88(ไทยแลนด์) ธุรกิจสุขภาพความงาม เจ้าของแบรนด์ LYO ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 59.50 ล้านหุ้น เทรดตลาด mai
บมจ. 88(ไทยแลนด์) ธุรกิจสุขภาพและความงาม เจ้าของแบรนด์ LYO , Hone และ ver.88 ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 59.50 ล้านหุ้น เข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ นำเงินเป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ
วันที่ 17 ธ.คน.2567 นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า บมจ. 88(ไทยแลนด์) หรือ “88TH” ได้ยื่นแบบแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เพื่อออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 59.50 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 28 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และจะเข้าซื้อขายในหมวดธุรกิจ สินค้าอุปโภคบริโภค (CONSUMP)
สำหรับหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ 59.50 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 42.5 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 20 และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Ilkano Pte. Ltd ไม่เกิน 17 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 8 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้
ภายหลัง IPO บมจ. 88(ไทยแลนด์) จะมีทุนจดทะเบียน 212.5 ล้านบาท คิดเป็น 212.5 ล้านหุ้น จากปัจจุบันมีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 170 ล้านบาท คิดเป็น 170 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาทต่อหุ้น
บมจ. 88(ไทยแลนด์) ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ของตนเอง 3 แบรนด์ ประกอบด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair care) แบรนด์ LYO (ไลโอ) กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนัง (Skincare) แบรนด์ Hone (โฮน) เครื่องสำอางค์ (Cosmetics) แบรนด์ ver.88 (เวอร์ 88)
นางณัฐฐินี ชวนะนิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. 88(ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้มุ่งเพิ่มศักยภาพการจัดจำหน่ายให้มีความแข็งแกร่งเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ประกอบด้วย ตัวแทนจำหน่าย (Agent) ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ชั้นนำ (Modern trade) ช่องทางการสั่งซื้อที่บ้าน (Home shopping) และผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายออนไลน์มาร์เก็ตเพลสต่างๆ เช่น ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) และติ๊กต๊อกช้อป (Tiktok shop) เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าอีกทั้งยังสอดรับพฤติกรรมการซื้อสินค้าในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี
ด้านภาพรวมการดำเนินงานในปี 2564-2566 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 290.13 ล้านบาท 268.77 ล้านบาท 369.07 ล้านบาท และ 343.69 ล้านบาท ตามลำดับ
โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 343.09 ล้านบาท เติบโต 31.08% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 32.47 ล้านบาท เป็นผลจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมและเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภท ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือประกาศอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้