Givora ปั้น Wellness Chain Agency เจาะ Nursing Care
“Givora” ขยายบริการสุขภาพเชิงรุกขยายธุรกิจ Wellness Chain Agency เจาะ Nursing Care ล็อกเป้าเฟสแรกมากกว่า 100 แห่ง ชูเทคโนโลยี EECP เสริมสุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุรับดีมานด์สังคมสูงวัย
นาง ศิริญา เทพเจริญ CEO of Givora เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรสูงวัยมากกว่า ร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ จากรายงานของระบบสถิติทางการทะเบียนแจกแจงข้อมูลให้เห็นว่า ใน ปี 2022 ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย และมีการคาดการณ์ว่า ใน ปี 2030 ไทยจะกลายเป็น สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) เพราะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากขึ้นถึง 28% ของจำนวนคนในประเทศ
โดยที่ผ่านมา“Nursing Care” เป็นทางเลือกที่สำคัญในสังคมผู้สูงอายุ เพราะให้บริการทั้งด้านการพักฟื้น การดูแลสุขภาพ และการช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการดูแลอย่างใกล้ชิดจากบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งปัจจุบัน มี Nusing Care ในไทย มากกว่า 1,000 แห่ง กลุ่มผู้ที่อาศัยใน “Nursing Care” โดยทั่วไปประกอบด้วย
- ผู้สูงอายุที่มีภาวะโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ
- ผู้ที่ต้องการการฟื้นฟูสุขภาพหลังการเจ็บป่วยหรือการผ่าตัด
- ผู้สูงอายุที่มีภาวะเสี่ยงต่อการล้ม หรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ทั้งนี้ Givora รุกธุรกิจ Wellness Chain Agency ให้ทั้งคำปรึกษา การพัฒนาการบริหารงาน เพื่อยกระดับสู่ Nursing: Weelness Care พร้อมจับมือพันธมิตรผลักดันการนำเข้าเพื่อให้บริการครบวงจรมากขึ้นในกลุ่ม เครื่อง EECP (Enhanced External Counter Pulsation)
ทำให้ Nursing Care หรือ กลุ่ม คลินิกความงาม สามารถขยายบริการฟื้นฟูแบบครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีที่เข้าถึงผู้บริโภค โดยคาดหวังให้คนไทยโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่กำลังมีตัวเลขที่มากขึ้นนั้นมีสุขภาพที่ดี
ทั้งนี้ “Givora” เตรียมจับมือร่วมกันกับ“Nursing Care” กว่า 100 แห่ง พร้อมส่งมอบบริการด้าน Wellness Chain Agency เพื่อให้ทั้งคำปรึกษา การพัฒนาการบริหารงาน เพื่อยกระดับสู่ Nursing: Weelness Care พร้อมจับมือพันธมิตรผลักดันการนำเข้าเพื่อให้บริการครบวงจรมากขึ้นในกลุ่ม เครื่อง EECP
“Givora” จะสรรหาพันธมิตร และส่งต่อแพ็คเกจสุขภาพที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าการบริการจะครอบคลุมและเข้าถึงผู้สูงอายุในทุกระดับ พร้อมเน้นย้ำว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระของครอบครัวและสังคมในระยะยาว ซึ่งตั้งเป้านำร่องในกรุงเทพมหานคร ก่อนจะเป็นต้นแบบที่สามารถขยายไปสู่ภูมิภาคอื่นในอนาคตได้ต่อไป”