โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ภารกิจ Artemis II mission” พามนุษย์บินไกลจากโลกมากสุดเป็นประวัติการณ์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 7 เมษายน 2569 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภารกิจ Artemis II mission พามนุษย์บินไกลจากโลกมากสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเผยภาพหายากของด้านไกลดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยหลุมอุกกาบาตและการพุ่งชนจากอวกาศ

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 09.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นักบินอวกาศ 4 คนของ NASA จากภารกิจ Artemis II ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อเดินทางลึกสู่อวกาศมากกว่ามนุษย์คนใดเคยทำมา ระหว่างการบินผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งแทบไม่เคยมีมนุษย์ได้เห็นด้วยตาเปล่า

ภารกิจสำรวจครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง โดยลูกเรือได้สังเกตการณ์พื้นผิวดวงจันทร์ที่อยู่ในความมืด และพบปรากฏการณ์ “แสงวาบจากอุกกาบาต” ที่พุ่งชนพื้นผิวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อมที่ถูกถล่มจากวัตถุอวกาศอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนที่ศูนย์ควบคุมภารกิจในฮิวสตัน ได้ติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์จากยาน Orion ซึ่งโคจรอยู่ห่างจากโลกประมาณ 402,000 กิโลเมตร

ในวันที่ 6 ของภารกิจ นักบินอวกาศได้ทำสถิติใหม่ โดยเดินทางไกลจากโลกถึง 252,756 ไมล์ แซงหน้าสถิติเดิมของ Apollo 13 mission ที่เคยทำไว้ราว 248,000 ไมล์เมื่อปี 1970

ภารกิจ Artemis II ถือเป็นการส่งมนุษย์กลับสู่บริเวณดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี นับตั้งแต่ยุคของ Apollo program ซึ่งเคยพามนุษย์ 12 คนไปเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์ระหว่างปี 1969–1972

โครงการ Artemis ถูกวางให้เป็นภาคต่อของ Apollo โดยมีเป้าหมายส่งมนุษย์กลับไปลงจอดบนดวงจันทร์อีกครั้งภายในปี 2571 รวมถึงการสร้างฐานถาวรบนดวงจันทร์ เพื่อใช้เป็นจุดทดสอบสำหรับภารกิจไปยังดาวอังคารในอนาคต

แม้ภารกิจนี้จะเป็นเพียงการทดลองก่อนลงจอดจริง (dress rehearsal) แต่ก็ได้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะภาพแสงจากอุกกาบาต ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่นักบินอวกาศยุค Apollo เคยรายงานไว้

ในช่วงเริ่มต้นของวันที่ 6 ลูกเรือได้รับข้อความบันทึกเสียงจาก Jim Lovell นักบินอวกาศระดับตำนานที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยกล่าวว่า “ยินดีต้อนรับสู่ย่านเก่าของผม… อย่าลืมมองวิว และขอให้โชคดี”

ระหว่างบินผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ ยาน Orion ต้องเข้าสู่ช่วงสื่อสารขาดหายนาน 40 นาที เนื่องจากดวงจันทร์บังสัญญาณจากโลก ลูกเรือได้บันทึกภาพหายากของพื้นผิวดวงจันทร์จากมุมมองที่ไม่เคยมีมาก่อน รวมถึงภาพโลกที่ดูเล็กเพียงลูกบาสเกตบอลบนฉากหลังของอวกาศ

นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพปรากฏการณ์พิเศษที่“โลกขึ้นและตก” เหนือขอบดวงจันทร์ ซึ่งเป็นภาพกลับด้านของ“Moonrise” ที่มนุษย์บนโลกคุ้นเคย

ระหว่างภารกิจ ลูกเรือยังได้ตั้งชื่อชั่วคราวให้กับหลุมบนดวงจันทร์ โดยหนึ่งในนั้นถูกเสนอให้ชื่อว่า “Carroll” เพื่อเป็นเกียรติแก่ภรรยาผู้ล่วงลับของผู้บัญชาการภารกิจ

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...