คนละกระบอก! รถลุง63-จยย.ตำรวจพฐ. ปาดกันไปมา ควักปืนจ่อระทึกกลางถนน
เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลายเป็นคลิปเหตุการณ์ที่มีการแชร์กันอย่างกว้างขวาง หลังผู้ขับรถยนต์บันทึกเหตุการณ์ ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อกและสวมแมสก์ปิดบังใบหน้า ชักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อใส่คุณลุงสูงวัย ที่เป็นผู้ขับรถยนต์ ขณะจอดติดไฟแดงอยู่ที่บริเวณสี่แยกไฟแดงหน้าหมู่บ้านจงเจริญ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี โดยหลังจากชายหนุ่มได้ชักอาวุธปืนออกมาจ่อใส่ ลุงสูงวัยก็ยังคงมีการโต้เถียงและมีปากเสียงกันอยู่เป็นระยะๆ ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนรายอื่นที่จอดติดไฟแดง ต่างรีบขับหนีกันจ้าละหวั่นเนื่องจากเกรงจะถูกลูกหลง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี จะเข้ามาควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที พร้อมควบคุมตัวชายวัยรุ่นและคุณลุงสูงวัยไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี
หลังสอบปากคำ ทำให้ทราบว่า ชายหนุ่มที่ขี่รถจักรยานยนต์และชักอาวุธปืนออกมาจ่อใส่คุณลุงสูงวัยนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีปัญหากระทบกระทั่งกับชายสูงวัยที่เป็นผู้ขับรถยนต์ โดยมีการขับปาดกันไปมา กระทั่งมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงดังกล่าว ชายหนุ่มอ้างว่าเห็นชายสูงวัยชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่ จึงได้ชักอาวุธปืนที่พกติดตัว ออกมาจ่อใส่ชายสูงวัยตามคลิปที่ปรากฏดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามนายสิทธิชัย อายุ 63 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าชักอาวุธปืนออกมาข่มรถจักรยานยนต์ก่อน ให้การปฏิเสธและยืนยันว่า เพียงพกปืนกระบอกดังกล่าวติดตัวออกมาจากบ้าน เพราะเกรงว่าเก็บไว้ที่บ้านจะไม่ปลอดภัย และหลังจากไปไหว้เช็งเม้งบรรพบุรุษเสร็จเรียบร้อย กำลังจะขับรถกลับบ้าน ได้มีปัญหาขับรถไล่กันไปมาระยะทางหลายร้อยเมตรกับคู่กรณี กระทั่งมาจอดติดไฟแดงที่เกิดเหตุ ชายที่ขี่รถจักรยานยนต์ ได้ขี่มาจอดขวางหน้ารถ จึงพยายามจะขับออกเลนขวา แต่เดินมาขวางหน้ารถกะทันหัน เลยต้องเบรกทำให้อาวุธปืนที่เก็บไว้บริเวณเบาะเลื่อนออกมาอยู่ตรงหน้าขา จึงถูกชายคนดังกล่าวเข้าใจว่าชักปืนออกมาข่มขู่และกลายเป็นเหตุการณ์ตามในคลิปดังกล่าว ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะนำอาวุธปืนออกมาข่มขู่คู่กรณีแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบ พบว่าปืนกระบอกดังกล่าวเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียน แต่ไม่มีใบอนุญาตพกพาไปในที่สาธารณะ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี จึงดำเนินคดีกับนายสิทธิชัย ในความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรต่อไป