Dose of society คอมมิวนิตี้ที่พาไปฟังผู้คนทั่วโลกด้วยคำถามง่ายๆ แต่ทำให้เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น
ถาม : อกหักครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
ตอบ : อ๋อ หนูเพิ่งอกหักล่าสุดเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อนนี้เองพี่
ถาม : คิดว่าครั้งนี้เป็นความผิดของใคร
ตอบ : ก็น่าจะเขาค่ะ วันก่อนเขาโทรมาจากบนเตียงของผู้หญิงอีกคน หนูแบบ โอเค พอกันที…
นี่คือการถามจริง ตอบจริง แบบไม่เตี๊ยม ไม่มีบท ของ Dose of society แอคเคานต์ที่เราบังเอิญเจอในอินสตาแกรมที่ออกไปยื่นไมค์สัมภาษณ์ผู้คนตามท้องถนนทั่วทุกมุมโลก ด้วยไอเดียที่ว่า Real People, Real Stories คุยกับคนจริง กับเรื่องจริงๆ ของพวกเขา
Dose of society คือคอมมิวนิตี้ที่จะว่าไปก็ไม่เล็ก เพราะมีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคน ในหลายแพลตฟอร์ม ทั้งอินสตาแกรม Tiktok Snapchat และ Youtube เกิดขึ้นเมื่อปี 2017 โดย Nii Lartey และ Armed Faid ซึ่งทั้งคู่เพิ่งติดหนึ่งในลิสต์ ‘30 Under 30’ หรือบุคคลอายุต่ำกว่า 30 ที่น่าจับตามองจาก Forbes ยุโรปในปีนี้ไปหมาดๆ นี่เอง พวกเขาเริ่มต้นทำคอนเทนต์สัมภาษณ์จากทีมงานเพียงแค่ 13 คนเท่านั้นโดยใช้วิธีการกระจายตัวอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ลอนดอน นิวยอร์ก ลอส แอนเจลิส หรือ ดูไบ
โจทย์ของ Dose of society ไม่ได้ถามแค่เรื่องความรักแบบบทสนทนาข้างต้นเท่านั้น พวกเขายังยื่นไมค์สัมภาษณ์ผู้คนผ่านชุดคำถามหลักๆ แต่หลากหลาย อย่างการอกหักครั้งล่าสุด การสูญเสีย การต่อสู้ ความเชื่อ เรื่องที่ผิดพลาด เรื่องที่ภูมิใจ เรื่องที่คนชอบเข้าใจผิด สิ่งที่คิดถึง เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ความรู้สึกไม่มั่นคง จนถึง Red Flag ในความสัมพันธ์
คำถามเหล่านี้ดูเหมือนจะเป็นคำถามพื้นๆ ธรรมดาทั่วๆ ไป แต่เอาเข้าจริงมันคือคำถามสำคัญที่เราว่าน้อยคนจะมีโอกาส ‘ถูกถาม’ และ ‘ได้ตอบ’ คำถามเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน นั่นทำให้ Dose of society เป็นเหมือนพื้นที่ที่ทำให้คนได้หยุดพักสักครู่หนึ่ง แล้วครุ่นคิด ทบทวนถึงเรื่องของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้พวกเขาได้เปิดปากพูดในสิ่งที่อาจไม่มีโอกาสได้พูดถึงมันมาก่อน
แต่คำถามเบสิกที่กระตุ้นให้คนเล่า ‘เรื่องของตัวเอง’ เหล่านี้นี่แหละที่กลับกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ทำให้คนดูอย่างเรา ‘เข้าใจ’ และรับรู้ถึงความรู้สึกมวลรวมของผู้คนบนโลกที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ว่าพวกเขากำลังเผชิญกับอะไรอยู่ ความทุกข์ความสุขของพวกเขาคืออะไร แม้จะอยู่กันคนละมุมโลก คนละเชื้อชาติ คนละวัฒนธรรม ความเชื่อ แต่มันกลับทำให้เรารู้สึก ‘อิน’ และมีส่วนร่วมไปกับเรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ได้อย่างประหลาด
นอกจากจะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ในหลากหลายแง่มุมมากขึ้นแล้ว เรื่องราวที่ผู้คนเหล่านั้นมาเล่า มาแชร์ ยังสามารถทำให้เราเห็นไปถึงมิติ และภาพรวมของโลกที่ใหญ่กว่านั้นได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สังคม การเมือง เศรษฐกิจปากท้อง สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงปัญหาต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอย่าง สงครามความขัดแย้ง ปัญหาผู้อพยพ ความเกลียดชัง การแบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว ด้วยความหวังที่ว่ามันอาจจะสะท้อนไปถึงผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทุกคนได้อีกทางหนึ่งด้วยว่าประชาชนบนโลกใบนี้กำลังต้องการอะไรกันบ้างในชีวิต
สิ่งสำคัญคือมันทำให้เราเห็น ‘Empathy’ เกิดขึ้นในชุมชนแห่งนี้ไปพร้อมกัน ราวกับมีใครสักคนมานั่งข้างๆ ตบบ่า แล้วบอกเราว่า เรื่องที่เราเจอ เราไม่ได้ต้องเจออยู่คนเดียวนะ ยังมีคนอีกมายที่เจอเหมือนกันกับเรา แล้วเขาผ่านมันไปได้อย่างไรบ้าง ซึ่งหลายๆ ครั้งที่เรากดเข้าไปอ่านคอมเมนต์ในคลิป ก็จะเห็นผู้คนมากมายที่นอกจากจะเข้ามาแชร์เรื่องราวของเขาด้วยแล้ว เรายังเห็นคนเข้ามาให้กำลังใจกัน เหมือนอย่างในคลิปข้างต้นที่เด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งเพิ่งตัดสินใจเลิกกับแฟน ก่อนจะถูกสัมภาษณ์เเค่ 3 ชั่วโมง เนื่องจากถูกเเฟนนอกใจ และเธอทนไม่ไหวอีกต่อไป ขอกลับมารักตัวเองให้มากหลังจากนี้ดีกว่า
“เดี๋ยวหนูจะดีขึ้นเองน้องสาว เก่งแล้ว!”
“เข้าใจหนูมากๆ เป็นกำลังใจให้นะ”
นั่นแหละ… กำลังใจจากชาวช่อง Dose of society
อ้างอิง
https://www.instagram.com/doseofsociety/
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Dose of society คอมมิวนิตี้ที่พาไปฟังผู้คนทั่วโลกด้วยคำถามง่ายๆ แต่ทำให้เข้าใจความเป็นมนุษย์มากขึ้น
- Michelle Yeoh เปิดเผยว่าการไม่สามารถมีลูกได้ คือความเจ็บปวดใหญ่ในชีวิต
- Morning Mama ร้านกาแฟโดยผู้หญิงเพื่อผู้หญิงในจังหวัดอาเจะห์ พื้นที่สุดคอนเซอร์เวทีฟ ในประเทศอินโดนีเซียที่ร้านกาแฟคือ ‘โลกของผู้ชาย’ มาตลอดหลายปี
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com