สำรวจตัวละคร ‘ตำรวจหญิง’ ในหนังและซีรีส์ไอคอนิกที่สะท้อนระบบ Male-dominated และการเมืองในองค์กร
เวลาดูหนังหรือซีรีส์ประเภทอาชญากรรมที่ว่าด้วยตำรวจ ผู้ร้าย องค์ประกอบหนึ่งที่เรามักจะเห็นคล้ายๆ กันอยู่เสมอก็คือระบบ Male-dominated โดยเฉพาะในองค์กรอย่าง ‘ตำรวจ’ ที่มีอยู่อย่างเข้มข้น และอำนาจนั้นก็ได้ส่งผ่านคนที่เป็นหัวหน้า ผู้บังคับบัญชา ซึ่งมักจะเป็นผู้ชาย หรือไม่ก็มีผู้ชายอยู่ในตำแหน่งที่ที่มีอำนาจเหนือกว่าอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้น่าสนใจ เพราะมันอาจไม่ใช่แค่เฉพาะระบบ Male-dominated ในหน่วยงานตำรวจเท่านั้น แต่ยังอาจหมายถึงระบบตั้งแต่การปกครองของรัฐฯ การเมืองท้องถิ่น จนถึงการเมืองระดับประเทศที่ส่งต่ออำนาจเหล่านี้จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม และใช้มันเป็น Protocal ในการปกครองคนในองค์กร
และนี่เองคือโจทย์อันโหดหิน เมื่อตัวละครเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงในหนังและซีรีส์หลายๆ เรื่องจะต้องพยายาม ‘Fit in’ ให้เข้ากับระบบเหล่านั้น พวกเธอต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักไปพร้อมกับการทำงานด้วย Male Energy ทั้งผ่านบุคคลิก ท่าทาง การแสดงออก หรือไม่ก็ต้องเลือกเก็บซ่อนตัวตนที่แท้จริงเอาไว้ เพื่อให้สามารถทำงานต่อไปได้ในพื้นที่ของผู้ชาย
แต่ถึงอย่างไร ตัวละครตำรวจหญิงเหล่านี้ก็เป็นมนุษย์ มีความอ่อนแอ ไม่ได้แข็งแกร่งไปซะทุกเรื่อง แถมบางครั้งยังเป็นมนุษย์ที่มีความเทา และมีความไม่เข้ารูปเข้ารอยกับระบบหรือ ‘นอร์ม’ ที่อาชีพการงานคอยกำหนดกำหนดกรอบเอาไว้ให้พวกเธอเป็นอีกด้วย
และนี่คือตัวละครตำรวจหญิงจากหนังและซีรีส์ไอคอนิกที่สะท้อนถึงสิ่งเหล่านั้น
Dr. Wendy Carr : Mindhunter
เจ้าหน้าที่ FBI เลสเบี้ยน ผู้ท้าทายนอร์มยุค 60s
บุคคลที่มีชีวิตอยู่จริงอย่าง Ann W. Burgess นักวิชาการด้านอาชญาวิทยาผู้ริเริ่มการใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาช่วยสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในอเมริกา ช่วงปี 1960s - 1970s โดยเฉพาะกับเคสที่ถูกข่มขืนและถูกทารุณกรรมทางเพศ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวละคร Dr. Wendy Carr นักวิชาการหญิงที่ถูกเชิญมาให้รับตำแหน่งในทีมสืบสวนของ FBI ในซีรีส์แนว True Crime เรื่อง Mind Hunter ทาง Netflix เมื่อหลายปีก่อน
ไม่ใช่การศึกษาจิตใจของฆาตกรจะเป็นอะไรใหม่ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการสืบสวนไขคดีในยุค 60s เป็นครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังใหม่มากในการมี ‘ผู้หญิง’ เป็นหนึ่งในทีม และเจ้าหน้าที่ FBI หญิงอย่าง Dr. Wendy Carr ก็มีองค์ประกอบสำคัญครบแทบทุกอย่าง ทั้งฉลาด สุขุมลึ่มลึก ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สวนทางกับขณะที่เจ้าหน้าผู้ชายทีมเดียวกัน ที่จะมีความหุนหันพลันแล่น และเดือดดาลกว่า ข้อนี้เองที่ช่วยให้ Dr. Wendy Carr มองเห็นจุดสำคัญในคดียากๆ ซับซ้อน และช่วยให้ ‘ดีล’ กับฆาตกรที่มีความซับซ้อนทางจิตใจยิ่งกว่าได้ด้วย
แต่ไม่ใช่แค่หน้าที่การงานที่ผู้หญิงอย่าง Dr. Wendy Carr ท้าทาย รสนิยมทางเพศของเธอยังมีมิติซับซ้อนเข้าไปอีก เมื่อเธอเป็นเลสเบี้ยนสาวใหญ่วัยกลางคนในยุค 60s ที่ต้องปิดบังชีวิตส่วนตัวแบบเงียบกริบ ให้ใครรู้ไม่ได้ เพราะจะว่าไป FBI ก็คือหน่วยงานที่มีความอนุรักษ์นิยมที่สุดหน่วยงานหนึ่งในอเมริกานี่แหละ ความเป็นหญิงของตัวละครตัวนี้ในองค์กรตำรวจที่มีแต่ผู้ชายเป็นส่วนมากก็ว่ายากอยู่แล้ว รสนิยมที่ไม่เป็นไปตามนอร์มของสังคมอเมริกันยุคนั้นยิ่งเป็นเรื่องท้าทายสุดๆ
เจ้าหน้าที่ Maya Miller : Ozark
ตำรวจหญิงผิวสีผู้โค่นแก๊งมาเฟียด้วยความซอฟต์
Maya Miller เจ้าที่ FBI ผู้ถูกส่งมายังเมืองโอซาร์ก รัฐมิซซูรี่ ให้สืบสวนคดีฟอกเงินธุรกิจคาสิโนรายใหญ่ในพื้นที่ พร้อมต้องปราบปรามแก๊งเจ้าพ่อยาเสพติดเม็กซิกันที่เข้ามามีอิทธิพลในเเผ่นดินอเมริกา แต่ความที่เธอเป็นผู้หญิง ซ้อนทับลงไปอีกขั้นคือเป็น ‘ผู้หญิงผิวสี’ ที่กำลังตั้งท้อง แถมหนังยัง Assume ให้รู้กลายๆ ด้วยว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่ปรากฏพ่อแต่อย่างใด ยิ่งเพิ่มความหนักหน่วงให้คนดูลุ้นและเอาใจช่วยเธอไปตลอดทั้งเรื่อง
การทำงานในเมืองที่กฎหมายไม่มีผลเท่ากับกฎหมู่ เมืองที่เจ้าหน้าที่รัฐฯ อยู่ในโอวาทของแก๊งมาเฟียนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะเสี่ยงตายได้ทุกขณะ ทั้งชีวิตเธอและชีวิตลูกในท้อง แม้ว่าซีรีส์จะไม่ได้เปิดเผยเลยว่าเจ้าหน้าที่หญิงผิวสีคนนี้เป็นใครมาจากไหน หรือมีปูมหลังชีวิตอย่างไร แต่หลายซีนที่เธอโดนหัวหน้าขู่ว่าจะให้กลับไปทำงานนั่งโต๊ะ หากภารกิจไม่สำเร็จ ก็พอเดาได้ว่าเส้นทางกว่าจะมาเป็นเจ้าหน้าสืบสวนภาคสนาม เธอต้องฝ่าฝันและพิสูจน์ตัวเองมามากเท่าไร ทั้งในฐานะผู้หญิงและคนผิวสี
สกิลที่เหนือกว่าทุกคนคือเธอมีความใจเย็นดุจน้ำแข็ง รู้จักใช้วาทศิลป์ และค่อยๆ ทำในสิ่งที่เธอยึดมั่นอย่างไม่ย่อท้อ ขณะเดียวกันก็ใช้ความจริงใจเข้าหาผู้คนได้อย่างละมุนละม่อม ทำให้เห็นว่าความ ‘ซอฟต์’ ของผู้หญิง ก็สามารถเอาชนะเรื่องยากๆ และอันตรายได้เหมือนกัน
เจ้าหน้าที่ Clarice Starling : The Silence of the Lambs
FBI ที่เกือบตกเป็นเหยื่อเพราะความเชื่อใจ
Clarice Starling คือเจ้าหน้าที่ FBI ฝึกหัดผู้ก้าวเท้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสอบสวนคดีสุดสะพรึงในหนังจิตวิทยาระทึกขวัญรื่อง The Silence of the Lambs ที่ว่าด้วยฆาตกรต่อเนื่องผู้ฆ่าเหยื่อแล้วกินเหยื่อเข้าไปด้วย แถมยังมีฆาตกรที่ออกล่าเหยื่อผู้หญิงแล้วถลกหนังของพวกเธอที่น่ากลัวไม่แพ้กัน
ท่ามกลางองค์กรที่เต็มไปด้วย ‘ชายแทร่’ ซึ่งล้วนแต่ตั้งข้อกังขาในความสามารถของ Clarice Starling ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่การที่ผู้หญิงต้องพิสูจน์ตัวเองในที่ทำงานเท่านั้น The Silence of the Lambs ยังเป็นหนังที่แฝงเซ้นส์ของ Beauty and The Beast หรือการที่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของ ‘ปิศาจ’ ซึ่งปิศาจในที่นี้ก็สามารถหมายถึงตัวฆาตกรเอง และยังสะท้อนถึงภัยสังคมของที่อาจรู้ว่ามีอยู่ตรงหน้า แต่ไม่อาจมองเห็น เหมือนสัตว์ที่ออกล่าเหยื่อตอนกลางคืนแล้วทำให้ไม่ทันระวังตัว และผู้หญิงก็ไม่สามารถจะไว้เนื้อเชื่อใจใครได้อย่างแท้จริง เหมือนกับฆาตกรที่หลอกล่อตำรวจหญิงอย่าง Clarice Starling จนเธอเริ่มเปิดใจ แต่สุดท้ายแล้วคนที่ทำร้ายเธอก็คือคนที่รู้จักตัวตนและรู้ความลับของเธอมากที่สุดนี่เอง
Fargo : เจ้าหน้าที่ Marge Gunderson
ตำรวจหญิงท้องแก่ในเมืองไกลปืนเที่ยง
หากจะพูดถึงตัวละครตำรวจหญิงที่คลาสสิกที่สุดคนหนึ่งแล้วไม่พูดถึงเจ้าหน้าที่ Marge Gunderson ในขึ้นหิ้งเรื่อง Fargo ของผู้กำกับพี่น้อง Ethan และ Joel Coen ก็คงเหมือนขาดอะไรไป เธอคือเจ้าหน้าที่ Marge Gunderson หัวหน้าสถานีตำรวจเมืองเบรนเนิร์ด ตำรวจหญิงวัยกลางคนผู้ต้องอุ้มท้องแก่ 7 เดือน เดินอุ้ยอ้ายไปสืบคดีฆาตกรรมท่ามกลางความเวิ้งว้างของหิมะขาวโพลนในเมืองเล็กๆ รัฐมินนิโซต้า ที่อากาศหนาวเย็น ปกคลุมไปด้วยหิมะ
ภาพชีวิตประจำวันที่ดำเนินไปพร้อมการทำงานของตำรวจหญิงท้องแก่วัยกลางคน สำเนียงเหน่อ แปลกแปล่ง ผู้ต้องมาทำคดีอาชญากรรมต๊องๆ ที่บานปลายไปจนกลายป็นการฆาตกรรมโหดหลายศพ ฉายให้เห็นถึงวิถีการเป็นผู้รักษากฎหมายในเมืองแสนจะ ‘บ้านนอก’ ได้เป็นอย่างดี ไหนจะการเป็นตำรวจใน ส.น. เล็กๆ ที่มีกันอยู่ไม่กี่คนที่ทำให้เธอต้องออกไปตะลุยหิมะสืบสวนคดีฆาตกรรมด้วยความทุลักทุเลและเชื่องช้าแทบจะโดยลำพัง จนเราได้แต่สงสัยว่าเมืองไกลปืนเที่ยงแห่งนี้ห่างไกลจากอำนาจส่วนกลางมากแค่ไหนกัน การทำงานของตำรวจถึงดูเอื่อยและไร้พาวเวอร์จะจัดการอะไรต่อมิอะไรขนาดนั้น จนดูเหมือนเป็นตลกร้ายจิกกัดระบบการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐฯ อยู่ในที
ความทุลักทุเลเหมือนอะไรก็ผิดที่ผิดทางไปหมดนี้ ยังบ่งบอกผ่านบุคคลิกของเจ้าหน้าที่ Marge Gunderson ผู้มีสีหน้าใจเย็น จนเกือบเรียกได้ว่าไม่อินังขังขอบ ค่อยๆ ตามสืบคดีด้วยเอเนอร์จี้ชิลล์ๆ ไปตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งน่าสนใจว่าหรืออีกนัยหนึ่ง การอุ้มท้องแก่ของเธอ อาจเหมือนกับการที่เธอต้อง ‘อุ้ม’ ภาระหน้าที่ของการเป็นตำรวจในเมืองบ้านนอกที่ไม่มีอะไรพร้อมสักอย่างกันแน่นะ
เจ้าหน้าที่ Jane Banner : Wind river
ตำรวจหญิงผู้แปลกแยกในเเดนเถื่อน
อยู่ๆ เจ้าหน้าที่ FBI อย่าง Jane Banner ก็ถูกส่งมาทำภารกิจแบบงงๆ ให้สืบสวนเหตุการณ์ที่เด็กสาวอินเดียนแดงนอนเสียชีวิตแช่เเข็งอยู่กลางหิมะอันเวิ้งว้างในเขตชนพื้นเมืองอินเดียน รัฐไวโอมิง ซึ่งดูจากสภาพการณ์แล้วก็คล้ายๆ กับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐฯ ใน Fargo ที่จะไปคาดหวังว่าส่วนกลางจะส่งทีมล่าคนร้ายแบบเท่ๆ เหมือนอย่างในหนัง (เรื่องอื่น) มาช่วยก็คงเป็นไปไม่ได้ในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงเช่นนั้น และนั่นเองที่ผลักให้เจ้าหน้าที่ Jane Banner ต้องกัดฟันสู้ด้วยกำลังเท่าที่มีแบบสุดใจ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเด็กสาวที่ถูกทำร้ายและถูกข่มขืนอย่างเลือดเย็น
แม้ว่าหนังจะจบลงด้วยความสำเร็จของตำรวจหญิงในการจับตัวผู้ร้ายได้ แต่ก็นับว่าเป็นแค่เศษเสี้ยวเดียวของเหตุการณ์ความรุนแรงอีกหลายๆ เคสที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ซึ่งเกิดคดีการหายตัวไปของหญิงสาวชนพื้นเมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายๆ เคสก็ไม่ได้โชคดีแบบนี้ การมาถึงของเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง-ผิวขาว ในดินแดนชนพื้นเมืองที่มีข้อพิพาทกับคนขาวมานานตั้งแต่ไหนแต่ไรในประวัติศาสตร์อเมริกา อาจสะท้อนถึงการเป็นความ ‘แปลกแยก’ ไม่เข้าพวก จากความเกลียดชังเชื้อชาติสีผิว และนั่นเองที่เกือบทำให้ตำรวจหญิงเอาชีวิตไม่รอดจากความรุนแรงไปด้วยอีกคน
เจ้าหน้าที่ Eleanor Falco : To Catch a Killer
ตำรวจหญิงผู้ใช้ปัญหาสุขภาพจิตในการทำความเข้าใจฆาตกร
หลังการสังหารหมู่หลายต่อหลายครั้งที่คร่าชีวิตคนบริสุทธิ์ไปจำนวนมากในรัฐบัลติมอร์ ตำรวจท้องที่อย่าง Eleanor Falco จึงถูกขอให้มาช่วยเหลือทีมหน่วย FBI สืบสวนหาตัวคนร้าย ทั้งที่เธอเองก็มีปัญหาส่วนตัวค่อนข้างหนักหนาพอกัน นั่นคือปัญหาสุขภาพจิตและอดีตอันเจ็บปวดจากการใช้ยาเสพติด ที่ทำให้เธอไม่สามารถสอบเข้าเป็น FBI ได้ตั้งแต่แรก แถมถูกกาหัวไว้ด้วยว่ามีประวัติไม่ดี จนนำมาสู่เป็นปมในใจที่ทำให้เธอคิดทำร้ายตัวเอง และพยายามฆ่าตัวตายอยู่หลายครั้ง
แต่ความป่วยไข้ทางใจนี่เองที่กลับกลายเป็น ‘แต้มต่อ’ ช่วยให้ตำรวจหญิงคนนี้สามารถสัมผัสถึงก้นบึ้งจิตใจฆาตกรเลือดเย็นได้ว่าเขาคิด หรือรู้สึกอย่างไร พร้อมกับสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างไม่มีใครทำได้ จนในที่สุดเธอก็ทำให้ฆาตกรใจโหดยอมศิโรราบ
ความเก่งฉกาจของเจ้าหน้าที่ Eleanor Falco ใน To Catch a Killer จึงไม่ใช่การใช้แค่ไหวพริบหรือความฉลาดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนความอ่อนแอในตัวเองให้กลายเป็นอำนาจต่อรอง เหมือนกำลังบอกเราว่า บางครั้งการจะเอาตัวรอดจากความมืดมิด ก็ต้องใช้ความดำมืดในตัวเองนี่แหละเป็นอาวุธเข้าสู้
สารวัตรฟ้า : อย่ากลับบ้าน
ตำรวจหญิงผู้ต้องเผชิญความโดดเดี่ยวทั้งในชีวิตและการงาน
ภาพตำรวจหญิงผู้อุ้มท้องไปสืบคดีลึกลับท่ามกลายอันตรายที่มองไม่เห็นและระบุไม่ได้ว่ามันคืออะไรอย่าง ‘สารวัตรฟ้า’ ในซีรีส์อย่ากลับบ้าน ย่อมสร้างความรู้สึกหลายอย่างให้คนดู ทั้งเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของเธอ และสงสัยว่าเพราะเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงท้องแก่ผู้อยู่ในภาวะร่างกายไม่ค่อยจะพร้อมแบบนี้ ถึงต้องมาทำงานหนักแบบนี้แทบจะโดยลำพัง แล้วเธอมาอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นได้อย่างไรกันนะ
กระทั่งความจริงค่อยๆ เปิดเผยทีละนิดว่าสารวัตรฟ้าก็เป็นคนที่มีความหม่นเทาเช่นมนุษย์คนอื่นๆ เธอตกอยู่ในฐานะเมียน้อยของเจ้านายตัวเองแบบรู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังออกมาจากวังวนนั้นไม่ได้ ทำให้เธอต้องปกปิดความจริงไม่ให้ใครล่วงรู้ จนถูกเพื่อนร่วมงานกับลูกน้องซึ่งเป็นผู้ชายนินทาว่าร้ายเสียๆ หายๆ แล้วชีวิตส่วนตัวก็ยังมีบาดแผลจากการเป็นลูกสาวในครอบครัวที่เห็นพ่อใช้ความรุนแรงกับแม่มาตลอดอีกด้วย จึงอาจเรียกได้ว่าสารวัตรฟ้าคือภาพของผู้หญิงที่ถูกรายล้อมไปด้วยอำนาจของ ‘ผู้ชาย’ ที่เธอไม่สามารถจะหลุดพ้นได้เลย
เมืองเล็กๆ ในซีรีส์อย่ากลับบ้าน จึงไม่เพียงแค่จำลองความเปลี่ยวเหงาของเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่ต้องดิ้นรนมีชีวิตรอดในระบบการปกครองที่ผู้ชายมีอำนาจเหนือกว่าแทบจะในทุกๆ สถาบัน ตั้งแต่ครอบครัวยันองค์กร แต่ยังเป็นความโดดเดี่ยวของตัวละครอย่างสารวัตรฟ้าที่ต้องเก็บงำความลับเทาๆ เอาไว้กับตัวเอง ไม่สามารถปริปากเล่าปัญหาหรือความทุกข์ให้ใครฟังได้ เพราะเธอทั้งต้อง ‘แบก’ ภาระของร่างกายคนท้อง และเเบกหน้าที่ของการเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเอาไว้พร้อมกันด้วยนั่นเอง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- สำรวจตัวละคร ‘ตำรวจหญิง’ ในหนังและซีรีส์ไอคอนิกที่สะท้อนระบบ Male-dominated และการเมืองในองค์กร
- ‘Wicked’ การเติบโตของสองเพื่อนรัก ที่คนหนึ่งสวยจนพูดอะไรก็น่าฟัง กับอีกคน ตะโกนแค่ไหนคนก็ไม่ฟัง เพราะรูปลักษณ์ดูร้ายๆ
- Michaela Stark ผู้ใช้งานแฟชั่นเพื่อเฉลิมฉลองให้กับ ‘ชั้นไขมัน’ จะขาใหญ่ อกย้อย พุงเป็นชั้น ก็มั่นและสวยได้
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com