โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค้าปลีก ชง 4 มาตรการเร่งด่วนหนุนตลาดปี 68 โต 3-5% จี้รัฐเร่งแผนสกัดสินค้าจีน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 05.22 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2567 เวลา 08.15 น.

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้มีการประเมินภาพรวมค้าปลีกไทยในปี 2567 ที่มีมูลค่าประมาณ 4.4 ล้านล้านบาท มีขยายตัวดีขึ้นกว่าปีก่อน แต่เป็นการฟื้นตัวอย่างช้าๆ และไม่สมดุล แบ่งเป็น

  • ร้านค้าปลีกประเภทแฟชั่น-ไลฟ์สไตล์, สเปเชียลตี้สโตร์,และเชนภัตตาคาร ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เติบโต 3-7%
  • ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ตกแต่ง ซ่อมบำรุง เติบโต 2-5%
  • ร้านค้าสะดวกซื้อ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โตน้อยสุด 1-3%
  • อีกทั้งเป็นการเติบโตแบบกระจุกตัวในกรุงเทพปริมณฑล ภาคตะวันออก และในเมืองตามจังหวัดท่องเที่ยว

นายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ภาพรวมค้าปลีกปี 2567 มีความไม่สดใส มาจากทั้งเศรษฐกิจเติบโตไม่เป็นตามที่ภาครัฐคาดไว้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าปลีกมากกว่า 37% ผลิตหรือสต็อกสินค้าเกินความเหมาะสมไว้ รวมถึงการหดตัวด้านการลงทุน ส่งผลต่ออัตราการจ้างงานและการบริโภค อีกทั้งจากหนี้ครัวเรือนสูงและภาระหนี้สินของเอสเอ็มอี

สำหรับมาตรการแจกเงิน 1 หมื่นบาท ให้กลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน ยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ชัดเจน โดยต้องรอความชัดเจนในเฟสต่อไปที่จะแจกให้กับกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มอื่นๆ ส่วนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท รวมถึงต้องติดตามเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ไม่แน่นอนจากนโยบายภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่ายของประชาชน

สำหรับทิศทางค้าปลีกไทยในปี 2568 ประเมินว่าจะขยายตัวประมาณ 3-5 % เมื่อเทียบกับจีดีพีของปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโต 2.3-3.3% มีปัจจัยบวกจากทั้งจากภาคท่องเที่ยวและส่งออก การลงทุนของภาครัฐและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามมีทั้ง ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้น และปัญหาหนี้ครัวเรือน

ข้อเสนอต่อภาครัฐร่วมกระตุ้นภาคค้าปลีกให้เติบโตแข็งแกร่ง มีทั้ง

1. การเร่งลงทุนและเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ปี 2568 หากประเมินภาพรวมจีดีพีไตรมาส 3 ปี 2567 ที่ผ่านมา ขยายตัว 3% แรงหนุนมาจากการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ไตรมาส ทำให้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมองว่าการลงทุนของภาครัฐจะเป็นกลจักรสำคัญ หนุนเศรษฐกิจในปี 2568 รวมถึงเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ ประจำปีและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ล่าช้า

  • ควรส่งเสริมกระจายเม็ดเงินโดยภาครัฐ ทั้งการลงทุน การจัดซื้อจัดจ้าง และการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งหมดช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

2. มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอี ภาพรวมประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีประมาณ 3.2 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของผู้ประกอบการทั้งหมด โดยภาครัฐจึงควรสนับสนุนเอสเอ็มอี มุ่งไมโครเอสเอ็มอีที่มีอยู่กว่า 2 ล้านราย ผ่านทั้งส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการรายย่อย, เพิ่มโอกาสทางการค้าขยายช่องทางการตลาดและ การจำหน่ายสินค้า ซึ่งในปี 2568 สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ได้ร่วมจัดงานตลาดนัด SME สัญจร เปิดพื้นที่ให้ไมโครเอสเอ็มอีนำสินค้ามาจำหน่ายในกลุ่มผู้ประกอบการ

  • ควรออกมาตรการป้องกันการทะลักของสินค้าจีนราคาถูกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ เอสเอ็มอีไทยในทุกแพลต์ฟอร์ม

3. ยกระดับการอัดฉีดมาตรการกระตุ้นการบริโภคและเศรษฐกิจในประเทศ ควรเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพทั่วถึง และตรงกลุ่มเป้าหมาย สร้างโมเมนตัมการใช้จ่าย เช่น ช้อปดีมีคืน, Easy E-Receipt เป็นต้น

  • มุ่งขับเคลื่อนการลงทุนภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการขยายตัวของภาคผลิต ด้วยนโยบายจูงใจต่างๆ เพื่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ ซึ่งภาครัฐกำลังเร่งผลักดันเรื่องนี้

4. เร่งยกระดับสไทยสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว โดยแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวควรโฟกัสกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง เช่น พิจารณาลดภาษีสินค้าเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น เริ่มมีแผนยกเลิกเพดานภาษีหรือ Tax Free ทำให้สามารถซื้อสินค้าปลอดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิน 500,000 เยนต่อวันได้ ส่วนประเทศไทยอาจเริ่มต้นมาตรการ Tax Free (การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) กับยอดซื้อสินค้าทั่วไปที่มีมูลค่ารวมในการซื้อต่อท่านต่อวันในร้านเดียวกันเกิน 5,000 บาทขึ้นไป เป็นต้น

  • ส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของต่างชาติด้วยเสน่ห์ซอฟต์เพาเวอร์ไทย ทั้งอาหาร วัฒนธรรมไทย รวมถึงการเป็นสวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง เพื่อร่วมผลักดันนักท่องเที่ยวให้ถึงระดับ 40 ล้านคน ภายในปี 2568
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...