“ชัชชาติ” คิ๊กออฟ “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารไม่พึ่งกำไร
กทม.จัดระเบียบหาบเร่สวนลุมฯปั้นศูนย์อาหารราคาถูก "Hawker Center"เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเมือง หั่นค่าเช่า60 บาทต่อวัน หวังคืนประโยชน์พื้นที่สาธารณ สกัด "เซ้งแผง" คุมราคาสินค้าเพื่อคนเมือง ผนึก LINE MAN Wongnai เสริมเทคโนโลยีชำระเงิน ป้องกันสลิปปลอมและยกระดับสุขอนามัยร้านค้ารายย่อย
10 เมษายน 2569— กรุงเทพมหานคร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะผ่านโครงการ “Hawker Center สวนลุมพินี” ศูนย์อาหารริมทางรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ทำมาหากินถาวรให้แก่กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเดิม พร้อมยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและโครงสร้างพื้นฐานเมือง โดยถือเป็นพื้นที่ต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่รัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะโดยไม่มุ่งเน้นผลกำไรเชิงธุรกิจ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า แนวคิดหลักของ Hawker Center สวนลุมพินี คือการเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้าในย่านสารสินและพื้นที่โดยรอบสวนลุมพินี ให้สามารถเข้ามาทำการค้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น
“พื้นที่นี้เราใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่ได้ใช้เป็นพื้นที่ธุรกิจห้างร้านเพื่อหากำไร เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด แนวคิดในการทำศูนย์อาหารแห่งนี้เพื่อให้เป็นศูนย์อาหารที่ให้พี่น้องประชาชนที่ทำการค้ามีที่ทำมาหากินที่ราคาไม่แพง เพื่อขายอาหารในราคาที่ไม่แพงให้กับคนที่เดินทางไปทำงานแถวนี้ ได้เป็นทางเลือกเศรษฐกิจเพื่อประชาชน” นายชัชชาติกล่าว
บริหารต้นทุนแบบ "รัฐสวัสดิการ" ค่าเช่าเพียง 60 บาทต่อวัน
สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ กทม. ได้จัดสรรแผงค้าขนาด 2×2 เมตร รวมทั้งสิ้น 130 แผง แบ่งเป็นช่วงเช้าและช่วงเย็น ครอบคลุมทั้งสินค้าอาหาร เสื้อผ้า และของสด โดยกำหนดอัตราค่าเช่าเพียง 60 บาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้ผู้ค้าสามารถรักษาระดับราคาอาหารให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พนักงานออฟฟิศ และประชาชนทั่วไป
กทม. ยืนยันว่าโมเดลดังกล่าวแตกต่างจากรูปแบบธุรกิจของประเทศสิงคโปร์ที่เริ่มมีการประมูลราคาสูง โดยไทยจะเน้นการเป็นพื้นที่บ่มเพาะ (Incubator) สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในช่วงแรก ส่วนมาตรการควบคุมความโปร่งใสนั้น กทม. ได้กำหนดเงื่อนไขเด็ดขาดห้ามการเช่าช่วงหรือเซ้งต่อ โดยจะมีการนำระบบเช็คอินและการสแกนใบหน้ามาใช้ตรวจสอบเจ้าของแผงจริง เพื่อป้องกันการเก็งกำไรที่อาจส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น
ผนึกบิ๊กเทคฯ อัดงบ 2 ล้าน อุดช่องโหว่สแกมเมอร์-ดันสตรีทฟู้ดเข้าระบบ Digital Payment
ด้านการสนับสนุนจากภาคเอกชน LINE MAN Wongnai ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนงบประมาณกว่า 2 ล้านบาท ในการปรับปรุงทัศนียภาพ การจัดหาอุปกรณ์สุขอนามัย เช่น จาน ช้อนส้อม และจุดล้างภาชนะที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการติดตั้งระบบ QR Box เพื่อรองรับการชำระเงินดิจิทัล ซึ่งจะช่วยแจ้งเตือนยอดเงินเข้าทันที เพื่อลดปัญหาการถูกหลอกลวงด้วยสลิปปลอม ทำให้ผู้ค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยมากขึ้น
นายวีระพงศ์ โก กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services, LINE MAN Wongnai ระบุว่า การสนับสนุนเทคโนโลยีและการจัดการพื้นที่จะช่วยให้ร้านค้ารายย่อยหลุดจากข้อจำกัดเดิม และสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนดีมานด์ได้กว้างขวางขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงยอดขายหน้าร้านเพียงอย่างเดียว
ปรับโครงสร้างพื้นฐานสุขาภิบาลเชิงรุก ผสานนวัตกรรมอาคารลดมลภาวะ-หนุนแลนด์มาร์คท่องเที่ยวใหม่
ในส่วนของการออกแบบโครงการ Hawker Center สวนลุมพินี ได้ให้ความสำคัญกับระบบวิศวกรรมและสุขาภิบาลเมือง ทั้งการติดตั้งบ่อดักไขมัน ระบบจัดการขยะที่ได้มาตรฐาน และการออกแบบอาคารให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม เช่น การใช้ระบายอากาศธรรมชาติและการเลือกวัสดุหลังคาที่ลดแสงสะท้อนเพื่อไม่ให้รบกวนโรงพยาบาลข้างเคียง
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่ายังมีจุดที่ต้องปรับปรุงเพิ่มเติมภายหลังการเปิด Soft Opening โดยเฉพาะการเพิ่มร่มเงาและติดตั้งพัดลมระบายอากาศเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการในอนาคต พร้อมคาดการณ์ว่าศูนย์อาหารแห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ที่ดึงดูดทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากได้อย่างยั่งยืน
“นโยบายของที่ผืนนี้คือห้ามหากำไร เราไม่ได้หากำไรเข้า กทม. เลย ต้นทุนอะไรก็เอาเท่าที่พอเพียงให้สามารถดูแลความสะอาดและเน้นคืนประโยชน์ให้กับประชาชนสูงสุด เพราะการขายริมฟุตบาทไม่มีความมั่นคง มาอยู่ที่นี่มีการจ่ายค่าเช่าเป็นหลักแหล่ง มีระบบบริหารจัดการขยะและสุขอนามัย มีที่นั่งให้คนมากิน คิดว่าชีวิตมั่นคงขึ้น”
ทั้งนี้ Hawker Center สวนลุมพินี ตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ (ติดสวนลุมพินี ประตู 5) เปิดให้บริการ 2 ช่วงเวลา ได้แก่ รอบเช้า (05.00 - 16.00 น.) และรอบเย็น (16.00 - 24.00 น.) โดยเริ่มเปิดทดลองให้บริการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569 เป็นต้นไป