถามคือ ชาวบ้านจะยังสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้หรือไม่” ตัวแทนชาวบ้านกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน และไม่หลงเชื่อคำชี้แจงของผู้ประกอบการโดยปราศจากการตรวจสอบ