โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทักษิณ ชี้ความกันดาร คือ สินทรัพย์ ถึงเวลาพลิกฟื้นอีสาน

Khaosod

อัพเดต 20 ธ.ค. 2567 เวลา 13.52 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 11.46 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมกับ ‘เครือมติชน’ จัดงาน สัมมนา ISAN NEXT : พลิกเศรษฐกิจไทย ฝ่าวิกฤต งานใหญ่ที่ระดมผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ข้าราชการระดับสูง-นักการเมือง รัฐมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมโชว์วิชั่นผลักดันขุมทรัพย์อีสาน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อัดแน่นด้วยหัวข้อน่าสนใจตลอดทั้งวัน

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 ธันวาคม ที่หอประชุมราชภัฎรังสฤษฎ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายพิเศษ เรื่อง "อนาคตอีสาน โอกาสประเทศไทย" ว่า ความกันดารเป็นสินทรัพย์ ภาคอีสานมีความกันดารมาก่อน ความกันดาร ความยากจน ทำให้คนอีสานมีความแข็งแรง ความอดทน เพราะต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเองมาตลอด คนอีสานมีวัฒนธรรมการเป็นนักสู้ ค้นหาปัญญาใหม่ๆ มาตลอด

แม้จะเป็นข้อดีของความยากลำบาก แต่เราลำบากมานานพอแล้ว ถึงเวลาต้องพลิกฟื้นอีสานสิ่งที่คนอีสานมีคือพื้นที่กว้างขวาง ประชากรมากที่สุด วัฒนธรรมเก่าแก่ จึงต้องคิดว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่มี ก็คือการสร้างความแข็งแกร่งให้กับคนอีสาน คนอีสานมีทักษะงานฝีมือ ความชำนาญ ถ้าจะเริ่มที่คนก็ต้องเริ่มที่ซอฟต์พาวเวอร์ เอาความอดทน วัฒนธรรมที่มีมาแตกแขนง จึงต้องเริ่มจากการพัฒนาคน

ที่ผ่านมา คนอีสานเป็นเชฟในร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย ร้านดังๆ ก็เป็นคนอีสาน การเริ่มต้นที่ซอฟต์พาวเวอร์ เอาศิลปะที่มีมาใช้ บวกกับความอดทนของคนอีสาน มาพัฒนาครัวไทยสู่ครัวโลก หรือเรื่องกีฬามวย ยกน้ำหนัก มาจากอีสานทั้งนั้น

เอไอประยุกต์ใช้กับคนอีสาน

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วัฒนธรรมคนไทยมักจะอยากเห็นลูกได้ปริญญา แต่การได้ปริญญาหลายคนก็หางานไม่ได้ เพราะสิ่งที่ควรมีคือ ความรู้ ปัญญา ไม่ใช่จบมาได้แค่ประกาศนียบัตร บางครั้งคนเห่อปริญญา โดยทิ้งสาระความรู้ บางคนเรียนจบปริญญาเอก แต่ความรู้มีหรือเปล่าขึ้นอยู่กับคน เพราะบางหลักสูตรจ่ายครบจบแน่

วันนี้ โลกปัจจุบันสนใจสกิลมากกว่าปริญญา ต่อไปนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ สั่งเครื่องจักร เอไอ ให้ทำงานแทนเราได้ ต่อจากนี้คนอีสานต้องได้รับการผสมผสานเทคโนโลยี เข้าไปสู่ชีวิตประจำวัน โดยอาศัยมหาวิทยาลัยที่มี

ประเทศไทยเรามีมหาวิทยาลัย มีครูบาอาจารย์เยอะ แต่เราใช้ประโยชน์เขาน้อย สอนหนังสือให้ได้ปริญญา แต่ไม่ได้ความรู้ ตอนนี้ต้องเอาครูอาจารย์มาช่วยสอน ให้เข้าถึงซอฟต์พาวเวอร์ เทคโนโลยีใหม่ๆ

เทคโนโลยีลดการผูกขาด

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากเห็นคือ ที่ผ่านมาคนอีสานจนลงเพราะความผูกขาด เพราะทุกอย่างผ่านระบบนายหน้า วันนี้มีเทคโนโลยีแล้ว ต้องดูแลให้คนอีสานเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ไม่ต้องผ่านระบบนายหน้า ภาครัฐต้องดูแลไม่ให้ผูกขาด ใช้เทคโนโลยีเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงจะได้แข่งขันได้

“อย่างข้าวหอมมะลิ ต้องผ่านสมาคมผู้ส่งออก ถ้าต่อไปเลิก ก็จะมีอีคอมเมิร์ช ก็จะสร้างเว็บไซต์ ขายสินค้าได้ ส่งออกได้ โดยไม่ต้องมีการผูกขาด เอาเทคโนโลยีเข้ามา บางอย่างทำได้ บางอย่างยังมีเงื่อนไข นายกฯ ก็ได้ให้รัฐมนตรี ไปดูแล้วว่าจะแก้ไขยังไง ”

นายทักษิณ กล่าวว่า อย่างเรื่องเกษตรภาคอีสาน เป็นเกษตรที่ต้องการความแม่นยำสูง เพราะบางทีฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล น้ำท่วมน้ำแล้ง ต้องทำให้แม่นยำ วัดคุณภาพดิน ดูสภาพภูมิอากาศเมื่อก่อนทำมูลนิธิไทยคม มีเด็กคนหนึ่งใช้ซอฟต์แวร์คำนวนสภาพดินฟ้าอากาศให้พ่อแม่ปลูกพืชตอนไหน ก็ผลผลิตดีขึ้น แต่ต่อไปจะดีขึ้น อีสานต้องเป็นเกษตรแม่นยำที่ท่านรัฐมนตรีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รับไป คือขอให้ชาวบ้านเอาดินแลกน้ำ ขุดดินจากลำคลองแม่น้ำไปใช้ประโยชน์ได้ จะได้มีพื้นที่รับน้ำมากขึ้น ชาวอีสานก็ใช้ประโยชน์ได้

“วันนี้เป็นห่วงคนอีสาน คือคุณภาพของคนที่ถูกมอมเมาด้วยยาเสพติด นายกฯ ท่านสนใจเรื่องนี้มาก อยากให้ทุกภาคส่วนจัดการเรื่องยาเสพติด เพราะไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีเวลาไปทำมาหากิน ต่อไปต้องทำจริงจัง ทั้งปราบปรามและบำบัด นายกฯ ให้ทำแอพฯ รับรายงานว่าพื้นที่ไหนมีพ่อค้ายา จะได้จัดการเด็ดขาด ก็ทำให้คนอีสานมีคุณภาพขึ้น”

นายทักษิณ กล่าวว่า สิ่งที่คนอีสานควรเรียนรู้อีกเรื่องคือ เอไอ ไม่ใช่แค่เทคนิค แต่คือการสั่งให้เครื่องทำงานได้โดยไม่ต้องทำงานด้วยตัวเอง เรียกว่าCommand Prompt สามารถให้มหาวิทยาลัยเป็นแกนกลางในการสอน ครั้งก่อนที่ผมเป็นนายกฯ ได้ใช้มหาวิทยาลัยเยอะ ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะถูกขอความร่วมมือ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาให้คนอีสานมีความชำนาญมีความรู้ ส่วนเรื่องแหล่งทุนนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทักษิณ ชี้ความกันดาร คือ สินทรัพย์ ถึงเวลาพลิกฟื้นอีสาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...