โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

The Rise of Civilizational States: เมื่ออดีตกาลกลับมาท้าทายระเบียบโลกสมัยใหม่

The Better

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 09.38 น. • THE BETTER
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์

ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และกระแสความเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกในศตวรรษที่ 21 แนวคิดที่ว่าประเทศใดประเทศหนึ่งสามารถถูก “ทำลายจนถอยกลับไปสู่ยุคหิน” ได้ กลายเป็นเพียงวาทกรรมที่สะท้อนมุมมองแบบเก่ามากกว่าความเป็นจริงในปัจจุบัน

บทความที่เผยแพร่โดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทยได้ชี้ให้เห็นว่า อารยธรรมที่หยั่งรากลึกอย่างยาวนานย่อมไม่อาจถูกลบเลือนด้วยกำลังทางทหารหรือแรงกดดันภายนอกเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังคงยืนหยัด ปรับตัว และท้าทายกรอบความคิดของระเบียบโลกสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ในโลกที่เคยถูกกำหนดด้วย “รัฐชาติแบบสมัยใหม่” กำลังมีการกลับมาของ “รัฐอารยธรรม” (Civilizational States) หรือไม่ และการหวนคืนของอดีตกาลนี้กำลังสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจเดิมอย่างไร

จากจุดตั้งต้นนี้ บทความ “The Rise of Civilizational States: เมื่ออดีตกาลกลับมาท้าทายระเบียบโลกสมัยใหม่” จะพาพวกเราสำรวจพลวัตของอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และอำนาจ ที่กำลังหลอมรวมกันใหม่ในเวทีโลกปัจจุบัน

~ เมื่ออดีตกาลกลับมาท้าทายระเบียบโลกสมัยใหม่

ในบริบทโลกปี 2026 นิยามของความขัดแย้งระหว่างประเทศได้ก้าวข้ามการแย่งชิงทรัพยากรหรือดินแดนแบบรัฐชาติ (Nation State) ดั้งเดิม ไปสู่การปะทะกันในระดับ "อารยธรรม" (Civilizational Clash) อย่างเต็มรูปแบบ รัฐอารยธรรมหลักของโลกกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสายปฏิรูป (Revisionist Powers) ที่ปฏิเสธระเบียบโลกแบบเสรีนิยม (Liberal International Order) ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ โดยมองว่ากติกาเหล่านั้นคือ "จักรวรรดินิยมทางวัฒนธรรม" ที่พยายามลบภาพจำและความยิ่งใหญ่ที่มีมานับพันปีของพวกเขา

I. ขุมกำลังรัฐอารยธรรมหลัก (The Core Civilizational States)

• จีน (Sinic Civilization): ตัวอย่างคลาสสิกของอารยธรรม 5,000 ปีที่ไม่เคยขาดช่วง มองโลกผ่านแนวคิด Tianxia (ใต้หล้า) โดยมีจีนเป็นศูนย์กลาง ความชอบธรรมของรัฐไม่ได้มาจากคะแนนเสียง แต่มาจาก "อาณัติแห่งสวรรค์" (Mandate of Heaven)

• อิหร่าน (Persian-Shia Heritage): มรดก 3,000 ปีที่เคยกลืนกินผู้รุกรานทั้งอเล็กซานเดอร์มหาราชและมองโกล ปัจจุบันผสมผสานรัฐศาสนา (Velayat-e Faqih) เข้ากับอิทธิพลผ่านตัวแทน (Proxies) เพื่อต้านทานตะวันตก

• รัสเซีย (Russkiy Mir): จากอาณาจักรเคียฟรุสสู่อุดมการณ์ออร์โธดอกซ์-ยูเรเชียน รัสเซียเชื่อในพันธกิจศักดิ์สิทธิ์ที่จะต้องสร้างเขตอำนาจทางอารยธรรมของตนเองเพื่อคานอำนาจกับ NATO

• อินเดีย (Vedic-Hindu Civilization): การฟื้นตัวของแนวคิด Dharma ที่หลอมรวมเข้ากับรัฐสมัยใหม่ เน้นอำนาจอธิปไตยทางยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) และไม่ยอมรับค่านิยมสากลที่มองข้ามรากเหง้าของตน

II. เหตุผลที่รัฐอารยธรรมกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใน Multipolar World 2026

ความขัดแย้งระหว่าง US-led Universalism (ความเป็นสากลแบบตะวันตก) กับ Civilizational DNA เกิดขึ้นจาก 4 ปัจจัยหลัก:

1. การปฏิเสธความเป็นสากลของตะวันตก: ในขณะที่สหรัฐฯ มองประชาธิปไตยเสรีนิยมและตลาดเสรีเป็นจุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แต่รัฐอารยธรรมมองว่า แต่ละพื้นที่มี "วิถี" ของตนเอง เช่น จีนเน้นเสถียรภาพมากกว่าเสรีภาพ หรือรัสเซียที่เน้นคุณค่าดั้งเดิม (Traditional Values) มากกว่าสิทธิพลเมืองแบบตะวันตก

2. บาดแผลจากประวัติศาสตร์ (Historical Grievances): ทุกรัฐอารยธรรมมี "ศตวรรษแห่งความอัปยศ" ที่ถูกตะวันตกกดขี่ กลายเป็นแรงผลักดันที่มีพลังสูง (Existential Motivation) ในการกู้คืนเกียรติยศ

3. ช่องว่างแห่งอำนาจ (Multi-Polar Window): การเสื่อมถอยของอิทธิพลสหรัฐฯ หลังความล้มเหลวในตะวันออกกลางและวิกฤตภายใน เปิดทางให้รัฐเหล่านี้ใช้เศรษฐกิจ (De-dollarization) และการทหาร (A2/AD) เข้ามาสร้างระเบียบใหม่

4. ความชอบธรรมจากพันธกิจทางประวัติศาสตร์: การตัดสินใจของผู้นำรัฐเหล่านี้ผูกติดกับ "โชคชะตาทางอารยธรรม" มากกว่าวงจรการเลือกตั้ง เช่น การรวมชาติไต้หวันคือการทำให้อารยธรรมจีนสมบูรณ์ หรือการทำสงครามในยูเครนเพื่อปกป้องรากเหง้าของชาวรุส

III. การปะทะกันของพรมแดนประวัติศาสตร์ vs. พรมแดนทางกฎหมาย

เมื่อพิจารณาสมรภูมิความขัดแย้งในปัจจุบัน เราจะเห็นรอยร้าวที่ลึกกว่าเรื่องเขตแดนบนแผนที่ แต่เป็นเรื่องของ "พื้นที่ทางจิตวิญญาณ":

• กรณีรัสเซียและยูเครน: หากมองแบบรัฐชาติ นี่คือการรุกรานอธิปไตยทางดินแดนที่ผิดกฎหมายสากล แต่ในสายตาของรัฐอารยธรรมรัสเซีย ยูเครนคือส่วนหนึ่งของ "Russkiy Mir" (โลกแห่งรัสเซีย) ซึ่งเป็นหน่วยอารยธรรมที่แยกออกจากยุโรปตะวันตก การขยายตัวของ NATO จึงถูกตีความว่าเป็น "การรุกรานทางอารยธรรม" ที่พยายามพรากเนื้อเยื่อทางประวัติศาสตร์ของชาวรุสออกไป

• กรณีจีนและไต้หวัน: ความตึงเครียดไม่ได้หยุดอยู่แค่ยุทธศาสตร์ทางทหารบนเส้นล้อมเกาะ (First Island Chain) แต่มันคือการพิสูจน์ "นิยามความเป็นจีน" ปักกิ่งมองว่าการรวมชาติคือการทำให้อารยธรรม 5,000 ปีสมบูรณ์ ในขณะที่ไต้หวันทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลองของ "ประชาธิปไตยแบบขงจื๊อสมัยใหม่" ซึ่งท้าทายความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์ที่อ้างว่าค่านิยมตะวันตกเข้ากับวัฒนธรรมจีนไม่ได้

• กรณีสหรัฐฯ และอิหร่าน: นี่คือภาพสะท้อนของการปะทะระหว่างเสรีนิยมตะวันตกกับรัฐศาสนา (Theocratic Civilization) อิหร่านไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงประเทศหนึ่งในแผนที่ แต่พยายามรักษาจุดยืน "ผู้นำจิตวิญญาณ" ที่ต่อต้านระเบียบโลกที่สหรัฐฯ กำหนด ความขัดแย้งนี้จึงมีความศักดิ์สิทธิ์และอุดมการณ์เชิงคุณค่าเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การเจรจาเชิงเทคนิคทำได้ยากกว่าปกติ

~ บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์สู่ปี 2026

ในโลกหลายขั้วอำนาจที่เต็มไปด้วยการแย่งชิง (Contested Multipolar World) สหรัฐฯ กำลังพยายามรักษา Rules-based Order ที่ตนเองกำหนด ในขณะที่กลุ่มรัฐอารยธรรมกำลังพยายามสร้าง Civilization-based Order ที่ยึดตามอิทธิพลและบรรทัดฐานของตนเอง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในปี 2026 จึงไม่ใช่สงครามโลกในรูปแบบเดิม แต่เป็นภาวะ “Multipolar Stalemate” หรือการคุมเชิงกันหลายขั้วที่ไม่มีใครยอมใคร การประนีประนอมทำได้ยากขึ้น เพราะฝ่ายบริหารของรัฐอารยธรรมไม่ได้ผูกติดกับวงจรการเลือกตั้ง แต่ผูกติดกับ "โชคชะตาทางประวัติศาสตร์" นำไปสู่การเกิดสงครามตัวแทน (Proxy Conflicts) และการแยกตัวทางเศรษฐกิจ (Economic Decoupling) ที่ฝังรากลึกไปตามรอยแยกของอารยธรรมเหล่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...