“พระมงคลบพิตร” เคยอยู่วัดชีเชียง วัดสำคัญกรุงเก่าก่อนวัดพระศรีสรรเพชญ์
พระมงคลบพิตรพระพุทธรูปสำคัญของชาวกรุงเก่า หนึ่งใน “พระมหาพุทธปฏิมากรที่มีพระพุทธานุภาพเปนหลักกรุงนั้น 8 องค์”ไม่ได้ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารพระมงคลบพิตร ในตำแหน่งปัจจุบันมาแต่แรก แต่มีการชะลอหรืออัญเชิญมาจาก “วัดชีเชียง” วัดเก่าในตำนานที่เคยเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา
หนังสือ “วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา”เขียนโดย กำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์อธิบายว่า พระมงคลบพิตรเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดชีเชียง ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงชื่อและร่องรอยอันน้อยนิด ด้วยธรรมเนียมการเรียกชื่อวัดตามพระประธานที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงเก่า วัดชีเชียงจึงเป็นวัดพระมงคลบพิตรเดิม
กำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์ ผู้เขียนชี้ว่า “เชียง” เป็นคำล้านนาและล้านช้าง หมายถึงเมืองหรือเวียง ชีเชียง จึงตรงกับคำว่า“ศรีเมือง” (วัดที่เป็นเกียรติเป็นศรีของเมือง) และควรมีอายุเก่าแก่ก่อนวัดพระศรีสรรเพชญ์ (วัดศรีเมืองแห่งใหม่)
บันทึกของวัน วลิตพ่อค้าชาวฮอลันดา ระบุว่า วัดชีเชียงเคยเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงศรีอยุธยา และข้อมูลจากเอกสารโบราณทำให้วิเคราะห์ได้ว่า ตำแหน่งที่ตั้งของวัดชีเชียงคือ ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของเจดีย์ประธาน 3 องค์ของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทิศเหนือถัดจาก “ป้อมวัดชีเชียง” จรดบ่อกรุศิลาแลงริมถนนมหารัฐยา แล้วต่อมาก็มีการปรับผังให้มีขนาดเล็กลง เพื่อสร้างวัดพระศรีสรรเพชญ์
พระราชพงศาวดารเหนือระบุว่า วัดชีเชียงมีมาตั้งแต่ก่อนสมัยพระเจ้าอู่ทอง ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ผู้สร้างคือ พระเจ้าสายน้ำผึ้งพระองค์เดียวกับที่สร้างวัดพนัญเชิง แม้จะมีลักษณะของตำนาน แต่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาจากประเด็นที่ว่า บริเวณพระราชวังเดิมของพระเจ้าอู่ทอง (พื้นที่วัดพระศรีสรรเพชญ์) ควรจะมีวัดในเขตพระราชฐานตามโบราณราชประเพณี
อย่างไรก็ตาม พระมงคลบพิตรที่เป็นพระประธานของวัดชีเชียง น่าจะเป็นพระพุทธรูปในสมัยหลัง เพราะมีรูปแบบผสมระหว่างศิลปะอู่ทองกับสุโขทัย ตรงกับพุทธลักษณ์นิยมในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช(พ.ศ. 2077-2089)
ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม(พ.ศ. 2154-2171) มีการชะลอพระมงคลบพิตรมายังพื้นที่ปัจจุบัน ปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่า “ให้ชักพระมงคลบพิตรอยู่ฝ่ายตะวันออก มาไว้ฝ่ายตะวันตก แล้วให้ก่อพระมณฑปใส่ไว้”
ส่วนพูนดินเดิมก็ทำเป็นที่ถวายเพลิงพระศพ เรียกว่า “โคกพระเมรุ” หรือท้องสนามหลวง โดย “ยุบ” วัดชีเชียงรวมกับวัดรามาวาศ ซึ่งอยู่ติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ หมายความว่า พระมงคลบพิตรได้ประดิษฐาน อยู่ที่วัดรามาวาศ วัดแห่งนี้จึงมีอีกชื่อว่า “วัดสุมงคลบพิตร” หรือวัดพระมงคลบพิตร
เนื่องจากมณฑปที่ก่อครอบองค์พระมงคลบพิตรตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม เป็นอาคารหลังคาเปิด เพื่อให้แลเห็นองค์พระแต่ไกล พระพุทธรูปจึงถูกฟ้าผ่าจนพระเศียรหักตกลงมาเมื่อราว พ.ศ. 2246 ก่อนที่ พ.ศ. 2248 จะทำการบูรณะองค์พระพุทธรูปและทำอาคารวิหารเป็นหลังคาปิด ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระราชพงศาวดารฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) เล่าว่า
“แล้วทรงพระกรุณาสั่งกรมพระราชวัง ให้ปฏิสังขรณ์วัดศรีสรรเพชญ์ขึ้นใหม่ อนึ่งพระเศียรพระพุทธรูป ‘พระสุมงคลบพิตร’ซึ่งหักลงตั้งอยู่ให้ยกขึ้นต่อเสีย พระวิหารนั้น อย่าให้ทำเป็นมณฑปเลย ให้ทำเป็นหลังคาเหมือนพระวิหารทั้งปวง ทำอยู่ปีเศษจึงสำเร็จทั้งสองวัด”
คำว่า “สองวัด”คือหมายรวมทั้งวัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดรามาวาส (วัดพระมงคลบพิตร) นั่นเอง
วิหารพระมงคลบพิตร จึงเป็นส่วนหนึ่งของวัดรามาวาส ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบไม่เป็นส่วนหนึ่งของวัดใด ๆ แบบที่เห็นจากลักษณะที่ตั้งในปัจจุบัน
พระมงคลบพิตรได้รับความเสียหายอีกครั้งจากสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 พ.ศ. 2310 รวมถึงการรื้ออิฐไปสร้างกรุงเทพฯ ก่อนจะมีการบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2499 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยงบประมาณส่วนหนึ่งมาจากเงินบริจาคของนายพลอูนุ ผู้นำพม่า
เรื่องราวของวัดในตำนานสมัยกรุงเก่ายังมีอีกมากมาย ติดตามอ่านใน “วัดร้างกรุงเก่า ประวัติศาสตร์บทใหม่ของอยุธยา” ผลงานของกำพล จำปาพันธ์ และอชิรวิชญ์ อันธพันธ์ พาไปสำรวจวัดร้างสมัยอยุธยา สืบหาความจริงในอดีตที่ถูกลืมเลือน พบกันที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24
บูธ “J02” บูธสำนักพิมพ์มติชน
วันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569
ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ตั้งแต่เวลา 10:00 – 21:00 น.
อ่านเพิ่มเติม :
- “พระศรีสรรเพชญ์” จากอยุธยาสู่พระเจดีย์วัดโพธิ์ กับพุทธลักษณะที่ยังเป็นปริศนา
- “วัดทอง” สถานที่ปลงศพแม่นมโกษาปาน กับหลักฐานที่ใช้ไขปริศนา
- เล่าเรื่อง “วัดปืน” วัดร้างโบราณสมัยอยุธยา ชื่อนี้ได้แต่ใดมา?
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 เมษายน 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระมงคลบพิตร” เคยอยู่วัดชีเชียง วัดสำคัญกรุงเก่าก่อนวัดพระศรีสรรเพชญ์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com