โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สลด! ช้างป่าดงใหญ่ 3 ตัวบุกชุมชน ประธานเครือข่ายโดนกระทืบดับ ระหว่างผลักดัน

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ช้างป่าดงใหญ่ 3 ตัวบุกพื้นที่ชุมชนในอำเภอโนนดินแดง ขณะเครือข่ายเฝ้าระวังนำทีมผลักดัน นายวีระ อายุ 66 ปี ประธานเครือข่าย ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ภรรยาและชาวบ้านสุดเศร้า ขณะที่เจ้าหน้าที่เผยมีผู้เสียชีวิตจากช้างป่าแล้ว 18 ราย เร่งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง

เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 14 พ.ค.69 นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งว่า นายวีระ ราชวงษ์ อายุ 66 ปี ประธานเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าดงใหญ่ ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตในหมู่บ้านคลองหินลาด หมู่ 9 ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลโนนดินแดง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างนายวีระ นอนเสียชีวิตอยู่ใกล้กับบ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในสภาพศรีษะเกือบเละท้อง ลำตัว และแขนมีแผลฉกรรจ์ คาดว่าน่าจะถูกช้างป่าเหยียบศรีษะ กระทืบลำตัว และใช้งาแทงที่แขน ใกล้กับพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มคว่ำอยู่ สันนิษฐานว่า หลังจากทำร้ายนายวีระ จนเสียชีวิตแล้วก็จะเดินชนรถจักรยานยนต์จนล้มด้วย

จากการสอบถามเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่า ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงประมาณ 2 ทุ่ม คืนวันที่ 13 พ.ค.69 นายวีระ ซึ่งเป็นประธานเครือข่ายเฝ้าระวังช้าง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีช้างป่า 3 ตัว เข้ามาในชุมชนหากินและทำลายผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านในหมู่บ้าน ชาวบ้านกลัวจะได้รับอันตราย จึงได้ออกไปตรวจสอบ พร้อมประสานเครือข่ายฯ ประมาณ 7-8 คน ร่วมออกผลักดันช้างป่าทั้ง 3 ตัว กลับคืนสู่ป่า แต่ช่วงเที่ยงคืนได้รับแจ้งว่าช้างป่าเข้ามาชุมชนอีก จึงได้ร่วมกับเครือข่ายออกไปผลักดันช้างอีกรอบ

กระทั่งช่วงประมาณตี 4 วันที่ 14 พ.ค.69 ระหว่างทำการผลักดันช้างป่าอยู่ นายวีระ บังเอิญไปเจอกับช้างป่าในระยะกระชั้นชิด จนโดนช้างป่าทำร้ายเสียชีวิตดังกล่าว

ขณะที่ ภรรยา และญาติ ได้นิมนต์พระไปทำพิธีเรียกดวงวิญญาณ ผู้เสียชีวิตจากจุดเกิดเหตุกลับบ้านตามความเชื่อ โดยร่างถูกตั้งประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน

สอบถามนางกาหลง ราชวงษ์ อายุ 58 ปี ภรรยาผู้ตาย ระบุว่า สามีเป็นประธานเครือข่ายผลักดันช้างป่า เวลาได้รับแจ้งว่ามีช้างป่าเข้ามาหากินทำลายพืชไร่ของชาวบ้าน สามีจะนำเครือข่ายออกไปผลักดันตลอด คืนเกิดเหตุสามีออกไปผลักดันถึง 3 รอบ แต่รอบที่สามสามีน่าจะบังเอิญไปเจอช้างป่าแบบกระชั้นชิด จึงถูกช้างป่าทำร้าย เสียใจมากที่สูญเสียสามี แต่ก็ภูมิใจที่สามีได้เสียสละเพื่อช่วยเหลือส่วนรวมมาตลอด ส่วนปัญหาช้างป่าก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการเฝ้าระวังป้องกันเพิ่มขึ้น

ด้านนายมานัส เยี่ยมรัมย์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 บอกว่า ช่วงนี้มีช้างป่าเข้ามาในหมู่บ้านบ่อยมาก ในหมู่บ้านมีทีมเฝ้าระวังช้างป่า 14 คน ผู้ตายเป็นประธานกลุ่ม คืนเกิดเหตุช้างป่า 3 ตัว ได้เข้ามาในหมู่บ้านช่วงประมาณสองทุ่ม ก็ได้ร่วมกันผลักดันออกไปแล้ว จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนก็ออกไปไล่ช้างอีกรอบหนึ่ง ต่อมาในช่วงเช้าได้ทราบว่ามีช้างเข้ามาอีกตนก็พยายามโทรหาผู้ตาย แต่ผู้ตายก็ไม่รับสายจนกระทั่งมีคนโทรศัพท์บอกว่าช้างทำร้ายชาวบ้านตาย พอไปดูก็พบว่าเป็นประธานอาสาเฝ้าระวังช้างป่าที่เสียชีวิต จึงได้รายงานให้หน่วยงานทราบ

ขณะที่ นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้กล่าวภายหลัง เดินทางไปแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า จากการรายงานจากชุดเฝ้าระวังช้างป่า ว่ามีช้างเข้ามาในหมู่บ้านในช่วงสองทุ่ม และทำการผลักดันออกไปแล้ว จากนั้นช่วงเที่ยงคืนก็ได้เข้ามาอีก ก็ทำการผลักดันออกไปอีก จนกระทั่งในช่วงตีสี่ได้เข้ามาอีกจำนวนสองถึงสามตัว ผู้ตายเป็นประธานเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่า ได้ออกไปดูช้างป่าอีก แต่รอบนี้น่าจะเจอช้างป่ากระชั้นชิดจึงถูกทำร้ายเสียชีวิต ซึ่งจากข้อมูลทราบว่า อำเภอโนนดินแดง มีผู้เสียชีวิตจากช้างป่าทำร้ายแล้ว 18 ราย ซึ่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมเอกสาร รายงานกรมอุทยานฯ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบ

พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่และเครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่าให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติงาน เนื่องจากปัจจุบันช้างป่ายังคงออกหากินใกล้พื้นที่ชุมชนบ่อยขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...