“ศุภจี” ลุกแจงสภาฯ ชูโครงการ “ธงฟ้าโมบาย-แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” ลดค่าครองชีพ
ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้สิทธิ์ลุกขึ้นขอชี้แจงในการแถลงนโยบายรัฐบาลว่า สมาชิกได้มีการแสดงความกังวลห่วงใยว่ารัฐบาลไม่ได้มีการดูแลนโยบายที่เป็นความเร่งด่วน ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลเองตระหนักดีว่าวิกฤตที่เรากำลังเผชิญ มีความซับซ้อนในหลายมิติ รวมถึงสภาวะที่เรามีความตึงตัว
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องปรับทั้งเรื่องของโครงสร้าง สภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยี เราต้องพยายามทำทุกอย่างไปพร้อม ๆ กัน
ในมุมของนโยบายเร่งด่วน คือเรื่องการดูแลค่าครองชีพ ในวิกฤตตะวันออกกลาง เราดูแค่มิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ ต้องดูทั้งเรื่องการประหยัดรายจ่าย หาทางเพิ่มรายได้ และกระจายโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง ในเรื่องการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เรามีโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งประกาศไปตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ 77 จังหวัด มีการออกสินค้าที่จำเป็น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการและผู้ผลิตรายใหญ่ เพื่อส่งต่อให้ผู้ผลิตรายเล็กกว่า 300 ร้าน ที่ลดราคาได้ถึง 58% กว่า 3,000 รายการ ซึ่งเป็นราคาที่จับต้องได้
ขณะเดียวกันจะใช้โอกาสนี้ ในการเพิ่มรายได้ด้วยเช่นกัน โดยใช้กลไกจากภาครัฐ นำโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในการนำสินค้าชุมชน SME ทั่วประเทศให้มีมาตรฐานมากขึ้น ซึ่งกำลังพัฒนาอยู่ และเป็นทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด แต่แน่นอนว่าเราทำไม่ได้ทุกประเภท ยืนยันว่าเราทำเต็มที่ ส่วนอื่นอาจต้องปล่อยให้กลไกทางการตลาด เดินไปอย่างสมเหตุสมผล
"วันนี้วิกฤตที่เราเจอ เราไม่ได้แบ่งว่าใครเป็นคณะผู้บริหารรัฐบาล หรือฝ่ายตรงข้าม หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดิฉันคิดว่าพวกเรามีหน้าที่ ทุกคนที่จะส่งสิ่งที่เป็นประโยชน์และดีที่สุดให้กับพี่น้องประชาชน ขออนุญาตทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากท่านด้วยเช่นกัน" นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี ยังกล่าวถึงโครงการธงฟ้าที่เข้าถึงประชาชนกลุ่มเปราะบางกว่า 518 แห่ง นอกจากนี้จะมีธงฟ้าโมบาย หรือรถพุ่มพวงเข้าถึงชุมชนให้ได้มากที่สุด และบูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ให้ชี้เป้าว่าโรงเรียนไหนที่มีความต้องการ จะมีชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนราคาพิเศษ ลดภาระผู้ปกครอง ซึ่งรายละเอียดจะออกมาหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 11 เมษายน 2569 นี้
นอกจากนี้ จะเชื่อมโยงสินค้าชุมชนและสินค้าเกษตร ให้เขาได้มาเจอกัน มีจุดให้เขามาขายในตลาดนัดพันแห่งทั่วประเทศ ขายตรงในพื้นที่ ซึ่งทำงานร่วมกับกระทรวงพลังงาน โดยจะให้หน่วยงานหรือผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงพลังงาน และมีปั๊มน้ำมันเป็นจุดนัดพบสินค้าเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
ขณะที่สินค้าควบคุม เรามี พ.ร.บ. ว่าด้วยการควบคุมราคาสินค้า และบริการตั้งแต่ปี 2542 แบ่งออกเป็น 5 มาตรการ
- สินค้าควบคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถ้าจะขึ้นราคาต้องมาขอ
- สินค้าที่อยู่ในการควบคุม แต่ไม่ต้องขออนุญาตขึ้นราคา แค่มาแจ้งและใช้วิธีการเจรจา การดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค เราต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาด ตามความสมเหตุสมผล และเป็นธรรมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค เราไม่สามารถไปบังคับได้ทุกเรื่อง
- ไม่ต้องขอขึ้นราคาสินค้า แต่ต้องแจ้งข้อมูลปริมาณเพื่อควบคุมสต๊อก
- ควบคุมการขนย้าย เคลื่อนที่ หรือส่งออก เช่น มีข้อกังวลถึงมติการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์ม ขอชี้แจงว่าเราไม่ได้ห้ามส่งออก สิ่งที่เราขอคือ หากจะส่งออกให้มาขออนุญาต
- มาตรการควบคุมราคา ทั้งน้ำมัน ยา เวชภัณฑ์ บริการด้านขนส่ง หรือ น้ำตาลทราย เราใช้มาตรการบริหาร แต่ไม่ได้ดูเรื่องการขึ้นราคา เนื่องจากสินค้าเหล่านี้มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ เรามีหน้าที่ดูเพียงว่าขายตรงตามราคาที่ประกาศหรือไม่ หากผิดสามารถจับได้
ส่วนที่มีการเรียกประชุมและเพิ่มสินค้าควบคุม คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เราไม่ได้ดูแลเรื่องราคา แต่ดูแลเรื่องปริมาณ เพราะเป็นต้นทางของอาหารสัตว์ หากขาดแคลนก็จะมีปัญหา
นางศุภจี ยังกล่าวว่า เรื่องปุ๋ย ในวันที่เราแจ้งว่าจะมีปุ๋ยได้ถึงเดือนสิงหาคม เพราะมีสต๊อกในประเทศอยู่ประมาณ 340,000 กว่าตัน ซึ่งปุ๋ยที่เป็นประเด็นหลักคือยูเรียประมาณ 36% เพราะเราต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากแหล่งที่มีปัญหา ไม่สามารถขนส่งได้ แต่อย่างไรก็ตามยังมีปุ๋ยที่ใช้ได้ปกติอีก 64% เพราะฉะนั้นไม่ใช่ปุ๋ยทั้งตลาดจะขาดแคลนไปทั้งหมด มีสต๊อกคงค้างถึงสิ้นเดือนเมษายน 300,000 ตัน
หลังจากการพูดคุยกับนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เรายังมีปุ๋ยยูเรียอยู่ได้ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวล ทั้งเรื่องราคาและการขาดแคลน เราต้องใช้กลไกการตลาดมาดูว่า ถึงเวลาที่จะปรับราคาได้แล้วหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดส่งเรื่องมาขอขึ้นราคา นอกจากนี้ยังมีมาตรการดูแลในโครงการธงเขียว
หลังจากนี้จะมีโครงการ "แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง" โดยให้ ธ.ก.ส. เป็นตัวกลางในการดูแล หาแม่ปุ๋ยที่ตรงตามความต้องการของดินในพื้นที่นั้น ๆ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยสูตรสำเร็จเท่านั้น ซึ่งจะทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปวิเคราะห์พื้นที่ว่าต้องการปุ๋ยชนิดใด ซึ่งจะทำให้ตรงตามความต้องการมากขึ้น และขณะนี้เริ่มหาแหล่งปุ๋ยจากประเทศอื่น เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งกำลังจะเข้ามา 60,000 กว่าตัน
"อีกส่วนหนึ่งคือปุ๋ยที่ค้างอยู่ 5 ลำ ที่ค้างอยู่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรองนายกรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พยายามเจรจาตลอดเวลากับทางอิหร่านและโอมาน ให้ช่วยกันปล่อยให้เรือของเราออกมา ถ้าได้เรือ 5 ลำนี้ออกมา เราก็อยู่ได้อีกพอสมควร" นางศุภจี กล่าว นางศุภจี ยังกล่าวว่า มีหลายคนบอกว่าปุ๋ยขึ้นราคาไปแล้ว พาณิชย์อยู่ที่ไหน ตอนนี้เรามีคดีค้างอยู่ 48 คดี สำหรับผู้ที่ขึ้นราคาโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ติดป้ายราคา “เราเจอจริง จับจริง”
ส่วนเรื่องเม็ดพลาสติก ไม่เคยอยู่ในสินค้าควบคุม แต่จากวิกฤตนี้เราก็นำเข้ามาอยู่ในสินค้าควบคุมในเรื่องของปริมาณ ซึ่งเม็ดพลาสติกมีหลายประเภท ขณะนี้เรามีการประสานงานระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และในอนาคตกำลังตั้งคณะทำงาน โดยจะรวมกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง อว. และกระทรวงมหาดไทยเข้ามาด้วย
ซึ่งจะมาทำ 3 เรื่องใหญ่ คือ เรื่องบรรจุภัณฑ์อาหารและเวชภัณฑ์ยา วิจัยพัฒนาการใช้พลาสติก ว่าจะลดการพึ่งพาได้อย่างไร หรือใช้อย่างประหยัด เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากหยุดรบกันเพียง 2 อาทิตย์ ก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอย่างไรต่อ และการลดขยะจากพลาสติก รวมถึงการดูแลเรื่องการรีไซเคิล
"เรื่องเม็ดพลาสติก ดิฉันไม่ได้ห่วงเรื่องการขาดแคลนเท่าไร คิดว่าเรายังพอบริหารจัดการได้ แต่ดิฉันห่วงเรื่องราคามากกว่า ซึ่งเราต้องพยายามเข้ามาดูแล และดูกลไกการตลาดให้มีความสมเหตุสมผล และขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งห่วงโซ่ ไม่ใช่เฉพาะผู้ผลิตอย่างเดียว" นางศุภจี กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“อนุทิน” เผยยังไม่ได้คุย “ศุภจี” หลังเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย
จำแทบไม่ได้! “ศุภจี” นิวลุค สวยสะกดทุกสายตา ขณะหารือทูตแอฟริกาใต้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศุภจี” ลุกแจงสภาฯ ชูโครงการ “ธงฟ้าโมบาย-แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง” ลดค่าครองชีพ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com