สภาเสียงแตก! ถกกองทุนบำนาญ ส.ส.-ส.ว. 'หมอวรงค์' จี้เลิก 'นพพล' หนุนปรับสวัสดิการ
สภาเสียงแตก! ถกกองทุนบำนาญส.ส.-ส.ว. หนุนทบทวนปรับสวัสดิการตามจำเป็น กระตุ้น ส.ส.ทำงานให้คุ้มค่าเงินเดือน
เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 30 ก.ย.2567
โดย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาฯ ในฐานะกรรมการกองทุน นำเสนอรายงานว่า ปีงบประมาณ 2567 มีผลดำเนินงาน ได้รับจัดสรรงบฯ 180 ล้านบาท มีรายได้อื่นๆ จำนวน 31 ล้านบาท รวมรายได้ 211 และมีค่าใช้จ่าย 234 ล้านบาท รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ 23.1 ล้านบาท
จากนั้นเป็นการอภิปรายของ ส.ส. โดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายว่ากองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนอดีตสวัสดิการ ของอดีตส.ส. และ ส.ว. มี 4 สวัสดิการให้กับอดีตส.ส. ส.ว. แบบทะลุฟ้า ทั้งที่หักเงินจ่ายต่อเดือนๆละ 3,500 บาท ซึ่งตนมองว่าเป็นสวัสดิการที่เอาเปรียบประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่ากองทุนดังกล่าวจะถังแตก เพราะมีตัวเลขติดลบ มาตั้งแต่ปี 2566 – 2567 ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวตั้งแต่มีกฎหมาย และรัฐบาลต้องนำเงินอุดหนุน ตั้งแต่ปี 2557 – 2569 รวม 3,821 ล้านบาท
“จ่ายเงิน 3,500 บาทต่อเดือน รวมส.ส. และ ส.ว. เก็บได้แต่ละเดือน 29.4 ล้านบาท ซึ่งมากกว่ากองทุนประกันสังคมที่ รัฐจ่าย 2.5% รวมถึงกองทุนกบข. ที่สมทบ 5% แต่กองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา รัฐต้องอุดหนุนมากถึง 13-15 เท่า เพราะเรากำหนดเกมและโหวตกันเอง ซึ่งกรณีดังกล่าวผมเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้ จึงขอให้ยกเลิกบำนาญที่จ่ายให้อดีตส.ส. และ ส.ว. ทั้งนี้ปัจจุบันมี สมาชิกที่มีสิทธิ์ 3,832 คน โดยมีสมาชิกยื่นบำนาญ 1,291 คน ผมเคยรับสวัสดิการนี้ มองว่ามากเกินไป ทำให้เมื่อได้เข้าสภาฯ จึงขอให้ยกเลิกบำนาญหากไม่ยกเลิกจะเป็นปัญหาในอนาคตแน่นอน” นพ.วรงค์ กล่าว
ด้าน นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนไม่เห็นด้วยให้ยกเลิกบำนาญ เพราะผู้แทนต้องกินต้องใช้ บางคนไม่มีทุนรอน จากข่าวที่ผ่านมามีผู้แทนหลายคนที่ไม่ได้เป็นผู้แทนแล้วไม่มีบ้านอยู่ ต้องไปอาศัยในเพิง อย่างไรก็ดีสวัสดิการของผู้แทนไม่ใช่ว่าได้ไม่อั้น กองทุนนี้มาจากการสมทบของ ส.ส. เดือนละ 3,500 บาท ลองคำนวณดูว่าคนที่เป็นส.ส.มา 40 ปี เงินสมทบที่ส่งเข้ากองทุนนั้นเป็นตัวเลขที่ได้รับนั้นไม่มาก หากฝากธนาคารยังได้เยอะกว่าสวัสดิการที่ได้รับ
“งานนี้เป็นงานอาสาก็จริง แต่ต้องพูดความเป็นจริง ในต่างประเทศเงินเดือนผู้แทนได้จำนวนมาก เพราะคนที่มาทำงานระดับชาติควรต้องอยู่อย่างมีเกียรติภูมิ และไม่ต้องแสวงหา หากตัดไปจะรับรองได้หรือไม่ว่าผู้แทนจะไม่มีการรับเงินใต้โต๊ะ ทั้งนี้ผมไม่เห็นด้วยให้ยกเลิก อยากให้มีกองทุนต่อไป แต่ยินดีปรับเปลี่ยนบางอย่าง ตัดลดลงก็ไม่ว่า แต่บางอย่างเป็นสวัสดิการที่น้อยมากเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น” นายนพพล กล่าว
ขณะที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่ากองทุนดังกล่าว ไม่ใช่กองทุนที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่ที่อยู่ได้เพราะมีภาษีประชาชนอุ้มอยู่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาแล้วพบว่า 90% คือจ่ายให้กับเงินทุนเลี้ยงชีพ ทั้งนี้เป็นระบบประเมินที่คะแนนสวยเกินเป็นจริงเพราะมีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล เพราะกรรมการกองทุนประชุมปีละครั้ง ขณะที่กองทุนดังกล่าวมีเงินหลักร้อยล้านบาท ในอนาคตเชื่อว่าสมาชิกเพิ่มขึ้น ต้องใช้งบกลางมาสมทบหลัก 300 ล้านบาทต่อปี ถือว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับไม่มีการรองรับผันผวนทางการเมืองโดยประชาชนจะแบกรับฐานะผู้เสียภาษี
“ผมขอเสนอให้ระงับการขยายสิทธิทุนเลี้ยงชีพ และให้คงไว้เฉพาะสิทธิจำเป็น รวมถึงต้องแก้กฎหมาย กำหนดอายุงานขั้นต่ำและจำกัดเพดานสิทธิ์ นอกจากนั้นแล้วต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมด และบังคับกรรมการประชุมทุกไตรมาส” นายภัณฑิล อภิปราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายภัณฑิลอภิปรายนั้น พบว่าได้อ่านข้อความบนกระดาษ ทำให้นายคริส โปตระ นันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ประท้วงว่าผิดข้อบังคับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาเสียงแตก! ถกกองทุนบำนาญ ส.ส.-ส.ว. ‘หมอวรงค์’ จี้เลิก ‘นพพล’ หนุนปรับสวัสดิการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th