โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แนวโน้มปี 2568 หุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ปัญหายังอยู่แต่ค่อยๆดีขึ้น

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2567 เวลา 07.08 น.

#หุ้นกลุ่มรับเหมา #ทันหุ้น – บทวิเคราะห์ โดย บล.บัวหลวง

แนวโน้มปี 2568 - ปัญหายังอยู่ แต่ค่อยๆ ดีขึ้น

ราคาหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ ไม่ได้เล่นขึ้นตอบรับแนวโน้ม Backlog ในภาพรวมที่สูงขึ้นมา รองรับฐานรายได้ไปกว่า 3-5 ปี จากนี้เนื่องจากยังมีประเด็นคอยแขวนราคาหุ้นอยู่เป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันโครงการใหม่ๆ ออกมาช้ากว่าเป้าหมาย (เช่นเคย) และความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่กระทบกับกลุ่มฯ สูง จากการอยู่ในธุรกิจเน้นใช้แรงงาน รวมทั้งภาพของ SET ที่ยังขึ้นไม่ต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มรับเหมาฯ ยังเล่นไม่ออก แต่ปี 2568 เราคาดหวังว่าจะเห็นประเด็นลบต่างๆ ค่อยๆ คลี่คลายไปตามลำดับ

ทำไมหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ เล่นไม่ออกสักที?

ตลอดปีที่ผ่านมาการเก็งกำไรหุ้นรับเหมาฯ ไม่ได้ต่อเนื่องเหมือนในอดีต แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลจนลงตัวแล้ว หากคิดเป็นวลีเดียว เราคิดว่านักลงทุนมองหุ้นรับเหมาฯ "ขาดเสน่ห์ และมีรอยตำหนิ" จึงไม่ได้รีบเล่น โดยรอตลาดเป็นขาขึ้นก่อน อย่างไรก็ตาม เรามองว่าภาพในปี 2568 นอกจากประเด็นค่าแรงที่จะกดดันกำไรแล้ว ส่วนที่เหลือจะค่อยๆ ปรับตัวขึ้น ตามลำดับ ได้แก่

การประมูลงานใหม่ จะเริ่มกลับมา…งานจากเอกชนจะกลับมาคึกคัก

โครงการใหม่ของรัฐฯ ราว 5แสนล้านบาท ที่คาดจะเห็นการประมูลในปี 2568 รอบนี้ (ตามมุมมองผู้ประกอบการ) แต่เราเริ่มต้นความคาดหวังเพียง 5-7 โครงการ มูลค่ารวมราว 2.0-2.5 แสนล้านบาทก่อน แต่คิดว่าสิ่งที่สร้าง Momentum เชิงบวกได้จะมาจากโครงการของเอกชน และรูปแบบ PPP มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น 1) โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 2) Data Center (STECON เริ่มเข้าไปมีบทบาท) และ 3) เมืองการบินอู่ตะเภา (มีตั้งแต่สนามบิน โครงสร้างพื้นฐานภายใน และอาคารต่างๆ)

ผลประกอบการภาพรวมจะเริ่มดีขึ้นช่วงกลางปี 2568

คาด Backlog ปลายปี 2567 รวม (CK STECON CIVIL) อยู่ที่ 3.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY (และ 9% QoQ) โดย CK เพิ่มมากสุด 64% ตามด้วย STECON ที่ 26% YoY โดยภาพรวม นอกจากหนุนผลประกอบการตั้งแต่กลางปี 2568เป็นต้นไปดีขึ้นหลังเริ่มงานใหม่แบบมีนัยฯ และ Secure ฐานรายได้ระดับสูงไปอีก 3-5 ปี แล้วยังช่วยเรื่อง GM (หากไม่รวมผลกระทบค่าแรง) ให้ปรับตัวสูงขึ้น จากการเป็นงานใหม่ที่ยังไม่เกิด Cost Overrun เหมือนช่วงกลาง-ท้ายโครงการ นอกจากนี้ ปัญหากดดันกำไรของ STECON ทั้งเรื่องค่าซ่อมบางโครงการ และขาดทุนโครงการร่วมทุนรถไฟฟ้า จะค่อยๆบรรเทาลงไปในช่วงไล่เลี่ยกัน ทำให้เหลือแค่ค่าแรงที่กดดันเป็นหลัก

ภาพรวมกำไรหลักกลุ่มปี 2568 คาดฟื้นตัวแรง 43% YoY เนื่องจากฐานต่ำจากหลากแรงกดดันปีนี้ โดย STECON จะฟื้นตัวเด่นสุดจากการพลิกขาดทุนเป็นกำไร (Turnaround) ตามมาด้วย CIVIL 34% YoY จากฐานต่ำ และรับรู้รายได้งานใหม่ และ CK ที่ยังเติบโตต่อได้ราว 8% แม้ฐานยกตัวขึ้นมาแล้ว

คาดมีวิธีบริหารจัดการการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ช่วยลดผลกระทบ

เราวิเคราะห์ความอ่อนไหวของค่าแรงขั้นต่ำ ต่อประมาณการณ์กำไรปี 2568 พบว่า การปรับเพิ่มค่าแรงเฉลี่ยทุกๆ 1% ที่ปรับขึ้นกว่าเดิม กระทบกับกำไรต่างกันค่อนข้างมาก (ตาม Margin ที่บางต่างกัน) โดย STECON กระทบมากสุดถึง 7% ตามด้วย CIVIL และ CK ที่ 4% และ 2% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงบริษัทจะสามารถบริหารต้นทุนค่าแรงได้ เช่น 1) การใส่ในสมมติฐานตั้งแต่ประเมิบมูลค่างานก่อนประมูลไปแล้วราวๆ 3% ต่อปี 2) การใช้ Sub-Contractor (ซึ่งส่วนมากต้นทุนค่าแรงก็จะไปอยู่ที่ Sub แทน) 3) การใช้เครื่องจักรใหม่เข้ามาทดแทน 4) การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อลดระยะเวลาการทำงาน หรือการจัดแรงงานใหม่ (โดยเฉพาะเมื่อถูกบังคับขึ้นค่าแรง จะยิ่งเป็นตัวเร่ง ข้อ 3) และ 4)) ดังนั้น เราจึงประเมินผลกระทบเพิ่มเติมในกรณีที่สามารถบริหาร (Manage) ได้ระดับ 20-50% ด้วย หากมีการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจริง และเห็นผลกระทบที่ชัดเจน เราคิดว่าบริษัทจะปรับปรุงต้นทุนโครงการบนสมมติฐานใหม่เข้าไป และตลาดจะสะท้อน (Factor-in) จบในช่วงนั้นเลย (เจ็บแต่จบ)

…แต่ราคาหุ้นยังไม่ไปไหน รอภาพตลาดมาก่อน

แม้ Backlog เพิ่มขึ้น และแนวโน้มงานใหม่จะเริ่มออกมา แต่ราคาหุ้นรับเหมาฯ ก็ยังไม่ได้เล่นเร็วมาก เพราะจากการศึกษาความสัมพันธ์ (Correlation) ของราคาหุ้นรายเดือน ระหว่าง Valuation (ผ่าน PBV) ของกลุ่มรับเหมาฯ กับ SET เป็นเชิงบวกกว่า 83% (ปี 2000-ปัจจุบัน) ดังนั้น เราจึงยังคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" ไปก่อนในช่วงนี้ แต่เมื่อถึงช่วงเวลาตลาดขาขึ้น จะเห็นการ Re-rating valuation ไปไกลกว่า SET โดยข้อมูลรอบปี 2010-11 และรอบ 2013 พบว่า PBV ของรับเหมาฯ ขึ้นได้ดีกว่า SET ราว 0.5-1 เท่า หรือ Outperforming SET แต่โอกาสเกิดในปีหน้า ต้องขึ้นอยู่กับ 1) การเมืองที่นิ่ง 2) ตลาดกลับมาเป็นขาขึ้น และ 3) ประเด็นค่าแรงฯจบ และสะท้อนไปหมดไม่มี Overhang

ทั้งนี้ เราได้ปรับราคาเป้าหมายให้สะท้อนสมมติฐาน Valuation อนุรักษ์นิยมมากขึ้น โดย De-rate PBV ลงมาโดยรวม เรายังคงแนะนำซื้อ CK และให้เป็น Top Pick ในไตรมาส 1/68 จากปัจจัยพื้นฐานที่แกร่งสุด และมีโครงการซื้อหุ้นคืนคอยค้ำยันราคา และปรับคำแนะนำ STECON เป็น "ซื้อเก็งกำไร" (จากซื้อ) มองว่าราคาหุ้นจะเล่นรีบาวน์เป็นรอบสั้นๆ ช่วงนี้ เพื่อเก็งกำไรตามการประมูล ส่วน CIVIL ยังแนะนำ “ถือ” ชอบน้อยสุดในกลุ่ม รอรายใหญ่ๆ ขยับตัวก่อน

ความเสี่ยงที่สำคัญ

ความเสี่ยงจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย เป็นต้น

ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการเมือง เช่น การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การชะลอการประมูลงานโครงการ และการจำกัดระยะเวลา หรือช่วงเวลาก่อสร้าง เป็นต้นต้น

ความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงขึ้น: ทั้งการแข่งขันกันเองเพื่อประมูลงาน และจากผู้รับเหมารายใหญ่จากต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ที่มีเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาร่วมแข่งขันได้ในบางโครงการ

ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุน: เช่น ต้นทุนเหล็ก (ราคาผันผวน ตามราคาตลาดโลก) ต้นทุนคอนกรีตและซีเมนต์ และต้นทุนพลังงาน เป็นต้น

ความเสี่ยงจากการปรับค่าแรง: โดยเฉพาะการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ที่จะมีผลกับกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมากที่สุดในตลาด เนื่องจากเป็นลักษณะ Labor intensive

ความเสี่ยงจากกฎระเบียบ และการกำกับดูแล เช่น การปรับเปลี่ยน พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง การปรับเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

TELEGRAM คลิกhttps://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...