เชื้อเพลิง SAF ช่วยอุตสาหกรรมการบิน... คาร์บอนต่ำ
อุตสาหกรรมการบินถือเป็นหนึ่งในภาคขนส่งที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ในระดับสูง คิดเป็นสัดส่วนราว 2% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก ทำให้จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593
หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญ ได้แก่ เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึงราว 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิล
ปัจจุบันบริษัทผลิตน้ำมันชั้นนำของไทย ทั้งบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ต่างออกมาขับเคลื่อนผลิตป้อนอุตสาหกรรมการบิน ผ่านวัตถุดิบสำคัญคือ น้ำมันประกอบการอาหารที่ใช้แล้ว
ประเด็นนี้ สุคนธ์ทิพย์ ชัยสายัณห์ นักวิเคราะห์ Krungthai COMPASS ให้ข้อมูลว่า เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเป็นรูปธรรม สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593
มุ่งเน้นการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงอากาศยานจากฟอสซิล
โดยผลการศึกษาของ IATA ประเมินว่า SAF เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอุตสาหกรรมการบินได้ถึง 65% เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ตั้งเป้าหมายการใช้ SAF ให้ได้ 8,000 และ 23,000 ล้านลิตรต่อปี ภายในปี 2568 และปี 2573 ตามลำดับ และจะเพิ่มเป็น449,000 ล้านลิตรต่อปี ภายในปี 2593 นอกจากนี้ SAF ยังเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากกฎระเบียบเกี่ยวกับการบินระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการชดเชยและการลดคาร์บอนสำหรับการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation: CORSIA) เนื่องจาก ICAO อนุญาตให้สายการบินสามารถใช้ SAF เพื่อลดค่าใช้จ่ายสำหรับชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเที่ยวบินระหว่างประเทศ
ทำให้ตลาด SAF ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพของไทย เพื่อรองรับความต้องการใช้ SAF ทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทำความรู้จักเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เป็นเชื้อเพลิงอากาศยานที่ผลิตมาจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น น้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว ไขมันสัตว์ กากน้ำตาล เป็นต้น ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของอุตสาหกรรมการบินอีกทั้งสามารถนำ SAF ผสมกับเชื้อเพลิงอากาศยานจากฟอสซิลได้เลย โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในการเติมเชื้อเพลิง
เทคโนโลยีการผลิต SAF ที่ได้มาตรฐาน American Society for Testing Materials (ASTM) และได้รับการรับรองจาก ICAO แล้ว ประกอบด้วย 3 กลุ่มหลัก ดังนี้
1.Hydroprocessed Esters and Fatty Acids (HEFA) เป็น SAF ที่ผลิตจากน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้ว น้ำมันพืช และไขมันสัตว์ โดยใช้กระบวนการเติมไฮโดรเจนในการแปรรูปน้ำมันและไขมันแล้วกลั่นให้เป็นเชื้อเพลิง
2.Fischer-Tropsch (FT) เป็น SAF ที่ผลิตจากเศษวัสดุชีวมวล เช่น วัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร เศษไม้ขยะอินทรีย์ เป็นต้น โดยใช้กระบวนการแปลงสภาพชีวมวลเป็นก๊าซสังเคราะห์แล้วนำไปกลั่นเพื่อเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิง
3.Alcohol to Jet (ATJ) เป็น SAF ที่ผลิตจากพืชที่ให้แอลกอฮอล์ เช่น อ้อย กากน้ำตาล ข้าวโพด เป็นต้น โดยใช้กระบวนการหมักวัตถุดิบให้เป็นแอลกอฮอล์แล้วแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง
ปัจจุบัน เทคโนโลยีการผลิตดังกล่าวข้างต้นมีอัตราส่วนการผสม SAF กับเชื้อเพลิงอากาศยานจากฟอสซิลสูงสุดไม่เกิน 50% โดยเทคโนโลยีการผลิต SAF แบบ HEFA ถือเป็นทางเลือกที่มีความพร้อมด้านการใช้งานมากที่สุด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาแล้ว อีกทั้งยังมีต้นทุนการผลิตอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีการผลิตอื่นๆ
โดย SAF ตอบโจทย์กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดอายุการใช้งานได้สูงถึงราว 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานจากฟอสซิล นอกจากนี้ ยังสามารถลดอนุภาคขนาดเล็กและกำมะถันได้ถึง 90% และ 100% ตามลำดับ
ปัจจุบัน หลายประเทศทั่วโลกกำหนดนโยบายสนับสนุนการผลิตและการใช้ SAF เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของตลาด SAF เช่น รัฐบาลสหรัฐ ส่งเสริมการเพิ่มสัดส่วนของการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ รวมถึง SAF ผ่านนโยบาย Renewable Fuel Standard (RFS) รวมทั้งยังมีนโยบาย SAF Tax Credit ซึ่งให้เครดิตภาษีกับผู้ผลิต SAF ในอัตรา 1.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน สำหรับ SAF ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตขั้นต่ำ 50%
นอกจากนี้ ยังมีเครดิตภาษีเพิ่มเติมอีก 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน สำหรับทุกเปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงเกิน 50% สูงสุด 0.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและกระตุ้นการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิต SAF ของผู้ประกอบการ
ขณะที่สหภาพยุโรปออกกฎหมาย ReFuelEU Aviation โดยกำหนดให้สายการบินของสหภาพยุโรปต้องเพิ่มสัดส่วนการผสม SAF อย่างน้อย 2% ของเชื้อเพลิงการบินทั้งหมด ในปี 2568 และจะเพิ่มเป็น 6% ในปี 2573 และ 70% ในปี 2593 นอกจากนี้ยังมี EU Emissions Trading System (ETS) ที่จัดสรรงบประมาณ 1.6 พันล้านยูโร เพื่อลดส่วนต่างราคาระหว่าง SAF และเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะช่วยให้สายการบินสามารถเข้าถึง SAF ได้มากขึ้น
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดเป้าหมายให้สายการบินใช้ SAF ในสัดส่วน 10% ของเชื้อเพลิงการบินทั้งหมด ภายในปี 2573 ขณะที่รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายในการผลิต SAF อย่างน้อย 10 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2573 รวมทั้งมีเป้าหมายให้สายการบินของจีนต้องเพิ่มสัดส่วนการผสม SAF อยู่ที่ 2% ของเชื้อเพลิงการบินทั้งหมด ภายในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็น 15% ภายในปี 2573
สำหรับประเทศไทย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (The Civil Aviation Authority of Thailand: CAAT) อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมออกกฎให้สายการบินที่ออกจากไทยต้องใช้ SAF ในสัดส่วน 1% ภายในปี 2569 และจะเพิ่มเป็น 3-5% ในปีถัดไป
ทำให้โอกาสในการลงทุน SAF ของประเทศไทยมีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากภาครัฐได้บรรจุ SAF เข้าไปใน (ร่าง) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ.2567-2580 (AEDP2024) เพื่อนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ โดยจะกำหนดสิทธิประโยชน์การลงทุนสำหรับการผลิต SAF เพื่อใช้ในประเทศและส่งออก
รวมทั้งเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการใช้ SAF โดยมีเป้าหมายสัดส่วนการผสม SAF อยู่ที่ 1% ในปี 2569 และจะเพิ่มเป็น 2% ในปี 2570-2572 โดยใช้เทคโนโลยี HEFA จากน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วเป็นหลัก หลังจากนั้นจะใช้เทคโนโลยี HEFA ร่วมกับเทคโนโลยี ATJ จากกากน้ำตาลเป็นหลัก
คาดว่าในปี 2579 เป็นต้นไป จะมีสัดส่วนการผสม SAF อยู่ที่ 8% หรือราว 1.9 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งจะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพของไทย
เพื่อรองรับความต้องการ SAF ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เชื้อเพลิง SAF ช่วยอุตสาหกรรมการบิน… คาร์บอนต่ำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th