เปิดภาพจำลอง 'ทางเดินริมน้ำบางพลัด' ชาวบ้านจี้ ชัชชาติ-ผู้ว่าฯใหม่สั่งยุติ ยก 9 ข้อแห่ต้าน
เปิดภาพจำลอง ‘ทางเดินริมน้ำบางพลัด’ ชาวบ้านจี้ ชัชชาติ-ผู้ว่าฯใหม่สั่งยุติ ยก 9 ข้อแห่ต้าน
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม สืบเนื่องกรณี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการประชุมรับฟังข้อเท็จจริง และความเห็นกรณีคัดค้านถนนหลังเขื่อนตามโครงการพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด โดยชาวบ้านเขตบางพลัดร่วมกันแถลงคัดค้านโครงการดังกล่าว ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยมีคนในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 รายจนเต็มห้องประชุม
ทั้งนี้ โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด มีระยะทาง 3.5 กม. ตั้งแต่ช่วงสะพานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสะพานกรุงธน (ซังฮี้) โดย สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ได้จัดการประชุมเพื่อนำเสนอโครงการฯ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 โดยมีการเผยแพร่ภาพจำลองของทางเดินดังกล่าว ซึ่ง กทม. ระบุในครั้งนั้นว่า
แม่น้ำเจ้าพระยาคือหัวใจของคนกรุงเทพฯ โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงพื้นที่ริมน้ำได้อย่างเท่าเทียม เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและการออกกำลังกาย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ถือเป็นการคืนแม่น้ำให้ผู้คนอย่างแท้จริง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน
สำหรับ เหตุผลที่ชาวบ้านแถลง โดยขอให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และ/หรือ ผู้ว่ากรุงเทพมหานครคนต่อไป สั่งการให้ยุติ ได้แก่
1.ขาดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ประชาชนในพื้นที่จำนวนมากไม่รับรู้ข้อมูลอย่างครบถ้วน ไม่ได้รับโอกาสในการแสดงความคิดเห็นต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบ้าน ชุมชน วิถีชีวิต และสิทธิของตนเอง การตัตดำเนินโครงการลักษณะนี้จึงเป็นการใช้อำนาจรัฐที่ขาดความละเอียดอ่อนต่อสิทธิชุมชน และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมอย่างรุนแรง
2.สร้างความเสี่ยงต่อชีวิต ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน
ถนนคอนกรีตหลังเขื่อนที่พาดผ่านหน้าบ้านหรือหลังบ้านของประชาชน อาจเปิดช่องให้บุคคลภายนอกเข้าถึงพื้นที่อาศัยได้ง่ายขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่ออาชญากรรม การบุกรุก ความไม่ปลอดภัยของเด็ก ผู้สูงอายุ และครอบครัวที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำ การพัฒนาเมืองไม่ควรทำให้บ้านของประชาชนกลายเป็นพื้นที่เปิดไร้การควบคุมและไร้ความปลอดภัย
3.อาจทำลายบ้านเรือนและชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งบางพลัดมีหลักฐานการอยู่อาศัยต่อเนื่องมายาวนาน ทั้งบ้านเรือนเก่า ชุมชนมุสลิม ชุมชนแขกแพเดิม วิถีการตั้งถิ่นฐานริมน้ำและเอกสารสิทธิหรือหลักฐานทางประวัติศาสตร์บางส่วนที่สืบย้อนกลับไปถึงรัชกาลที่5 การมองพื้นที่เหล่านี้เป็นเพียงแนวเขื่อนหรือพื้นที่สำหรับการก่อสร้างถนนคอนกรีต คือการลดทอนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของชุมชนอย่างร้ายแรง
4.ทำลายมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของชุมชนริมน้ำ
วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดผ่านการอยู่อาศัย การค้าขาย การเดินทาง การประกอบศาสนกิจ และความสัมพันธ์ของคนกับสายน้ำ การสร้างถนนที่ตัดผ่านพื้นที่ชีวิตของชุมชนอาจทำให้ความรู้เหล่านี้สูญหาย และทำให้ความมีชีวิตชีวาของริมแม่น้ำถูกแทนที่ด้วยภูมิทัศน์ที่ไร้รากทางวัฒนธรรม
5.การแลกเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะกับ “ประโยชน์ใช้สอย” กับ “มรดกที่มีชีวิต”
กรุงเทพมหานครกำลังจะแลกประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของขุมชนเก่าแก่หลายชั่วอายุคนกับถนนหรือพื้นที่นั่งพักผ่อนที่อาจถูกใช้เพียงบางช่วงเวลาเท่านั้น คำถามสำคัญคือ เมืองควรทำลายชุมชนจริงๆ เพื่อสร้างภูมิทัศน์ใหม่ที่ยังไม่ชัดเจนว่าประชาชนต้องการหรือไม่ เพียงใด และคุ้มค่ากับผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือไม่
6.อาจเป็นการพัฒนาในนามพื้นที่สีเขียว แต่กลับผลลัพธ์จริงนำไปสู่การเบียดขับชุมชนดั้งเดิม
การอ้างเรื่องการปรับภูมิทัศน์หรือเพิ่มพื้นที่สาธารณะไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลเพื่อผลักคนดั้งเดิมออกจากพื้นที่ของตนเอง หากการพัฒนาเมืองทำให้ชุมชนที่อยู่มาก่อนต้องสูญเสียบ้าน สูญเสียความมั่นคง และสูญเสียสิทธิในการกำหนดอานาคตของตนเอง โครงการนั้นย่อมไม่ใช่การพัฒนาเพื่อประชาชน แต่เป็นการพัฒนาที่สร้าความเงื่อมหล้ำและความไม่เป็นธรรม
7.มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และการดูแลรักษาระยะยาว
โครงการสร้างถนนหลังเขื่อนอาจก่อให้เกิดพื้นที่อับ กักขยะใต้ถนนคอนกรีต สะสมสิ่งปฏิกูลและพาหะนำโรค
โดยเฉพาะในพื้นที่ ริมแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงตามฤดู หากไม่มีระบบดูแลรักษาที่ชัดเจน
พื้นที่ซึ่งอ้างว่าเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์อาจกลายเป็นแหล่งปัญหาสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมของชุมชนในระยะยาว
8.มีคำถามสำคัญเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณภาครัฐ
ในช่วงเวลาที่ประชาชนจำนวนมากเผชิญภาระค่าครองชีพ ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ และความต้องการพื้นฐานอีกจำนวนมาก กรุงเทพมหานครควรตอบคำถามให้ชัดเจนว่าเหตุใดจึงต้องใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาทกับโครงการที่ประชาชนในพื้นที่จำนวนหนึ่งไม่ต้องการและอาจสร้างผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาโดยตรง เงินภาษีของประชาชนควรถูกใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย สวัสดิการและบริการสาธารณะที่จำเป็นก่อน ไม่ใช่เพื่อโครงการที่ทำลายชุมชนและสร้างความขัดแย้ง
9.พื้นที่นี้มีความหมายทางประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์ข้ามวัฒนธรรม
ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยาบริเวณนี้เป็นพื้นที่สัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างไทย เปอร์เซีย มลายู และชุมชนมุสลิมในสยามที่สืบเรื่องมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นหลักฐานของความเป็นพหุวัฒนธรรมที่ควรได้รับการฟื้นฟู ศึกษา และส่งต่อให้ชนรุ่นหลัง มิใช่ถูกทำลายภายใต้โครงการก่อสร้างที่มองไม่เห็นคุณค่าของผู้คนและประวัติศาสตร์
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดภาพจำลอง ‘ทางเดินริมน้ำบางพลัด’ ชาวบ้านจี้ ชัชชาติ-ผู้ว่าฯใหม่สั่งยุติ ยก 9 ข้อแห่ต้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th