Tapo by TP-Link เปิดตัว AI ดูแลบ้าน ครั้งแรกในเอเชีย
Tapo by TP-Link พลิกโฉมสมาร์ทโฮมไทย ชูแนวคิด “Affordable Smart Home”เปลี่ยนบ้านทุกเจนฯ ให้ฉลาดและอบอุ่นด้วย ‘เทคโนโลยี แอเรียล’ เอไออัจฉริยะที่เข้าใจภาษาธรรมชาติของมนุษย์ ครั้งแรกในเอเชีย
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 - TP-Link ประกาศทิศทางใหม่สู่การเป็น Smart Home Ecosystem ครบวงจร ในงาน "Tapo: Where Smart Home Meets Real AI" ภายใต้แนวคิด “Affordable Smart Home” บ้านอัจฉริยะที่ เข้าถึงง่าย-ราคาเป็นกันเอง-ใช้งานได้จริง
ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกเจนฯ ผ่าน Tapo แอพฯ เดียวที่สามารถทำงานข้ามระหว่างอุปกรณ์ได้อย่าง Real Time
ในช่วงปี 2020–2025 Tapo เติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย โดยยอดขายเชิงจำนวนชิ้นเติบโตเฉลี่ยราว 55–60% ต่อปี สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาด Smart Home ทั้งตลาดในไทยที่อยู่ประมาณ 28–31% ต่อปีในช่วงปี 2025 – 2030 สะท้อนให้เห็นว่า Demand ของผู้บริโภคไทยต่อ Smart Home เริ่มชัดเจนมากขึ้น
ทั้งในมิติของความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มกล้อง Tapo ที่เติบโตถึง 9 เท่าใน 6 ปี และปัจจุบันคาดว่ามีกล้อง Tapo ถูกติดตั้งในประเทศไทยแล้วราว 1.5 ล้านตัว
ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นการเติบโต ที่น่าสนใจของอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ที่ช่วยเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้เป็น Smart Home ได้ง่ายขึ้น
เดฟ เฉิน (Mr. Dave Chen) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพี-ลิงค์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Hero Product ของ Tapo คือกล้องวงจรปิด Wi-Fi ซึ่งในปี 2026 นี้ กล้องวงจรปิดแบบ Dual Lens ทั้งรุ่นภายในและภายนอกอาคาร ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่า และความครอบคลุมมากกว่าเดิม เพราะเลนส์หนึ่งช่วยเก็บภาพมุมกว้าง
ส่วนอีกเลนส์สามารถหมุนติดตามคน หรือสัตว์เลี้ยงที่เคลื่อนไหวได้ ทำให้กล้องเพียงตัวเดียวสามารถดูแลพื้นที่ได้เสมือนติดตั้งกล้องมากกว่าหนึ่งตัว และช่วยให้ผู้ใช้ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญภายในบ้าน
สำหรับปีนี้ Tapo มุ่งมั่นต่อยอดความแข็งแกร่งสู่การเป็น Smart Home Ecosystem แบบครบวงจรเจ้าแรกในประเทศไทย ที่ครอบคลุมทั้ง Security, Convenience, Lifestyle Automation และ Peace of Mind ผ่านอุปกรณ์หลากหลายประเภท
ไม่ว่าจะเป็นกล้องอัจฉริยะ เซ็นเซอร์ ปลั๊กไฟอัจฉริยะ หลอดไฟอัจฉริยะ Robot Vacuum, Video Doorbell และ Digital Door Lock เพื่อทำให้สมาร์ทโฮมเป็นเรื่องที่เริ่มต้นได้ง่ายและเข้าถึงได้จริงสำหรับคนไทยทุกกลุ่ม”
แม้จะเห็นว่าคนไทยตื่นตัวในการดูแลความปลอดภัยในครัวเรือน และมีอุปกรณ์ IoT ในบ้านอยู่ไม่น้อยกว่า 1-2 ชิ้น แต่อุปสรรคที่ทำให้แต่ละบ้านยังไม่สามารถสร้าง Smart Home Ecosystem ได้เพราะคนส่วนใหญ่มีความกังวลเรื่อง ‘ราคาแพง – ติดตั้งยาก และกลัวใช้ไม่ได้จริง’
เดฟ กล่าวต่อว่า Tapo เข้ามาแก้โจทย์นี้ด้วยกลยุทธ์ Affordable Smart Home ด้วยจุดยืนที่ต้องการให้ Smart Home เข้าถึงง่าย ทั้งในแง่ราคา การติดตั้ง การใช้งาน และความมั่นใจหลังการขาย ผู้ใช้สามารถเริ่มต้น จากอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น กล้อง Wi-Fi, Smart Plug, Sensor หรือ Smart Lighting ก่อนขยายไปสู่อุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้าน
โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบไฟ ไม่ต้องเดินสายใหม่ทั้งบ้าน และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านไอทีมาก่อน เพียงเชื่อมต่ออุปกรณ์ผ่านแอป Tapo ก็สามารถตั้งค่าการใช้งานและสร้าง Automation ให้เหมาะกับกิจวัตรของบ้าน แต่ละหลังได้ทันที
โดย TAPO มีอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของแต่ละกลุ่ม ดังนี้ :
- Gen Z (เน้นไลฟ์สไตล์และความเป็นส่วนตัว) กลุ่มที่รักความสนุกและเทคโนโลยี ต้องการ Smart Home ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก และสร้างบรรยากาศในพื้นที่ของตัวเอง เช่น กล้องเช็คสัตว์เลี้ยง (C245D) หลอดไฟอัจฉริยะ (L530E) ปลั๊กอัจฉริยะ (P100) และอุปกรณ์ควบคุมผ่านมือถือ
- Gen Y / Millennials (กลุ่ม Multi-Tasking) ต้องการบ้านที่ช่วย "เป็นหูเป็นตา" เพราะต้องทำหลายบทบาทพร้อมกัน ทั้งดูแลลูกเล็ก พ่อแม่สูงวัย และสัตว์เลี้ยง อุปกรณ์ เช่น กล้องภายในและภายนอก เซ็นเซอร์ เช่น เช็คการเปิดปิดประตู ตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อให้มีการแจ้งเตือน (T110,T100) จากระยะไกลจึงตอบโจทย์กลุ่มนี้
- Gen X (เน้นความปลอดภัยและความสะดวก) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของบ้าน ครอบครัว ทรัพย์สิน และสัตว์เลี้ยง เหมาะกับกล้อง AI ทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะ Outdoor Camera ที่เป็น Dual Lens ช่วยตรวจจับความเคลื่อนไหวรอบบ้าน, Video Doorbell (D235), Digital Door lock (DL110)
- Baby Boomer / บ้านพ่อแม่ (เน้นความอุ่นใจ และปลอดภัย) ต้องการ Smart Home ที่ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องรื้อบ้านใหม่ เช่น ไฟเปิดอัตโนมัติ (L530E), เซ็นเซอร์ประตู (T110), Smart Plug (P100) ลดความเสี่ยงจากการ ลืมปิดอุปกรณ์ และกล้องที่ช่วยให้ลูกหลานดูแลได้อย่างอุ่นใจ
ในด้านการเชื่อมโยงระบบสมาร์ทโฮมของ Tapo เน้นไปที่ความลื่นไหลในชีวิตจริงผ่านแนวคิด “Camera+” (คาเมรา พลัส) ซึ่งเป็นการดึงศักยภาพของกล้อง Wi-Fi ที่ผู้บริโภคคุ้นเคยมาใช้เป็น "สมองส่วนกลาง" เพื่อสั่งการอุปกรณ์อื่นอัตโนมัติ (Automation Triggers)
ตัวอย่างเช่น เมื่อกล้องภายนอกตรวจพบรถของเจ้าของบ้านข้ามเส้นพื้นที่ที่กำหนดไว้ ระบบจะสั่งการ ให้ Digital Door Lock เตรียมพร้อมปลดล็อก พร้อมเชื่อมโยงกับ Smart IR Hub เพื่อสั่งเปิดเครื่องปรับอากาศและไฟในบ้าน ให้ทำงานทันทีโดยที่เจ้าของบ้านไม่ต้องกดสั่งงานเอง
และเพื่อทลายข้อจำกัดเรื่อง "ระบบปิด" ที่มักพบในอุปกรณ์ต่างยี่ห้อ Tapo จึงรองรับมาตรฐาน Matter เพื่อให้อุปกรณ์สมาร์ทโฮมทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นได้อย่างไร้รอยต่อ โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบทั้งหมดทำงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือรากฐานจาก TP-Link ผู้นำด้านเครือข่าย Wi-Fi อันดับ 1 ของโลก
ซึ่งช่วยให้โครงสร้างเน็ตเวิร์ก ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi 6 หรือ Mesh Wi-Fi มีความเสถียรสูง ลดปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้า ทำให้การดูภาพเรียลไทม์ ไม่มีสะดุด ทั้งยังสร้างความเชื่อมั่น (Peace of Mind) ให้แก่ผู้ใช้งานผ่านศูนย์บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมนโยบายรับประกันที่เน้นความรวดเร็วด้วยการเปลี่ยนสินค้าใหม่แทนการซ่อม
อีกไฮไลต์ที่คือการเปิดตัว แอเรียล เทคโนโลยี (Aireal Technology) ระบบ AI ยุคใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Microsoft ซึ่งก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI ทั่วไป
โดย Aireal ไม่ได้ทำงานแยกส่วนบนอุปกรณ์ใด อุปกรณ์หนึ่ง แต่จะเชื่อมข้อมูลระหว่างเครือข่าย Wi-Fi กล้อง และเซ็นเซอร์ทั้งบ้านเข้าด้วยกัน ทำให้ AI สามารถเข้าใจเจตนาของผู้ใช้ผ่านภาษาธรรมชาติ (Natural Language)
“เราต้องการให้ AI สื่อสารเหมือนคนในครอบครัว แทนที่คุณจะต้องเข้าไปตั้งค่า ซับซ้อนในแอป คุณเพียงแค่ถาม Aireal ว่า ‘วันนี้มีคนแปลกหน้ามาที่หน้าบ้านกี่ครั้ง’ หรือ ‘วันนี้แมวของฉันทำอะไรบ้าง’ AI จะทำการวิเคราะห์ภาพจากกล้องและข้อมูลจากเซ็นเซอร์มาสรุปให้คุณฟังทันที นี่คือจุดเริ่มต้นของบ้านที่ฉลาดขึ้น และเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม”