“บริษัทญี่ปุ่น” ลดซื้อหุ้นคืนครั้งแรกในรอบ 6 ปี เซ่นภาษีสหรัฐ-สงครามอิหร่าน
"บริษัทญี่ปุ่น" ลดซื้อหุ้นคืนครั้งแรกในรอบ 6 ปี เซ่นภาษีสหรัฐ-สงครามอิหร่าน ทำให้บริษัทเก็บเงินสดมากขึ้น แม้การคืนเงินผู้ถือหุ้นยังอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทญี่ปุ่นประกาศโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) ลดลงในปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม นับเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 สะท้อนความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองโลก
ข้อมูลจาก Bloomberg ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนในญี่ปุ่นประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 1,365 โครงการในปีงบประมาณที่ผ่านมา ลดลงจาก 1,399 โครงการในปีก่อนหน้า โดยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้บริษัทต่าง ๆ มีแนวโน้มเก็บเงินสดไว้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทระมัดระวังมากขึ้นในการซื้อหุ้นคืนที่ระดับราคาสูง
นักวิเคราะห์ยังมองว่า ความกังวลเกี่ยวกับสงครามอิหร่านอาจทำให้บริษัทญี่ปุ่นลดการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม เนื่องจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความน่าสนใจของหุ้นญี่ปุ่นลดลงเมื่อเทียบกับตลาดอื่น
การลดลงของโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวเริ่มผลักดันนโยบายธรรมาภิบาลบริษัทในปี 2566 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุน โดยในปีงบประมาณก่อนหน้า มูลค่าการซื้อหุ้นคืนรวมสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 24.9 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 156,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการที่ Toyota Motor ซื้อหุ้นคืนจาก Toyota Industries ในกระบวนการซื้อกิจการโดยผู้บริหาร (MBO)
แม้การซื้อหุ้นคืนจะทำให้นักลงทุนบางส่วนพอใจ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าบริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นมากเกินไป แทนที่จะนำเงินไปลงทุนใหม่หรือทำการควบรวมกิจการ
นักวิเคราะห์จาก SMBC Nikko Securities กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา หลายบริษัทเลือกใช้วิธีลดส่วนของผู้ถือหุ้นเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ผ่านการซื้อหุ้นคืนและเพิ่มเงินปันผล แต่ขณะนี้อาจเริ่มเห็นผู้บริหารบางบริษัทหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการเติบโตมากขึ้น ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก
อย่างไรก็ตามการคืนผลตอบแทนผู้ถือหุ้นของบริษัทญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเมื่อรวมเงินปันผลที่สูงเป็นประวัติการณ์ 21.7 ล้านล้านเยน ทำให้มูลค่าการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นรวมกว่า 45 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณที่ผ่านมา
ผู้จัดการกองทุนจาก Tokio Marine Asset Management ระบุว่า การซื้อหุ้นคืนไม่น่าจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากบริษัทญี่ปุ่นยังมีเงินสดจำนวนมาก และยังคงคืนเงินส่วนเกินให้ผู้ถือหุ้น โดยการซื้อหุ้นคืนในระดับประมาณ 2% ของมูลค่าตลาดยังน่าจะช่วยพยุงตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้
นักวิเคราะห์ระบุว่า สิ่งสำคัญคือบริษัทต้องสร้างสมดุลระหว่างการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว
อ้างอิง : bloomberg.com