บลจ.กสิกรไทย ชู K-WealthPLUS Series ดัน AUM ปี 68 ทะยาน 1.8 ล้านล้านบาท
บลจ.กสิกรไทย ตั้งเป้าสินทรัพย์ภายใต้บริหารปี 68 แตะ 1.8 ล้านล้าน เพิ่มจากปีนี้แสนล้าน ปักหมุด 3 ปี 2 ล้านล้านบาท ชู K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลัก
นายวิน พรหมแพทย์ ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย (KASSET) เปิดเผยว่า ในปี 2568 คาดมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาท เป็น 1.8 ล้านล้านบาท และวางแผนเพิ่ม AUM ในระยะ 3 ปี (ปี 2568-2570) ขึ้นเป็น 2 ล้านล้านบาท
สำหรับปี 2567 คาดว่าจะมี AUM แตะ 1.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 แสนล้านบาทจากปี 2566
มาจากกองทุนตราสารหนี้ 6 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะกองทุนตราสารหนี้ไทยที่มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) 3.2% ดีกว่ากองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ที่มีอัตราแลกเปลี่ยนลดทอนผลตอบแทน
กองทุนผสม (ลงทุนหุ้นและตราสารหนี้) 3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะกองทุนผสมกลุ่ม K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลัก ที่บลจ.กสิกรไทยร่วมกับ เจพี มอร์แกน ออกแบบกองทุน โดยมี 3 ระดับความเสี่ยงที่ให้ผลตอบแทน 6-9%
กองทุนที่ลงทุนกองทุนต่างประเทศ (FIF) 1 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในกองทุน K-GSELECT ที่มีนโยบายกระจายลงทุนหุ้นทั่วโลก
ปัจจุบันบลจ.กสิกรไทย มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 20% อันดับ 2 ของอุตสาหกรรม
นายวิน กล่าวว่า ปี 2567 ลูกค้าหันมาลงทุนกองทุนผสมมากขึ้น โดยเฉพาะกองทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากแนะนำให้ลูกค้าลงทุนเป็นพอร์ตหลัก สัดส่วน 80% เพื่อกระจายความเสี่ยงและได้รับผลตอบแทนมากขึ้น จากเดิมลูกค้ามีสัดส่วนการลงทุนหุ้นไทยหรือหุ้นจีนมากเกินไปทำให้ขาดทุน
โดยปีนี้มีลูกค้า 10% จาก 1 ล้านคน หันมาลงทุนกลุ่ม K-WealthPLUS Series เป็นพอร์ตหลัก และในปี 2568 จะร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย ขยายการขายพอร์ตลงทุนในลักษณะนี้มากขึ้น
อีกส่วน คือ Satellite Port ลงทุนสัดส่วน 20% ในปีนี้แนะนำลงทุนเวียดนามได้ผลตอบแทน 14% ส่วนปี 2568 แนะนำให้ลงทุนกองรีท โดยเน้นกองที่ลงทุนในดาต้า เซ็นเตอร์ โดยรีทจะได้รับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยลดลง