โรงเรียนอินเตอร์ไทย สะเทือน “อินเตอร์จีน-หลักสูตรจีน” โดดแข่ง
โรงเรียนอินเตอร์ไทย สะเทือน “ทุนจีน” เปิดโรงเรียนนานาชาติเน้นอังกฤษ-จีน ฟาก รร.เอกชน-นานาชาติ-ติวเตอร์แบรนด์นอก ฮึดเปิดหลักสูตร 3 ภาษาอังกฤษ-จีน-ไทย รับดีมานด์เด็กจีนเรียนไทย-ภาษาที่ 3 ของโลกและตลาดแรงงาน
จากนโยบายของประเทศ “จีน” ที่จะไม่ต่อไลเซนส์โรงเรียนนานาชาติในประเทศ ส่งผลให้ชาวจีนที่มีกำลังซื้อพาลูกหลานออกมาเรียนนอกประเทศมากขึ้น อีกนัยหนึ่งคือการหนีการแข่งขันอันดุเดือดในการศึกษาจีนจนเด็กเกิดความเครียดและกดดัน
ย้อนกลับไปในปี 2023 “New Oriental ” บริษัทด้านการศึกษาเอกชน รายงานว่า กระแสการย้ายประเทศเพื่อการศึกษาบุตรหลานของชาวจีนไปยังสิงคโปร์และญี่ปุ่น แต่ด้วยค่าเรียนและค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ปกครองจีนส่วนหนึ่งหันมาที่“ประเทศไทย” โดยเฉพาะ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ
ทั้งการเข้ามาเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นในช่วงปิดเทอมและการย้ายเข้ามาพำนักระยะยาวจนจบการศึกษา ส่งผลต่อเนื่องให้ดีมานด์การเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติเติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมาตลาดโรงเรียนนานาชาติเติบโต 13% และมีมูลค่ามากกว่า 8 หมื่นล้านบาท จากจำนวนนักเรียนและโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าเล่าเรียนที่มีการปรับตัวสูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะขยายตัวไปสู่นอกกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จำกัดในเมืองหลวง และการแข่งขันของจำนวนโรงเรียนในกรุงเทพฯ ที่หนาแน่น
อย่างไรก็ดี การเข้ามาของนักเรียนจีนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านหลักสูตรที่เริ่มมี“ภาษาจีน” เข้ามาเกี่ยวข้อง ล่าสุด “กลุ่มบริษัทจื้อ-เล่อ” ได้เปิดตัวแคมปัส “โรงเรียนสามภาษาจื้อ-เล่อ พัฒนา” บนถนนรามคำแหง ในราคาที่เข้าถึงได้ 50,000 บาทต่อภาคการศึกษา ไม่มีค่าแรกเข้า ค่าลงทะเบียนเรียน หรือค่าธรรมเนียมพิเศษใด ๆ
โดยจะสอนด้วยหลักสูตรภาษาไทย เสริมภาษาจีน และภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น (ICEP) และตั้งเป้าที่จะขยาย 5 - 7 แคมปัส ภายใน 10 ปี เพื่อจับดีมานด์ตลาดชนชั้นกลางมองหา รร. 3 ภาษาโดยเฉพาะ
นายวอลเตอร์ ลี ผู้ก่อตั้ง โรงเรียนสามภาษาจื้อ-เล่อ พัฒนา และประธาน กลุ่มบริษัทจื้อ-เล่อ กล่าวว่าในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบันการเรียนรู้หลายภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายขอบเขตความรู้และเปิดสู่โอกาสใหม่ ๆ
อย่างไรก็ตาม การศึกษาที่มีคุณภาพในประเทศไทยมักมีราคาแพง ส่งผลให้มีกลุ่มครอบครัวจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทจื้อ-เล่อ จึงมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้นักเรียนรุ่นเยาว์ในประเทศไทยได้มีหลักสูตรสามภาษา ไทย อังกฤษ และจีน คุณภาพสูง ในราคาที่เข้าถึงได้
โรงเรียนสามภาษาจื้อ-เล่อ ศิริเพ็ญ พัฒนา บนถนนรามคำแหง เป็นโรงเรียนแห่งแรกของโรงเรียนสามภาษาจื้อ-เล่อ พัฒนา ซึ่งปัจจุบันโรงเรียนเปิดสอนหลักสูตรที่เน้นความเข้มข้นของภาษาอังกฤษ (Intensive English Program หรือ IEP) และจะเปลี่ยนเป็นหลักสูตรสามภาษาที่เน้นภาษาจีนและภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น (Intensive Chinese-English Program หรือ ICEP) ในปีการศึกษา 2568 สำหรับเด็กอายุ 2 - 11 ปี โดยหลักสูตรภาษาไทย อังกฤษ และจีน จะเรียนภาษาไทย 49% ภาษาอังกฤษ 27% และภาษาจีน 24% และจะเปลี่ยนเป็นภาษาไทย 40% ภาษาอังกฤษ 30% และภาษาจีน 30% ภายใน 2 ปี
โดยโรงเรียนมีกลุ่มเป้าหมายลดช่องว่างทางการศึกษาที่มีคุณภาพในประเทศไทย โดยเฉพาะชนชั้นกลางซึ่งมีขนาดใหญ่ ต้องการส่งบุตร-หลานเข้าเรียนโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีหลักสูตรมุ่งภาษาที่ 2 และภาษาที่ 3 ในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ จุดเด่นของโรงเรียน เป็นการเน้นการสอนภาษาจีน และอังกฤษ ที่เด็กสามารถนำไปใช้ได้จริง ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการเรียนการสอน แบบ Interactive
“เพื่อให้หลักสูตรสามภาษาคุณภาพสูงดังกล่าวมีราคาที่เอื้อมถึงและเข้าถึงได้ โรงเรียนสามภาษาจื้อ-เล่อ พัฒนา จึงกำหนดค่าเล่าเรียนเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาทต่อภาคการศึกษา หรือประมาณ 100,000 บาทต่อปี โดยโรงเรียนสามภาษาจื้อ-เล่อ ศิริเพ็ญ พัฒนา ซึ่งเป็นแคมปัสแห่งแรกของเรา จะเริ่มรับสมัครนักเรียนในปีการศึกษา 2568 ตั้งแต่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะมี 5 - 7 แคมปัส ภายใน 10 ปีข้างหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้สามภาษาที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย”
ขณะที่ โรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส ได้เปิดตัว ฮั่นชิง เส้นทางการเรียนรู้สองภาษา จีนกลางและอังกฤษ (Hanqing Bilingual Pathway) ระดับพรีเมียมแห่งแรก ให้ผู้ปกครองและนักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ระหว่างหลักสูตรอังกฤษที่ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน และหลักสูตรอังกฤษที่ใช้ทั้งภาษาจีนกลางและอังกฤษในการเรียนการสอนที่เรียกว่า “โปรแกรมฮั่นชิง”
โดยโปรแกรมฮั่นชิง เส้นทางการเรียนรู้สองภาษานี้จะเริ่มเปิดสอนให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้น Early Years 1 - 2 (อายุ 3 - 4 ปี) เป็นต้นไป มีวัตถุประสงค์เพื่อปูพื้นฐานด้านภาษาจีนกลางและอังกฤษให้เด็กตั้งแต่เล็ก ส่งเสริมความเข้าใจในวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพิ่มโอกาสในโลกยุคใหม่ และเตรียมความพร้อมสู่ความสำเร็จด้านวิชาการและทักษะที่จำเป็นสำหรับการเป็นพลเมืองโลกที่มีศักยภาพสูง
อแมนดา เดนนิสัน ครูใหญ่และครูผู้บริหารรุ่นก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติโชรส์เบอรี กรุงเทพ ซิตี้แคมปัส กล่าวว่า “นี่เป็นครั้งแรกของโรงเรียนนานาชาติหลักสูตรอังกฤษ ที่ได้มีการจัดการเรียนการสอนสองเส้นทางภายในรั้วโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งโปรแกรมฮั่นชิง เส้นทางการเรียนรู้สองภาษา จีนกลางและอังกฤษ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนวิชาต่าง ๆ ในสองภาษาควบคู่กันไปในระดับเท่า ๆ กัน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของโรงเรียนในการมองไกลสู่อนาคต และเล็งเห็นถึงความต้องการในตลาดโลก”
ทางด้าน เวฟ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป ในเครือ บมจ.เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล หรือ WAVE ผู้ถือลิขสิทธิ์วอลล์สตรีท อิงลิช ในประเทศไทย สปป.ลาว และกัมพูชา ผนึกกลุ่มสิงคโปร์ International FLS Corp Pte, Ltd. ขยายไลน์สู่ธุรกิจใหม่“Let’s Mandarin” สถาบันสอนภาษาจีนแมนดาริน ขานรับดีมานด์เรียนภาษาจีนเป็นภาษาที่ 3 ผ่านการจัดตั้ง บริษัท เล็ทส์ แมนดาริน จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจสถาบันสอนภาษาจีนแมนดารินในประเทศไทยภายใต้ชื่อ “Let’s Mandarin” หรือเล็ทส์ แมนดาริน ซึ่งเป็นหลักสูตรมาตรฐานระดับนานาชาติ ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยและสิงคโปร์
นายกิจชาญพิชญ์ สุกังวานวิทย์ กรรมการบริหาร บริษัท เวฟ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด หรือ Wave Education Group ในเครือ บมจ.เวฟ เอกซ์โพเนนเชียล หรือ WAVE เปิดเผยว่าบริษัทฯ วางแผนเปิดสถาบันสอนภาษาจีนแมนดาริน “Let’s Mandarin” ภายใต้คอนเซ็ปต์เอ็ดดูเทนเมนท์ โดยหลักสูตรภาษาจีนแมนดารินมี 20 ระดับ ได้ออกแบบเฉพาะให้เหมาะกับคนไทย เห็นผลลัพธ์ชัดเจน วัดผลได้จริง
โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะภาษาจีนแมนดารินให้กับผู้เรียนทุกระดับ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการสื่อสารระดับสูง ด้วยหลักสูตรที่หลากหลายมีความทันสมัย ครอบคลุมทักษะทั้งการฟัง พูด อ่าน และเขียน ด้วยเทคนิก Hidden Syllabus อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา วัยทำงานและนักธุรกิจ โดย “Let’s Mandarin” จะเปิดให้บริการสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเมกา บางนา ชั้น 2 โซนการศึกษา อีกทั้งยังเปิดการสอนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสามารถเรียนในคลาสและออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนเรียนได้ทุกที่และทุกเวลา และทบทวนบทเรียนแบบไม่มีข้อจำกัด
ภาษาจีนแมนดาริน เป็นภาษาราชการของประเทศจีน และเป็น 1 ใน 6 ภาษาราชการขององค์การสหประชาชาติ ปัจจุบัน มีประชากรราว 1.2 พันล้านคนที่ใช้ภาษาจีน จึงกลายเป็นภาษาที่มีผู้ใช้สื่อสารเป็นอันดับ 2 ของโลก และจากสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคม 2567 นักท่องเที่ยวชาวจีน รั้งอันดับ 1 อยู่ที่ 6,733,162 คน
อีกทั้งในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 (มกราคม - มีนาคม) ประเทศไทยได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนจีนจำนวน 146 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 34,671 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนโครงการสูงสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ และที่สำคัญยังมีประเทศอื่น ๆ ที่ใช้ภาษาจีนการสื่อสาร เช่น ไต้หวัน และสิงคโปร์
ทำให้ภาษาจีนเป็น 1 ใน 3 ของตลาดแรงงานที่ต้องการ ส่งผลให้ความสนใจเรียนภาษาจีนแมนดารินเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปัจจุบัน เนื่องจากเล็งเห็นถึงโอกาสในด้านการทำงาน การศึกษาต่อ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน