ยุคทองเพลงโลคอล เมื่อ K-Pop และ Western Pop กำลังเสียแชมป์ในอาเซียน "T-Pop" โตชัดที่สุด
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพลง K-Pop และ เพลงสากล (Western Pop) คือไม้บรรทัดที่ใช้วัดความนิยมทางดนตรีในไทยและเพื่อนบ้าน
แต่จากข้อมูลล่าสุดของ Tsurezure Lab ที่วิเคราะห์ผ่าน Spotify Daily Charts กำลังบอกเราว่า "ลมกำลังเปลี่ยนทิศ" นับตั้งแต่ปี 2024-2026 นี้
ในชาร์ตสตรีมมิ่งของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) กำลังเกิดปรากฏการณ์ที่ K-POP และเพลงสากล (Western Pop) เริ่มเสื่อมความนิยมลง โดยมีแนวเพลงท้องถิ่นของแต่ละประเทศก้าวขึ้นมาแทนที่
สะท้อนจาก สัดส่วนแนวเพลงรายสัปดาห์จาก Spotify Top 50 ใน 5 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย, มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ตั้งแต่ปี 2023 - ต้นปี 2026 พบว่า ส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกันคือ"เพลงท้องถิ่นพุ่งสูงขึ้น" ขณะที่ "K-POP และเพลงสากลหดต่ำลง"
ไทย คือ สมรภูมิที่ T-Pop ชนะขาดลอย
สำหรับประเทศไทย เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและชัดเจนที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
ส่วนแบ่งตลาดเพลง
เพลง T-Pop เติบโตจาก 65% ในปี 2023 เป็น 78% ในปี 2026
เพลง K-POP ดิ่งลงจาก 27% ในปี 2023 เหลือเพียง 11% ในปี 2026
ในแง่สถิติ มีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ระหว่าง T-Pop และ K-POP อยู่ที่ r = -0.931 ซึ่งเกือบจะเป็น -1 หรือ หมายความว่า เมื่อมีคนฟัง T-Pop เพิ่มขึ้น คนฟัง K-Pop ก็จะลดลงในอัตราที่เกือบเท่ากัน คล้าย ๆ กับการที่ T-Pop แย่งส่วนแบ่งตลาดมาได้นั่นเอง
ขณะเดียวกัน เพลง Thai Hip-Hop ก็เติบโตขึ้นตาม T-Pop แสดงถึงการขยายตัวร่วมกันของวงการเพลงไทย
[caption id="attachment_1573418" align="alignnone" width="2048"]
อินโด-ฟิลิปปินส์-มาเลเซีย เพลงโลคอลมาแรง
"อินโดนีเซีย" ที่เพลงท้องถิ่นแนว Indo Pop ครองพื้นที่ชาร์ตถึง 60-80% ตลอดระยะเวลาที่วิเคราะห์ โดยเพิ่มจาก 60% เป็น 78% ในปี 2026 ขณะที่ K-POP เหลือพื้นที่เพียง 1% กว่าๆ เท่านั้น
ทั้งนี้ Indo Pop ไม่ได้ฮิตแค่ในประเทศ ได้ยังเติบโตในชาร์ตเพลงของ "มาเลเซีย" โดยมีส่วนแบ่งตลาด Indo Pop ในมาเลเซียเพิ่มจาก 18% เป็น 22% ขณะที่ K-POP ลดจาก 18% เหลือ 13%
ด้าน "ฟิลิปปินส์" เพลงท้องถิ่นที่เรียกว่า OPM (Original Pilipino Music) มีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยส่วนแบ่งตลาด OPM พุ่งจาก 44% ในปี 2023 เป็น 63% ในปี 2026 ส่งผลให้เพลงสากลลดจาก 29% เหลือเพียง 14%
ซึ่งมีเกิร์ลกรุ๊ปวง BINI (เจ้าของเพลง "Pantropiko", "Na Na Na") คือผู้สร้างปรากฏการณ์สถิติสตรีมมิ่งถล่มทลาย แสดงให้เห็นว่า OPM ไม่ใช่แค่เพลงดั้งเดิม แต่เป็นเพลงทางเลือกของคนรุ่นใหม่ โดย BINI ซึ่งมีระบบการฝึกฝนคล้าย K-POP กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นคู่แข่งสำคัญของ K-POP ในชาร์ตฟิลิปปินส์
[caption id="attachment_1573419" align="alignnone" width="1024"]
ศิลปินวง BINI ที่กำลังมาแรงในฟิลิปปินส์[/caption]
K-Pop ในภาวะ "อิ่มตัว" แนวเพลงขาดความแปลกใหม่
แม้ K-Pop จะยังมีฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น แต่กราฟแสดงให้เห็นว่าในตลาด SEA ส่วนใหญ่ (ยกเว้นสิงคโปร์ที่ยังทรงตัว) กระแส K-Pop กำลังอยู่ในช่วงขาลง ปัจจัยหลักมาจาก
1.ความซ้ำซ้อนของแนวเพลง เมื่อสูตรสำเร็จเริ่มถูกทำซ้ำบ่อยครั้ง ผู้ฟังรุ่นใหม่จึงเริ่มมองหา "ทางเลือกอื่น" ที่สดใหม่กว่า
2.ความภูมิใจในรากเหง้า วัยรุ่นยุค Gen Z ใน SEA เริ่มรู้สึกว่าการสนับสนุนศิลปินในประเทศเป็นเรื่อง "เท่" และเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงอัตลักษณ์ (Identity) ของตนเอง