โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

14 ปี “สุทธิสาร จิราธิวัฒน์” ปั้นไวต์ฟอร์แมตขึ้นเบอร์ 2 โมเดิร์นเทรดวัสดุ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 09.13 น.
สุทธิสาร จิราธิวัฒน์

เจิดจรัสเป็นอย่างมาก เจิดจรัสเป็นอย่างยิ่ง ผู้บริหารเจน 3 แห่งตระกูลเจ้าสัวศูนย์การค้าเมืองไทย “สุทธิสาร จิราธิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด พกดีกรีนักเรียนนอกกลับมาฝึกงานกิจการใหม่ในเครือของตระกูลแบรนด์ “โฮมเวิร์ก” 3-4 ปี หลังจากนั้นมีการตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการบุกเบิกธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านภายใต้แบรนด์ “ไทวัสดุ” สร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพรส์แวดวงธุรกิจมาแล้ว ตอนนั้นมีคำถามเซ็งแซ่ว่า …จิราธิวัฒน์คิดอย่างไร ถึงได้ลุกขึ้นมาขายเหล็กขายปูน ซึ่งไม่ใช่ธุรกิจไลฟ์สไตล์หรูหราเหมือนกับธุรกิจหลักอย่างศูนย์การค้าและโรงแรม

บันทึกที่ต้องจดจำในช่วงสถานการณ์โควิดซึ่งเป็นสถานการณ์ที่โลกทั้งใบอยู่ในสภาวะ Set Zero ธุรกิจหลักเซ็นทรัลกรุ๊ปของตระกูลจิราธิวัฒน์ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายไม่แตกต่างจากคนอื่น ๆ แต่ก็ยังสามารถประกาศตัวเลขรายได้ระดับหมื่นล้านบาทได้ โดยมีพระเอกที่สร้างรายได้หลักและเป็นหน้าเป็นตาให้กับกรุ๊ปในยุควิกฤตตอนนั้น ก็คือรายได้ไทวัสดุที่จบปีโควิดด้วยตัวเลข 3 หมื่นล้านบาท

ในช่วงโค้งท้ายปี 2024 เพียงชั่วพริบตาเวลาผ่านไป 14 ปี จากจุดเริ่มต้นลงทุนเปิดบริการไทวัสดุสาขาแรกในปี 2010 ปัจจุบันมีอาณาจักรธุรกิจจำนวน 90 สาขา บน 81 ทำเล ในอนาคตอันใกล้ไทวัสดุคงจะได้เปิดแชมเปญฉลองสาขาที่ 100 อย่างแน่นอน โดยประกาศยอดรายได้ 14 ปีสู่หลักชัย 40,000 ล้านบาท ยืนเด่นบนตำแหน่งเบอร์ 2 ของวงการโมเดิร์นเทรดวัสดุ ที่มีสโตร์ขนาดใหญ่ 10,000-20,000 ตารางเมตร หน้าตาเหมือนแวร์เฮาส์หรือโกดัง จนทำให้เรียกธุรกิจนี้ในอีกชื่อหนึ่งว่าเป็นธุรกิจ Big Box

ทุก ๆ 4-5 ปีจะต้องมีเมเจอร์เชนจ์

“ธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุและของตกแต่ง เราศึกษาตั้งแต่ปี 2008 และปี 2009 ตัดสินใจว่าจะทำ หลักคิดมาจากเวลาสร้างบ้านคนจะเริ่มคุยกับสถาปนิก อินทีเรียร์ (นักตกแต่งภายใน) ถ้าเซ็กเมนต์บ้านหรูค่าอินทีเรียร์จะแพงกว่าค่าก่อสร้างบ้านนิดหน่อย 50% ขึ้นไป แต่เบสิกคนไทยตลาดแมส กลุ่มกำลังซื้อมิดเดิล-โลว์ ค่าใช้จ่ายอินทีเรียร์เหลือ 20% การก่อสร้างอาจจะ 50-80% คำถามคือทำไมเราไปมุ่งธุรกิจโฮมเวิร์กที่มีสัดส่วนน้อยของตลาด ตลาดใหญ่กว่าคือตลาดแมสทำไมเราไม่ทำ”

เมื่อตกผลึกได้แล้วว่าจะต้องหันมาจับลูกค้าที่มีฐานตลาดเป็นส่วนใหญ่ของตลาดรวม สิ่งที่ต้องทำคือ โมเดิร์นเทรดวัสดุของจิราธิวัฒน์ จะต้องเมกชัวร์ว่าไม่เหมือนคนอื่น และคนอื่น (คู่แข่ง) ไม่รู้ว่ากำลังจะทำอะไร “..ตอนล้อมรั้วเปิดไซต์ก่อสร้างสาขาแรก คู่แข่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเราทำอะไรอยู่ ถึงวันที่เราเปิดประตูบ้าน (แกรนด์โอเพนนิ่ง) ทุกคนตกใจ ไม่ใช่โกดัง แวร์เฮาส์ โลจิสติกส์ แต่เป็นโมเดิร์นเทรดวัสดุ”

ปี 2010 ไทวัสดุเปิดสาขาบางบัวทอง, สุขาภิบาล 3, บางนา ปักหมุดให้ครอบคลุมมุมเมืองหลักของกรุงเทพฯ ให้ครบทุกโซน ปรากฏว่าผลตอบรับดีมาก ด้วยความที่เป็นสโตร์แบบบิ๊กบ็อกซ์ ลูกค้าในตอนเริ่มต้นเป็นกลุ่มช่างและผู้รับเหมา เป็นผู้ซื้อในสัดส่วนมากถึง 80% มีความถี่เสมอต้นเสมอปลาย บางรายซื้อวันเว้นวัน บางรายซื้อทุกสัปดาห์ แตกต่างจากลูกค้าเจ้าของบ้านที่อาจจะแวะมาซื้อบ่อยในช่วง 1-2 ปีแรก จากนั้นหายไปเลยเพราะบ้านสร้างเสร็จแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา “สุทธิสาร” ค้นพบว่า ธุรกิจนี้ทุก ๆ 4-5 ปีจะต้องมีเมเจอร์เชนจ์ โดยปี 2014 เป็นยุคของการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เพราะเปิดบริการสาขาใหม่รวม 42 สาขา เฉลี่ยเปิดปีละ 10 สาขา ซึ่งไม่เคยมีธุรกิจบิ๊กบ็อกซ์หรือคู่แข่งเคยทำสถิติขนาดนี้มาก่อน รายได้มีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 11%“…เราแพ้อย่างเดียวคือคอนวีเนี่ยนสโตร์ที่เปิดสาขาเร็วและมากกว่าเรา แต่สาขามีขนาด 300 ตร.ม.เท่านั้น ไทวัสดุเปิดทีละ 20,000 ตร.ม. มันคนละเรื่องกัน”

ไทวัสดุยังเป็นโมเดิร์นเทรดวัสดุรายแรกที่ทำเรื่องมาสคอต ตุ๊กตายักษ์นายไทวัสดุขึ้นมาอีกด้วย แต่… “เราดังสู้หมีเนยไม่ได้ เพราะมาสคอตเราเต้นไม่เก่งเหมือนน้องหมีเนย (หัวเราะ)”

กล่าวได้ว่ายุค 4 ปีแรก ไทวัสดุกุมหัวใจลูกค้าช่างและผู้รับเหมาได้อยู่หมัด จากจุดแข็งเดินเข้ามาในสโตร์ มีของครบ คุณภาพดี สิ่งที่ขาดหายไปในสมการธุรกิจก็คือ ลูกค้าเจ้าของบ้าน หรือ End User นำมาสู่ยุค 4 ปีที่สอง ในปี 2018 มีเมเจอร์เชนจ์ด้วยการปรับปรุงขนานใหญ่ สโตร์ที่เคยเป็นกล่องสี่เหลี่ยมก็ปรับดีไซน์ให้มีจั่วสามเหลี่ยมขึ้นมา ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้นเพราะหน้าตาเริ่มเหมือนบ้าน ทำถนนให้เรียบร้อย ที่จอดรถมีหลังคาคลุม ห้องน้ำติดแอร์ ผลตอบรับจากลูกค้าเจ้าของบ้านมาแบบทะลัก มีภาพพ่อแม่เดินจูงลูกหญิงลูกชายเข้ามาช็อปสินค้ามากขึ้น ทำให้ยอดขายพุ่งทะยานขึ้นมา

ไวต์ฟอร์แมต ไทวัสดุ x บีเอ็นบีโฮม

สถานการณ์โควิดในปี 2020 ที่รัฐบาลสั่งชัตดาวน์ศูนย์การค้าและสถานประกอบการติดแอร์ทุกประเภท วิกฤตกลายเป็นโอกาสของผู้ปรับตัวเร็ว ไทวัสดุใช้เวลาเพียง 9 เดือนเซตอัพระบบ O2O (Online 2 Offline) ลูกค้าสามารถช็อปสินค้าได้ปกติ แต่อยู่บนแพลตฟอร์ม สร้างรายได้เป็นพระเอกให้กับเซ็นทรัลกรุ๊ป ในเวลานั้นเอง “สุทธิสาร” หันมาตั้งคำถามแบบแชลเลนจ์ทีมงานว่า Next Step ของไทวัสดุหลังจากนี้ คืออะไร

คำตอบเกิดขึ้นในปี 2022 จับสังเกตให้ดีเป็นยุคของเมเจอร์เชนจ์ช่วง 4 ปีที่สาม ไทวัสดุที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่งในกลุ่มช่างและผู้รับเหมากลาง-ย่อย บอกกับตัวเองว่าอยากขยับขึ้นมาจับตลาดมิดเดิล-ไฮ หรือตลาดกลาง-บน เพราะตลาดแมสทำสำเร็จแล้ว ได้เวลาเติมจิ๊กซอว์ธุรกิจให้ครบทุกเซ็กเมนต์ สภาพการแข่งขันต้องถือว่ามีไม่มากเพราะมีผู้เล่นน้อยราย

ก่อนจะมีเมเจอร์เชนจ์ โมเดลธุรกิจเริ่มจากไมเนอร์เชนจ์ก่อน โดยปี 2019-2021 มีการทดลองโมเดลธุรกิจในรูปแบบไฮบริดสโตร์ กล่าวคือ ธุรกิจโฮมเวิร์กที่มีการรีแบรนด์เป็น “บีเอ็นบี โฮม-BnB Home” เน้นขายสินค้าตกแต่ง อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต ที่สาขาภูเก็ตมีการขยับพื้นที่ด้วยการรีโนเวตเพื่อให้ไทวัสดุเข้าไปแทรกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จากนั้นเป็นการลงทุนสร้างสาขาใหม่ที่เป็นไฮบริดสโตร์สาขาแรกที่ศรีสมาน

จากไฮบริดสโตร์พัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลธุรกิจ “ไวต์ฟอร์แมต ไทวัสดุ x บีเอ็นบีโฮม” ที่มั่นใจว่ามาถูกทิศทางแล้ว ปี 2022 จึงประกาศเดินหน้าการลงทุนเต็มรูปแบบ คำอธิบายคือ ไทวัสดุมีสีสัญลักษณ์เป็นสีแดง จึงเรียกรหัสภายในว่าเป็นโมเดลธุรกิจแบบเรดฟอร์แมต ต่อมาเมื่อโมเดลธุรกิจสุกงอมจากไฮบริดสโตร์ด้วยการลงทุน 1 ทำเล 2 สโตร์ ที่นับรวม BnB Home ด้วย จึงเรียกโมเดลใหม่นี้ว่าไวต์ฟอร์แมต

“ปี 2022 เราเป็นรายแรกของตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุและของตกแต่งที่นำเสนอไฮบริดสโตร์ วิธีคิดคือถ้าเราอยากเป็นผู้นำ เราต้องทำเป็นคนแรก ซึ่งไวต์ฟอร์แมต จริง ๆ ก็คือไฮบริดสโตร์ เพียงแต่ทำให้ง่ายต่อการสื่อสารกับลูกค้า ถ้าช็อปร้านสีแดงก็คือไทวัสดุ ช็อปร้านสีขาวคือบีเอ็นบีโฮม”

มองในภาพของบิสซิเนสโมเดล ไวต์ฟอร์แมตถูกวางความสำคัญเป็นโมเดลการลงทุนทั้งรีโนเวตสาขาเดิม และลงทุนสาขาใหม่ ปรับเซ็กเมนต์จากตลาดแมสสู่ตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น ไซซิ่งสโตร์จากเดิม 14,000-15,000 ตารางเมตร ขยายความใหญ่เพิ่มเป็นขนาด 20,000 ตารางเมตร กรณีลงทุนสาขาใหม่ ปกติไทวัสดุแต่ละสาขาลงทุนเฉลี่ย 500 ล้านบาท ไวต์ฟอร์แมต์จะเพิ่มเป็น 600 ล้านบาท มีสินค้านำเสนอมากกว่า 50,000 ไอเท็ม

พร้อมกับความมั่นใจในการประกาศปี 2567 จะมี White Format ไทวัสดุ x บีเอ็นบีโฮม รวมทั้งสิ้น 16 สาขา ได้แก่ ศรีสมาน, รังสิตคลอง 4, เมืองเอก, สมุทรปราการ, บางใหญ่, นครอินทร์, พระราม 3, บางนา, บางบัวทอง, สุขาภิบาล 3, ชลบุรี บางแสน, ภูเก็ต อำเภอฉลอง, เชียงใหม่ อำเภอสันทราย, อุดรธานี กุดสระ, ขอนแก่น และภูเก็ตอีก 1 แห่ง ผลตอบแทนการลงทุนที่ได้รับกลับมาหลังจากทดลองทำตลาดในปี 2022 พบว่าค่าเฉลี่ยยอดรายได้เพิ่มขึ้น 30%

ดึง “โกโฮลเซล” เพิ่มพลังไฮบริดสโตร์

สิ่งที่ดำเนินควบคู่กันไปคือการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัทมีพนักงานมากกว่า 100 ชีวิตที่เป็นผู้ด้อยโอกาส มีการนำรถบรรทุกขนส่งเป็นรถ EV Truck 11 คัน วิ่งระยะทางขนส่ง 1.3 ล้านกิโลเมตร เทียบเท่าเดินทางรอบโลก 300 กว่ารอบ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกแล้ว 900 ตันคาร์บอน ด้านกลยุทธ์การแข่งขัน บริษัทยังคงตรึงราคาสินค้า 2,000 รายการ เพื่อรักษาฐานลูกค้าให้คงอยู่ตลอดไป ทั้งยังการันตีสินค้าราคามีภาษีมูลค่าเพิ่ม หากใครขายถูกกว่ายินดีคืนเงิน 120% ฯลฯ

“ไวต์ฟอร์แมต ไทวัสดุ x บีเอ็นบีโฮม โมเดลธุรกิจที่เป็นเกมเชนเจอร์ในอนาคต ทั้งหมดนี้เกือบครึ่งมีคนก๊อบปี้เราแล้ว ถ้าผมไม่คิดอะไรใหม่ เรากับคู่แข่งก็คงเหมือนกัน ผมคิดว่าไวต์ฟอร์แมตจะทำให้เราเติบโตได้อีก 3-5 ปี”

เรื่องที่ CEO ซีอาร์ซี ไทวัสดุ ไม่ได้พูด แต่ฟันธงได้ไม่ยากก็คือโมเดลการลงทุนไฮบริดสโตร์ ไม่ได้จำกัดพรมแดนอยู่แค่ธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุ เพราะมีตัวอย่างธุรกิจบิ๊กบ็อกซ์อื่น ๆ ของเซ็นทรัลกรุ๊ป อย่างธุรกิจโฮลเซลฟู้ดส์แบรนด์ “โกโฮลเซล” ก็มาเปิดบริการอยู่ในไฮบริดสโตร์แห่งแรกที่ไทวัสดุ สมุทรปราการ จึงน่าเชื่อได้ว่าจะเห็นโมเดลเปิด 1 ทำเล ไม่ใช่แค่ 2 สโตร์ หรือ 2 in 1 แต่จะมี 3-4 สโตร์ หรือ 3-4 in 1 ต่อยอดได้ไม่สิ้นสุด เป็นพลังการลงทุนของยักษ์ธุรกิจที่ได้ทั้งควบคุมต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ที่เติบโตกว่าเดิม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 14 ปี “สุทธิสาร จิราธิวัฒน์” ปั้นไวต์ฟอร์แมตขึ้นเบอร์ 2 โมเดิร์นเทรดวัสดุ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...