“ฝรั่งเศส-เกาหลีใต้” หารือร่วมมือรักษาเสถียรภาพฮอร์มุซ
"ฝรั่งเศส-เกาหลีใต้" หารือร่วมมือรักษาเสถียรภาพฮอร์มุซ และความปลอดภัยการขนส่งพลังงาน แต่ต้องเกิดขึ้นหลังการโจมตีทางทหารยุติลง
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่า ฝรั่งเศสและเกาหลีใต้มีโอกาสร่วมมือกันเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ต้องเกิดขึ้นหลังจากการทิ้งระเบิดและการสู้รบยุติลงก่อน
มาครงกล่าวหลังการพบหารือกับอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่กรุงโซลว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างละเอียด และเชื่อว่าสามารถดำเนินมาตรการที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างเสถียรภาพในช่องแคบฮอร์มุซได้ รวมถึงในภูมิภาคโดยรวม เมื่อการโจมตีทางทหารสิ้นสุดลง พร้อมทั้งต้องการเสริมสร้างความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์และกลาโหมระหว่างสองประเทศ
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกได้รับผลกระทบ โดยปกติแล้วน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของโลกต้องผ่านเส้นทางนี้
ขณะเดียวกันโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธว่า สหรัฐกำลังโจมตีอิหร่านอย่างหนักจนกว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดอีกครั้ง พร้อมทั้งวิจารณ์หลายประเทศว่าไม่ได้ช่วยเหลือสหรัฐในการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้เขาระบุว่าเกาหลีใต้ไม่ได้มีส่วนช่วย ทั้งที่สหรัฐส่งทหารจำนวนมากไปประจำการในเกาหลีใต้เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ
ทรัมป์ยังวิจารณ์ฝรั่งเศสและประเทศยุโรปอื่น ๆ ว่าไม่ได้ช่วยสหรัฐ พร้อมเรียกพันธมิตรนาโตว่าเป็นเสือกระดาษ
ด้านมาครงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความจริงจังในการแก้ไขปัญหา และกล่าวว่าสหรัฐกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นและสร้างความไม่แน่นอน เมื่อแสดงความสงสัยต่อพันธกรณีทางทหารของนาโต
แม้มาครงไม่ได้ระบุชัดว่าฝรั่งเศสและเกาหลีใต้จะดำเนินการอะไร แต่ก่อนหน้านี้เขาระบุว่าการใช้กำลังทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซและหยุดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย และเสนอให้มีการเจรจากับอิหร่าน การหยุดยิง และการจัดทำกรอบความร่วมมือระยะยาวเพื่อติดตามโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแทน
การเยือนเกาหลีใต้ของมาครงมีระยะเวลา 2 วัน ต่อเนื่องจากการเยือนญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาได้หารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเกี่ยวกับความจำเป็นของการหยุดยิงในอิหร่านและการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในภูมิภาค ก่อนจะปิดท้ายการเยือนเอเชียในวันศุกร์
อ้างอิง : bloomberg.com