“ภารกิจ Artemis II mission” พามนุษย์บินไกลจากโลกมากสุดเป็นประวัติการณ์
ภารกิจ Artemis II mission พามนุษย์บินไกลจากโลกมากสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเผยภาพหายากของด้านไกลดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตและการพุ่งชนจากอวกาศ
วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 09.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักบินอวกาศ 4 คนของ NASA จากภารกิจ Artemis II ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อเดินทางลึกสู่อวกาศมากกว่ามนุษย์คนใดเคยทำมา ระหว่างการบินผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งแทบไม่เคยมีมนุษย์ได้เห็นด้วยตาเปล่า
ภารกิจสำรวจครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง โดยลูกเรือได้สังเกตการณ์พื้นผิวดวงจันทร์ที่อยู่ในความมืด และพบปรากฏการณ์ “แสงวาบจากอุกกาบาต” ที่พุ่งชนพื้นผิวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อมที่ถูกถล่มจากวัตถุอวกาศอย่างรุนแรง
ขณะเดียวกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนที่ศูนย์ควบคุมภารกิจในฮิวสตัน ได้ติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์จากยาน Orion ซึ่งโคจรอยู่ห่างจากโลกประมาณ 402,000 กิโลเมตร
ในวันที่ 6 ของภารกิจ นักบินอวกาศได้ทำสถิติใหม่ โดยเดินทางไกลจากโลกถึง 252,756 ไมล์ แซงหน้าสถิติเดิมของ Apollo 13 mission ที่เคยทำไว้ราว 248,000 ไมล์เมื่อปี 1970
ภารกิจ Artemis II ถือเป็นการส่งมนุษย์กลับสู่บริเวณดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี นับตั้งแต่ยุคของ Apollo program ซึ่งเคยพามนุษย์ 12 คนไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ระหว่างปี 1969–1972
โครงการ Artemis ถูกวางให้เป็นภาคต่อของ Apollo โดยมีเป้าหมายส่งมนุษย์กลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2571 รวมถึงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ เพื่อใช้เป็นจุดทดสอบสำหรับภารกิจไปยังดาวอังคารในอนาคต
แม้ภารกิจนี้จะเป็นเพียงการทดลองก่อนลงจอดจริง (dress rehearsal) แต่ก็ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะภาพแสงจากอุกกาบาต ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่นักบินอวกาศยุค Apollo เคยรายงานไว้
ในช่วงเริ่มต้นของวันที่ 6 ลูกเรือได้รับข้อความบันทึกเสียงจาก Jim Lovell นักบินอวกาศระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับสู่ย่านเก่าของผม… อย่าลืมมองวิว และขอให้โชคดี”
ระหว่างบินผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ ยาน Orion ต้องเข้าสู่ช่วงสื่อสารขาดหายนาน 40 นาที เนื่องจากดวงจันทร์บังสัญญาณจากโลก ลูกเรือได้บันทึกภาพหายากของพื้นผิวดวงจันทร์จากมุมมองที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงภาพโลกที่ดูเล็กเพียงลูกบาสเกตบอลบนฉากหลังของอวกาศ
นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพปรากฏการณ์พิเศษที่“โลกขึ้นและตก” เหนือขอบดวงจันทร์ ซึ่งเป็นภาพกลับด้านของ“Moonrise” ที่มนุษย์บนโลกคุ้นเคย
ระหว่างภารกิจ ลูกเรือยังได้ตั้งชื่อชั่วคราวให้กับหลุมบนดวงจันทร์ โดยหนึ่งในนั้นถูกเสนอให้ชื่อว่า “Carroll” เพื่อเป็นเกียรติแก่ภรรยาผู้ล่วงลับของผู้บัญชาการภารกิจ
อ้างอิง : www.reuters.com