โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจฟ ซาเตอร์ - ตัวอย่างของคนไม่ทิ้งฝัน สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่

LINE TODAY

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

ปี 2024 ที่ผ่านมาทาง LINE TODAY ได้มอบรางวัล PEOPLE OF TODAY ซึ่งเป็นการยกย่อง 10 บุคคลที่มีอิทธิพลและสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงในสังคม หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยกย่อง ได้แก่ 'เจฟ ซาเตอร์' ในสาขา 'Inspiring The Next Gen Of Entertainers’ ศิลปินมากความสามารถที่ประสบความสำเร็จในหลากหลายบทบาท ทั้งศิลปิน นักแต่งเพลง นักแสดง และ Producer วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับเขามากขึ้น

รีวิวตัวเองปีนี้ให้ฟังหน่อย

ปี 2024 เป็นปีที่ผมภูมิใจในตัวเองมาก เป็นปีที่มองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกว่าเราได้ทำงานที่ดีๆ หลายอย่างมาก ได้ไปหลายที่มากๆ เป็นปีที่ดีเลยครับ ส่วนผลงานที่รู้สึกว่ามันคือที่ของเราปีนี้ ผมยกให้เป็นอัลบั้ม Space Shuttle No.8 ซึ่งใช้เวลา 10 ปีในการทำมันขึ้นมา และก็เสร็จสมบูรณ์ออกมาจริง เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเลย อะไรที่รอมานานๆ แล้วมันเกิดขึ้น เราแทบไม่รู้สึกถึงช่วงเวลาสิบปีนั้นเลย แต่รู้สึกว่าเราได้ทำมันออกมาเต็มที่จริงๆ

คอนเสิร์ตใหญ่ที่ผ่านพ้นไป

มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากๆ ที่จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนเราอยู่บนคอนเสิร์ต และก็ได้ร้องเพลงไปกับพวกเขา และเขาก็มาเพื่อฟังเพลง ร้องเพลงไปด้วยกัน เป็นอะไรที่เราจะเป็นไว้ในความทรงจำตลอดไป เหมือนเราทำสำเร็จอย่างนึงแล้วเราจะไปยังไงต่อจากจุดนั้นดีต้องรอดูว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป

หนุ่มฮอตแห่งปี ที่หลายคนจับตามอง

ปีนี้รู้สึกว่าชีวิตยังเร็วอยู่ ติดเทอร์โบเลย ทั้งงานแสดง งานเพลง งานคอนเสิร์ต ซึ่งช่วงปลายปีงานเฟสติวัลค่อนข้างเยอะ แต่กลับรู้สึกว่าหายใจทันขึ้น รู้ตัวเองขึ้น ปรับและจัดเวลาตัวเองได้ดีขึ้น มีเวลาพักผ่อน เป็นปีที่เราทำออกมาได้ดีเลย ถามว่ากดดันไหม กับผลงานในอนาคต ผมรู้สึกว่าการกดดันมาจากการทำสิ่งนี้ไปแล้วจะได้อะไรกลับมา ผมว่าในทุกๆ รางวัล หรือทุกความสำเร็จที่มันเกิดขึ้นมันคือความสุขที่มันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องทิ้งมันไปสักวันนึง กลายเป็นความทรงจำที่ดี เราไม่สามารถถือถ้วยรางวัลไปตลอดชีวิตได้สักวันก็ต้องวางมันลง เพราะฉะนั้นเราก็วางมันลงและทำสิ่งต่อๆ ไปให้เต็มที โดยอย่าไปคาดหวังกับมัน เมื่อไหร่ที่เราเต็มที่กับมัน ก็ดีที่สุด ส่วนการจะได้รางวัล ผลตอบรับในอนาคตมันเป็นเรื่องของคนอื่น หน้าที่เราในฐานะศิลปินให้ดีก็พอ สนุกกับมัน และเริ่มใหม่ เป็นเส้นทางของชีวิตลุยไปกับมัน

To do list ในปี 2025

หนึ่งเลยก็ทำซีรีส์ตัวเองให้สำเร็จ สองคืออยากทำงานเพลงมากขึ้น เพราะปีนี้หนักหน่วงและอยากมีคอนเสิร์ตของตัวเองที่มีเพลงตัวเองมากขึ้น และก็คงเป็นทัวร์สี่ภาคที่อยากทำ ส่วนอะไรที่ไม่เคยลองและท้าทายกับมัน จริงๆ อยากพากย์เสียงตัวละครครับ

ภาพอนาคตของตัวเองที่มองไว้

ก็จะทำให้สิ่งที่ตัวเองชอบไป จนกว่าจะทำมันไม่ได้ คงจะมีจุดหนึ่งที่เราโอเคและพอ ถ้าอนาคตไกลๆ ก็คงทำเบื้องหลังหรือไม่ก็เอาความรู้ของเรามาสร้างศิลปินสักคน ก็ยังไม่รู้ว่าจะยังไงยังมองไม่เห็นภาพตัวเองในจุดนั้น เป้าหมายสูงสุดของชีวิตที่เราคิดไว้

นอกจากเวิล์ดทัวร์ หรือประสบความสำเร็จในงานศิลป์แล้ว หลังจากผ่านการผจญภัยทั้งหมดมา สุดท้ายแล้วผมอยากมีบั้นปลายชีวิตที่มันสงบ นั่งม้านั่งเงียบๆ ดูคนใช้ชีวิต ไม่ได้ออกไปทำอะไรเพื่ออะไร และมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมีอันนี้คือสุดแล้ว เป็นภาพตัวเองที่ผมเห็นตอนเด็กๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

การแสดงที่หลายคนไม่คาดคิด

สำหรับเรื่อง วิมานหนาม รู้สึกว่าเราได้ก้าวผ่านอะไรบางอย่างในฐานะนักแสดงไป ผมได้เติบโตไปมาจากที่คิดไว้ตอนแรก รู้เครื่องมือในตัวเราเอง รู้จักตัวเองมากขึ้น และภูมิใจในตัวเอง ที่เคยคิดว่าไปต่อไม่ได้ ไปกล้าข้ามไป พอก้าวข้ามไปแล้วมันรู้สึกดีเหมือนกัน ก็แค่เชื่อมั่นตัวเองให้มากกว่านี้ มากกว่าที่เราเชื่ออยู่ ซึ่งในหนังเรื่องนี้ผมอยากให้เมจเสจของหนังมันไปถึงผู้ชมจริงๆ และหวังว่าจะได้แรงบันดาลใจอะไรบางอย่างจากมัน

10 ปี ในวงการ กว่าจะมีวันนี้ของเจฟ

ผมไม่เสียดายเวลาเลยนะ มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้เติบโตถ้าเราประสบความสำเร็จเร็วกว่านี้ เราอาจจะไม่ได้มีคนรักแบบนี้ อาจจะไม่โตพอ ไม่มี mindset แบบนี้ ผมว่ามทุกอย่างมันมาในเวลาที่เหมาะสม อยู่ในจุดที่เรากล้าที่จะอยู่บนเวที กล้าที่จะเขียนเพลง และถ่ายทอดมันออกมาได้อย่างซื่อสัตย์ และเป็นตัวเองมากๆ ต่อหน้ากกล้อง ผมว่ามันก็เป็นช่วงเวลาที่ดีแล้ว ซึ่งตอนสามปีที่แล้วก็มีความกดดันตัวเองว่าเราต้องประสบความสำเร็จอะไรบางอย่าง เหมือนทุกคนแหละ ก็ต้องโตมาแบกรับความคาดหวังของตัวเองและคนอื่น ผมก็เป็นคนแบบนั้นในเมื่อก่อน จนมาถึงจุดนึงที่แบบมันเหนื่อย เราก็กลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักจริงๆ ก่อนหน้าทำงานในสตูดิโอเล็กๆ มันก็มีความสุขนะ วันนี้ก็ยังเก็บความสุขเหล่านั้นไว้อยู่เสมอ และพยายามไม่ให้อะไรมาเปลี่ยนแปลงตัวเราไป เพราะสิ่งที่ดีสุดคงเป็นความเรียง ความซื่อสัตย์ต่อตัวเองนั่นแหละ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราอยู่ตรงนี้ได้นาน น่าจะเป็นเพราะเราไม่ได้คิดถึงว่าเราต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ เหมือนเวลาเราไปร้องเพลงในห้องน้ำ เราก็แค่มีความสุขกับการร้องเพลงในห้องน้ำ เราไม่รู้ว่าเราจะต้องร้องในนั้นไปอีกกี่ปี มันคือความสุขที่เราได้ทำมันเฉยๆ เลยไม่รู้ว่ามันต้องอีกนานเท่าไหร่ ก็แค่ทำมันเพราะเราชอบ

ถึงคนที่รู้สึกท้อ ทุ่มเทแต่ไม่เห็นผล

อยากให้ไปร้องเพลงในห้องน้ำดูครับ ให้คิดว่าชีวิตมันเป็นแบบนั้นแหละ มันมีความสุขที่เกิดขึ้นจากการทำสิ่งที่เรารักอยู่ อย่าให้ผลลัพธ์มาส่งผลกระทบกับวิธีการมากเกินไป พยามยามทำด้วยความสุข ทำให้ดีที่สุด และอย่าคาดหวังกับผลมากเกินจนกลับมาทำร้ายเราเอง ผมว่ามันมีวันของทุกคนแหละ แค่มันจะไปถึงวันนั้นเมื่อไหร่ อย่าไปยึดติดกับเป้าหมาย เพราะเราเปลี่ยนแปลงเติบโตอยู่ตลอด ท้ายที่สุดคือรู้ตัวเองว่าเราเอ็นจอยกับตรงไหน โตขึ้นมาอาจเปลี่ยนเป้าหมายให้แคบลง หรือกว้างขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด

ผมพูดเสมอการหลงทางคือส่วนหนึ่งของการเดินทาง เราหลงทางเพื่อจะรู้ว่าทางที่ถูกมันไปทางไหน เรากลับมาได้แล้วก็จะไม่ไปทางเดิมนั้น ส่วนกำลังใจมาจากความรู้สึกที่เราชอบตัวเองเวลาเราได้ทำสิ่งๆ นั้น บางทีก็ลืมนึกถึงกำลังใจ แค่ทำแล้วมันสนุก มันมันดีก็เอาอีก ถ้าย้อนเวลาไปได้อยากบอกอะไรกับตัวเอง ผมจะไม่บอกอะไรเลย ผมไม่อยากไปมีอิทธิพลกับตัวเองในอดีต ผมไม่ชอบการย้อนเวลา เพราะทุกนาทีที่เราโตขึ้นมามันไม่ควรมีอิทธิพลจากอะไรไปบอกว่าข้างหน้ามันจะเป็นยังไง เราก็แค่เติบโตไปตามสถาการณ์ แย่บ้างผิดหวังบ้าง มันก็เป็นขั้นตอนของการเติบโต

ถึงแฟนคลับ คุณดาวเสาร์

แรงบันดาลใจในการทำงานของผมคงเป็นคนที่รอผลงานเราอยู่ และก็คุณวันเสาร์ยังเป็นสิ่งนั่นอยู่เสมอ ผมจะรู้สึกว่าเขาจะบอกว่าขอบคุณที่มีเจฟอยู่เพื่อที่ให้เขารัก เขารู้สึกว่าเขาโชคดี แต่เราต่างหากที่โชคดีที่มีพวกเขา การเป็นศิลปินคนนึงได้ ที่เราเติบโตมาในสายอาชีพนี้ได้ มันไม่ใช่แค่เราทำงานของเราออกไปเรื่อยๆ แต่มันมีคนที่คอยสนับสนุนเราอยู่ คนเรานั้นก็ให้เราร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณดาวเสาร์น่ารักในทุกๆ ด้าน และมีความคล้ายๆ ผมมากๆเลย ศิลปินกับคนที่เหมือนกันอาจจะถูกดึงเข้าหากันไม่รู้ตัว แต่พอมาถึงจุดนึงเรากลายเป็นความสบายใจให้กันและกัน หลังกล้องเป็นไงผมก็โชว์ความเด๋อ บ้าๆ บอๆ กับเค้าได้ มันกลายเป็นความรัก เหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ที่เมื่อไหร่เจอกันก็เหมือนเดิมเสมอ ผมรู้สึกว่าคำนิยามของคำว่า บ้าน คือเมื่อไหร่ที่เรากลับบ้าน บ้านจะเหมือนเดิมเสมอ ไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คนและความรู้สึกที่มีให้กัน

ฝากผลงานและให้กำลังใจคนมีฝัน

ในสังคมมักจะมีคนที่ชอบกดดัน หรือเราอาจจะกดดันตัวเองเป็นเรื่องปกติ ฉันต้องทำฝันให้สำเร็จให้ได้ สุดท้ายสิ่งนั้นกลายเป็นว่าเรากำลังแบกโลกทั้งใบอยู่ แล้วแตกสลายข้างใน ผมรู้สึกว่าการมีฝันเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่าเอาน้ำหนักของมันมาถือไว้ด้วยตัวคนเดียว ถ้ามันจะเฟลก็ไม่ได้เป็นเพราะเราร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะมีปัจจัยอื่นๆ มากมาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือระหว่างทางที่เราเดินก็ต้องมั่นใจในทุกก้าว ว่าเราทำแล้วมีความสุขนะ

จุดหมายของการเดินทางอาจจะไม่ได้เหมือนที่เราคิดตั้งแต่ทีแรก อาจจะน้อยหรือมากกว่าก็แล้วแต่ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อไหร่ที่เราไปถึงจุดหมายของเราแล้ว ต้องมีความสุข และยิ้มได้กลับมัน มองกลับไปแล้วนั่นเป็นการเดินทางที่เยี่ยม ก็ลองทำไป ทำไปก่อน ชีวิตมีครั้งนึงก็ทำไปในสิ่งที่อยากทำ และอย่าลืมมองรอบข้างบ้าง เพราะมีหลายคนที่อยู่กับเรา บางทีไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เอนจอยกับความฝัน

ส่วนผลงานปีหน้ามีซีรีส์ และผลงานเพลงมากมายให้ติดตามกัน มีทั้งร่วมงานกับศิลปินไทยและนอกประเทศ ปีหน้าอยากทำผลงานเพลงให้มากขึ้น ปีหน้าต้องรอดูว่าเป็นไงแล้วเจอกันครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...