พลังงาน น้ำมันตลาดโลกพุ่งแรง ไทยยังถูกกว่าอาเซียน ย้ำเร่งบริหารจัดการให้มีเสถียรภาพ
นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวถึง สถานการณ์ความคืบหน้าของราคาพลังงาน ราคาน้ำมันจากสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้เรื่องของราคาราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดิบดูไบขึ้นสูงถึงที่ 158 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากเปรียบเทียบจะสูงกว่าช่วงก่อนการสู้รบถึงประมาณร้อยละ 122 ทำให้เกิดผลกระทบความกดดันราคาพลังงานในประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานใช้มาตรการพยุงราคาน้ำมันด้วยการใช้ที่เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชย เพื่อให้รักษาราคาน้ำมันในประเทศ ไม่มีความผันผวน และยังคงให้ประชาชนสามารถใช้ราคาน้ำมันในระดับที่ไม่กระทบต่อค่าครองชีพมากจนเกินไป
พร้อมกันนี้ ได้ยกตัวอย่างราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศพบว่า น้ำมันดีเซลของประเทศไทย อยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 จำหน่ายอยู่ที่ 33.05 บาทต่อลิตร และนอกเหนือจากการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรักษาระดับราคาให้มีเสถียรภาพแล้ว ยังมีมาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น น้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งได้มีการปรับการผสม ในจากB5 เป็น B7 เพื่อช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานที่มีในประเทศ และลดภาระการพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ
อีกทั้ง ยังมีมาตรการส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ ซึ่งปัจจุบันราคาตลาด แก๊สโซฮอล์ 95 ส่วน E10 มีการบริหารจัดการให้มีราคาที่แตกต่างจากแก๊สโซฮอล์95 และ E20 โดยมีส่วนต่างราคา ประมาณ 5 บาท ดังนั้น ประชาชนจะมีแรงจูงใจที่จะใช้ E20 มากขึ้น และเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ในประเทศเช่นเดียวกัน
นายวัชรินทร์ ยังระบุว่า ราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านภูมิภาคอาเซียน พบว่า หลังจากที่มีเหตุการณ์สู้รบ ประเทศต่างๆในอาเซียน ได้มีการทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทั้งเบนซินและดีเซลอย่างต่อเนื่อง เช่น ประเทศมาเลเซีย ได้มีการเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลขึ้นไปประมาณร้อยละ 64 เพิ่มเบนซินขึ้นไป ประมาณร้อยละ 34 ประเทศเวียดนาม เพิ่มราคาดีเซลร้อยละ 53 เบนซินประมาณร้อยละ 39 ขณะที่สิงคโปร์ ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันและจำหน่ายน้ำมันที่มีนัยสำคัญในภูมิภาค มีการเพิ่มราคาดีเซล ประมาณร้อยละ 40 เบนซิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 อินโดนีเซีย ดีเซลประมาณ ร้อยละ 12 และเบนซิน ร้อยละ 4 ตามลำดับ ส่วนฟิลิปปินส์ เพิ่มน้ำมันดีเซล ประมาณร้อยละ 73 และเบนซิน ร้อยละ 53 ดังนั้น จึงมีข้อสังเกตที่สำคัญ ว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลของไทย อยู่ที่ประมาณ 31.14 บาท ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย ที่น้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 38 - 39 บาทต่อลิตร ดังนั้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไทย ยังถือว่ามีราคาที่ต่ำกว่าราคาในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนกระทรวงพลังงานก็ยังมุ่งเน้นบริหารจัดการราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ให้มีความมั่นคง สามรถลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และยังต้องดูการรักษาเสถียรภาพ ทั้งเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงาน เน้นย้ำและความร่วมมือ เชิญชวนให้ประชาชนในทุกภาคส่วนในการประหยัดพลังงานซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศ