โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หยางจื้อซี เกิดใหม่ในหมู่บ้านป่าหมอก อ่านฟรีทุกวัน วันละ 1ตอน

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 00.58 น. • จิ้งจอกสะท้านหม้อไฟ
หยางจื้อซีเป็นผู้ที่ได้มีโอกาสเกิดใหม่ถึงสองครั้งด้วยกัน แต่ทว่าไม่มีครั้งไหนที่บ้านไม่จน ในบ้านไม่มีคนป่วยบ้านที่แสนทรุดโทรมและผุพังการเกิดใหม่แต่ละครั้งเหมือนบททดสอบของชีวิต เหมือนเล่นเกมเอาชีวิตรอด

<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><p style="text-align:center;"><span style="color:hsl(0,100%,50%);"><strong><u>คำเตือนก่อนอ่านนิยาย</u></strong></span><img src="https://image.dek-d.com/27/0896/6545/133618107" style="width:10%;" class="image_resized"></p><p><span style="color:hsl(0,100%,50%);"><strong>นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ไม่อิงประวัติศาสตร์ บุคคล เวลา สถานที่เป็นเพียงสิ่งที่ผู้เขียนสร้างสถานการณ์ขึ้นมาบางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่มีมูลความจริงอยู่ การดำเนินเรื่องอาจจะไม่สมเหตุสมผลไปบ้าง ผู้เขียนเพียงแต่หวังว่าให้ผู้อ่านได้รับความสนุกสนานตลอดตั้งแต่ตอนต้นจนถึงตอนสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้</strong></span></p><p> </p><p class="indent-a">                                                        <span style="color:hsl(90,100%,30%);"><strong><u>คำโปรย</u></strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>หยางจื้อซี เด็กกำพร้าจากศตวรรษที่21 ถูกองค์กรมืดเลี้ยงดูจนเติบโตและทำให้เธอกลายเป็นมนุษย์กลายพันธ์ ในระหว่างที่ถูกส่งตัวไปทำภารกิจลับ เธอกลับถูกคนในองค์กรมืดหักหลังและถูกฆ่าโดยเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจมากที่สุด ก่อนสิ้นใจเธอถามเพื่อนสนิทว่าทำไม แต่ไม่ได้รับคำตอบจากปากของอีกฝ่าย สิ่งที่เธอได้รับคือรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามและ คำว่า “โง่” จากปากของอีกฝ่ายเท่านั้น </strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>หลังจากที่ตายไปแล้วสิ่งที่เธอคิดไว้ คงจะเป็นนรกหรือที่ไหนสักแห่งที่เป็นโลกหลังความตาย แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนัน เธอตื่นขึ้นมาในร่างของ หยางจื้อซี เด็กหญิงอายุ เพียง 13 ขวบปีในหมู่บ้านป่าหมอก ในดินแดนโบราณล้าหลังที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ คล้ายกับว่าเป็นโลกคู่ขนานที่อยู่อีกมิติหนึ่ง เธอตื่นขึ้นมาในบ้านที่ผุพัง ครอบครัวยากจน มีแม่ที่อ่อนแอและเจ็บป่วย มีพี่น้องที่อายุน้อย มีปู่ย่าตายายที่เห็นแก่ตัวและใจร้าย มีลุงที่เห็นแก่ได้ป้าสะใภ้ที่เต็มไปด้วยความละโมบโมบโลภมาก  หยางจื้อซี คิดว่านับจากนี้ไปชีวิตจะต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง หากใครมารังแกก็แค่ทุบตี เธอไม่เชื่อว่าด้วยพลังที่ติดตัวเธอมาจากชาติที่แล้วจะไม่สามารถอยู่รอดได้ในโลกล้าหลังแห่งนี้ </strong></span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,100%,50%);"><strong><u>ค่าเงิน  </u></strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(240,100%,50%);"><strong>1000 อิแปะ  เท่ากับ 1 ตำลึงเงิน</strong></span></p><p><span style="color:hsl(0,100%,50%);"><strong><u>การนับช่วงวลา</u></strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามอิ๋น = 03.00 - 04.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามเหม่า = 05.00 - 06.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong> ยามเฉิน = 07.00 - 08.59 นาที </strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามซื่อ = 09.00 - 10.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามอู่ = 11.00 - 12.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามเว่ย = 13.00 - 14.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามเซิน = 15.00 -16.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามโหย่ว = 17.00 -18.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามซวี = 19.00 - 20.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>ยามห้าย = 21.00 - 22.59 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>1 เค่อ = 15 นาที</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,30%);"><strong>1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,100%,50%);"><strong><u>หน่วยวัดน้ำหนัก</u></strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,50%);"><strong>1 จิน = 500 กรัม</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,50%);"><strong>1 เหลี่ยง =50 กรัม</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,50%);"><strong>1 ลี้ = 500 เมตร</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,50%);"><strong>1หมี่ = 1 เมตร</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(300,100%,50%);"><strong>1จั้ง = 3.3 เมตร</strong></span></p><p class="indent-a"> </p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong><u>ผลงานที่ผ่านมา</u></strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>สมบัติแห่งขุนเขา 2เล่มจบ มี ebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>ทะลุมิติไปเป็นคุณแม่มือใหม่ 3เล่มจบ มี ebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>ภรรยาห้าตำลึงเงิน 2 เล่มจบ มี ebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>ฮูหยินบ้านป่า (จบแล้ว) มีebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง (จบแล้ว) มีebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย (จบแล้ว) มีebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>ข้าเก็บภรรยาได้ที่ชายหาด (จบแล้ว) มีeb</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong> สวนฟาร์มมหัศจรรย์ยุค 80 (จบแล้ว) มีe</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong> หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง (จบแล้ว) มีeboo</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>ฟาร์มรักสีรุ้ง (จบแล้ว) มีebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong> บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน (จบแล้ว) มีebook</strong></span></p><p><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong> เส้นทางเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา (ยังไม่จบ)</strong></span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(120,100%,30%);"><strong>  </strong></span></p><figure style="width:61%;" class="image image_resized"><img loading="lazy" src="https://image.dek-d.com/27/0896/6545/133592000"></figure><p class="indent-a"><span style="color:red;"><strong>©สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) พ.ศ. 2558  ห้ามมิให้คัดลอก ดัดแปลง หรือเผย            แพร่เนื้อหานิยายส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด หากยังไม่ได้รับอนุญาติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน</strong></span></p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>หยางจื้อซี กลายเป็นคนโง่?(รีไรต์)</h2><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">มันเป็นเพียงรุ่งเช้าของวันหนึ่ง ประตูลานบ้านใหญ่ตระกูลหยางที่ทางเข้าหมู่บ้านก็เปิดออกและปิดอย่างรวดเร็ว หวังซื่อถือตะกร้าในมือ มองไปทางซ้ายทีมองขวาทีเมื่อเห็นว่าไม่มีใครบนถนน จากนั้นจึงรีบเดินไปทางฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน ฉินซื่อแม่ของหวังฉู่หรานเพิ่งลุกขึ้นและกำลังจะไปที่กระท่อมเพื่อปลดทุกข์ เมื่อเห็นหวังซื่อเดินผ่านประตูบ้านไป ฉินซื่อก็เปิดประตูและไล่ตามหวังซื่อไปทันที</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>นี่ ภรรยาของหยางเอ้อร์ ข้าได้ยินว่าหยางจื้อซีตกจากภูเขาและกลายเป็นคนโง่ เป็นเรื่องจริงหรือไม่<strong>” </strong>จู่ๆ ฉินซื่อก็ถามขึ้นทางด้านหลังทำเอาหวังซื่อตกใจแทบตาย หวังซื่อหันกลับมามองและหันกลับไปทันที ด้วยกลัวว่าฉินซื่อจะตามตอแยไม่เลิกรา หวังซื่อทำได้เพียงแค่หันไปตอบด้วยความไม่พอใจ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ฉินซื่ออย่าได้สนใจเลย ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องไร้สาระเท่านั้น ข้าขอตัวก่อน”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>เหอะ กลายเป็นคนโง่ก็แค่ยอมรับว่ากลายเป็นคนโง่สิ จะกลัวอะไรนักหนามีอันใดต้องปิดบังกัน” ฉินซื่อถุยน้ำลายลงพื้นจากนั้นก็หันหลังกลับบ้านไปทันที</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">เสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้ทำให้หยางจื้อซีลืมตาขึ้นมาทันที และมองดูกระท่อมที่ผุพังและทรุดโทรมแล้วหันศีรษะไปมองสิ่งต่างๆ รอบตัว เห็นเด็กทั้งสองคนที่กำลังหลับอยู่นางก็ลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างเงียบๆ เมื่อตอนที่ถูกเพื่อนสนิทฆ่านั้น หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองจะต้องตกตายไปแล้ว </span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าตัวเองจะเดินทางข้ามเวลามาในโลกอันห่างไกลและล้าหลังเช่นนี้ การได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งมันก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่ว่าสภาพร่างกายแบบนี้ กระท่อมผุพังเช่นนี้ เกรงว่าหากเป็นคนธรรมดาก็คงจะลำบากไม่น้อย หยางจื้อซีได้แต่ยืนนิ่งมองหลังคาที่ไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาเมื่อใดอย่างโง่งม</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ที่แห่งนี้เรียกว่าแคว้นต้าเซี่ย และหยางจื้อซีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านป่าหมอก อำเภอหยุนหมิง เมืองหยางโจวที่อยู่ทางเหนือของแคว้น เดิมทีหวังซื่อคิดว่าฉินซื่อกลับไปแล้ว แต่ทว่านางประเมินความอยากรู้อยากเห็นของฉินซื่อต่ำไป เมื่อหันกลับมาอีกทีก็พบว่าฉินซื่อนั้นได้เดินตามหลังตัวเองมาอีกครั้ง</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>นี่หวังซื่อ เจ้าจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรเช่นนั้นรึ มีใครบ้างที่ไม่เห็นว่าหยางจื้อซีที่มีเลือดออกตามตัวขนาดนั้น เลือดที่เลอะเสื้อผ้าของนางเจ้าจะบอกว่าไม่ใช่เลือดของนางรึ เจ้าคิดว่าผู้ใดโง่กัน ครอบครัวของหยางซานหลางถูกพ่อแม่สามีของเจ้าตัดขาดแล้วเพราะเขาแต่งงานกับคนที่แม่สามีเจ้าไม่ชอบขี้หน้า หากว่าแม่สามีของเจ้าจับได้ว่าเจ้านำของมาให้บ้านหยางซานหลาง เจ้าว่าแม่สามีของเจ้าจะมีสีหน้าเช่นไร ดีไม่ดี อาจจะไล่พวกเจ้าออกมาอีกครอบครัวก็เป็นได้”</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วทุกอย่าง เจ้าจะถามข้าไปเพื่ออันใดกัน ข้าว่าเจ้าเองก็ยุ่งเรื่องของคนอื่นให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะฉินซื่อ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ข้าก็แค่อยากไปดูจื้อซีเท่านั้นเอง เจ้าดูสิหลานสาวของเจ้าอายุสิบสามแล้ว มันเป็นเรื่องยากที่จะคุยเรื่องแต่งงานในอนาคตหากว่านางกลายเป็นคนโง่ เจาคิดว่าจะมีผู้ใดอยากแต่งภรรยาโง่งมเข้าบ้านกัน เอาเช่นนี้ดีหรือไม่บังเอิญว่าข้ามีหลานชายที่เป็นญาติฝั่งบ้านแม่ของข้าคนหนึ่งที่ยังไม่ได้แต่งงาน เจ้าว่า…<strong>”</strong></span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ยังไม่ทันที่ฉินซื่อจะได้พูดจบ หวังซื่ออดรนทนฟังไม่ได้ก็รีบสาวเท้าเดินหนีออกมาทัน หากจะให้นางรั้งยืนอยู่นางก็ทนไม่ไหวกับความหน้าด้านหน้าทนของฉินซื่อ เดิมทีฉินซื่อคนนี้มักทำตัวน่ารังเกียจเช่นนี้อยู่เสมอ มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าญาติฝั่งแม่ของนางมีนิสัยเช่นไร นอกจากจะเป็นพวกขี้เกียจไม่เอาไหนแล้วยังเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อยอีกด้วย ผู้ใดจะยอมให้ลูกสาวไปแต่งงานกับคนแบบนั้นกัน</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>นี่ฉินซื่อ แม้ว่าจื้อซีของเราจะโง่เขลาขึ้นมาจริงๆ บิดามมารดาของนางคงไม่ยอมให้ลูกสาวออกเรือนไปกับพวกขี้เกียจ ไม่ทำงานอันใดนอกจากลักเล็กขโมยน้อยไปวันๆ บิดามารดาของนางย่อมต้องเก็บนางเอาไว้ในบ้านดีกว่าที่จะผลักลูกสาวเข้ากองไฟเช่นนั้น” หวังซื่อพูดออกมาด้วยความโมโห</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>หวังซื่อ ข้าก็แค่แนะนำด้วยความหวังดี ไม่เห็นจะต้องพูดจาเช่นนี้กับข้าเลยนี่” </span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>หากมันดีจริงอย่างที่เจ้าว่า เหตุใดเจ้าไม่ให้แต่งกับลูกสาวของเจ้าเสียเองล่ะ ลูกสาวของเจ้าเองก็มีอายุที่ต้องคุยเรื่องหมั้นหมายแล้วนี่ ความหวังดีของเจ้าข้าไม่กล้ารับเลยจริงๆ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>นี่เจ้าบอกข้าหน่อยสิ ในตะกร้าของเจ้ามีอันใดอยู่บ้าง มีแป้งขาวใช่หรือไม่ หรือมีเนื้ออยู่ หากแม่สามีของเจ้ารู้ว่าเจ้านำอาหารมาให้บ้านซานหลางจะเกิดอันใดขึ้น คงได้เป็นเรื่องใหญ่แน่” ฉินซื่อยังไม่เลิกรา </span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ผู้คนในชนบทตื่นแต่เช้าและออกมาดูความสนุก หวังซื่อยืนนิ่งทันที ความโกรธของนางเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมหัวและหันกลับมาจ้องมองไปที่ฉินซื่อที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านและชอบนินทา ตอนนี้หวังซื่ออยากจะถลกหนังหัวของฉินซื่อออกมาเสียจริงๆ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">แม้ว่าหยางจื้อซีจะไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับความคับข้องใจและความขัดแย้งของสมาชิกในครอบครัวที่สามของตระกูลหยางกับบ้านใหญ่หยาง แต่นางก็ไม่อยากทำให้หวังซื่อผู้ใจดีต้องอับอายและโมโห หยางจื้อซีเดินออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อพบและโบกมือให้หวังซื่อจากระยะไกลแล้วตะโกนว่า “ป้าสะใภ้รอง โปรดกลับไปเถอะเจ้าค่ะ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong> “</strong>จื้อซี เจ้าจดจำป้าได้หรือไม่” หวังซื่อมีความสุขในตอนแรกและจากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้า เอ้อร์หลางสามีของนางต้องการให้นางนำไข่มามอบให้กับหลานสาว แต่ในทางกลับกันมันจะทำให้ครอบครัวของจื้่อซีได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน แม่สามีไม่ชอบน้องสะใภ้สาม ดังนั้นนางทำได้เพียงถามจื้อซีถึงอาการบาดเจ็บเท่านั้น</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>วันนี้เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังปวดหัวอยู่หรือไม่?<strong>”</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ป้าสะใภ้รองข้าสบายดีเจ้าค่ะ ขอบคุณป้าสะใภ้รองเจ้าค่ะ ป้าสะใภ้รองไม่ต้องเป็นห่วง กลับไปเถอะเจ้าค่ะ หากว่าท่านย่ารู้เข้า ท่านจะเดือดร้อนเอาได้”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">หวังซื่อมองดูหลานสาวคนโตของนางที่อายุสิบสามแล้วแต่ไม่สูงเท่ากับลูกสาวของนางที่มีอายุเพียงสิบเอ็ดปี หวังซื่อรู้สึกเศร้ามากจึงพยักหน้าและจากไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่หวังซื่อจากไป ฉินซื่อก็กลอกตาแล้วเดินไปหาหยางจื้อซีด้วยรอยยิ้ม </span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>จื้อซี ตอนนี้เจ้าก็อายุสิบสามแล้วนะ ป้า…<strong>”</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>หุบปากของเจ้าเสียดีกว่านะ<strong>”</strong> หยางจื้อซีขัดจังหวะอย่างเย็นชา จากนั้นก็พูดต่อไปว่า</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>อย่าคิดว่าข้าไม่รู้อะไรเลย ถ้าคนขี้เกียจฉินเก่งขนาดนั้น เหตุใดไม่ให้เขาแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าเสียล่ะ สิ่งดีๆ ที่เจ้าเก็บไว้ก็จะไม่ตกเป็นของคนอื่น ไม่ดีหรือ แบบนี้ข้าว่ามันดีมากเลยนะ<strong>”</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">บริเวณใกล้เคียงก็มีคนเริ่มออกมาดูความสนุกสนานหลังจากได้ยินหยางจื้อซีพูด ทุกคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและบางคนถึงกับพูดตลกเสียงดังว่า</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>นี่ฉินซื่อ จื้อซีพูดถูกแล้ว ถ้าหลานชายของเจ้าเก่งขนาดนั้นทำไมเจ้าไม่ให้หวังฉู่หรานลูกสาวของเจ้าแต่งเองเสียล่ะ อีกอย่างหากหลานชายของเจ้าดีจริงเหตุใดถึงยังไม่แต่งงานจนถึงตอนนี้เล่า?<strong>”</strong></span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);">ฉินซื่อรู้สึกอับอายหลังจากที่ทุกคนหัวเราะเยาะ นางจ้องหยางจื้อซีอย่างดุเดือดแล้วหันหลังกลับและวิ่งหนีไปด้วยความโมโห หยางจื้อซีหันหลังกลับเข้าบ้าน ก็พบว่าน้องชายและน้องสาวตื่นกันหมดแล้ว</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>พี่สาว เหตุใดไม่รอข้า ท่านไม่รักข้าแล้วใช่หรือไม่” หยางเจวี๋ยวัยห้าขวบเป็นเด็กที่ได้รับการดูแลดีที่สุดในครอบครัวนี้ เขามีใบหน้ากลม ตาโต และวิธีที่เขามองนางด้วย คิ้วเล็กๆ ของเขาขมวดและเอียงศีรษะซึ่งมัน…น่ารักมาก</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ไม่ใช่ว่าเพราะพี่สาวอยากให้เจ้านอนมากหน่อยหรือ” หยางจื้อซียิ้มและตบหัวเล็กๆ ของเขา จากนั้นหันไปถามหยางอันวัยเก้าขวบว่า “ฉินซื่อคือใคร”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ฉินซื่อเป็นแม่ของหวังฉู่หราน<strong>”</strong> เมื่อเห็นพี่สาวขมวดคิ้วหยางอันจึงอธิบายว่า </span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>หวังฉู่หรานเป็นหญิงปากร้ายในหมู่บ้าน และหวังเฉินเซิงน้องชายนางเขาก็เป็นคนอันธพาลที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านของเรา เพราะครอบครัวของเขาเป็นพวกร้ายกาจและขี้โกง พวกเขากล้าแม้กระทั่งต่อสู้กับหัวหน้าหมู่บ้าน ครอบครัวของพวกเขามีสมาชิกในครอบครัวเยอะมากและหาดีไม่ได้เลย ล้วนแล้วแต่เป็นพวกร้ายกาจกันทั้งนั้น ดังนั้นผู้คนในหมู่บ้านจึงไม่กล้ายุ่งกับพวกเขา”</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong> </strong>หยางจื้อซีพยักหน้าแล้วหันหลังกลับและเข้าไปในครัว นางได้เห็นความยากจนของครอบครัวนี้แล้วเมื่อตอนมาถึงเมื่อวานนี้ หลิวซื่อแม่ของร่างเดิมซึ่งควรจะเป็นคนเลี้ยงดูครอบครัว ตอนนี้ป่วยหนักนอนอยู่บนเตียง หยางซานหลางพ่อของร่างเดิมต้องทำงานข้างนอกเป็นเวลาหลายปีเพื่อหาเงินในเข้าบ้าน</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"> ภาระของครอบครัวตกอยู่กับหยางจื้อซีและหยางซานหลาง แม้ว่าหยางจื้อซีจะเป็นเพียงเด็กวัยสิบสามปี ในโลกโบราณแห่งนี้เด็กหญิงวัยสิบสามปีเริ่มคุยเรื่องแต่งงานและหาบ้านเจ้าบ่าวแล้ว แต่สำหรับหยางจื้อซีแม้ว่าจะอายุสิบสามแล้วแต่ยังไม่ได้คุยเรื่องงานแต่งงานเพราะครอบครัวที่ยากจนและมีแม่ป่วยนอนติดเตียง มีน้องสาวน้องชายที่อายุน้อย</span></p><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"> ส่วนหยางซานหลางออกไปทำงานหาเงินนอกบ้าน ทำให้เรื่องแต่งงานของนางต้องปล่อยผ่านไปก่อน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเมื่อหยางจื้อซีคนใหม่มาถึง และนางไม่คิดว่าการแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยเป็นเรื่องที่ควรทำ นางตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แต่งงานในเร็วๆ นี้แน่นอน </span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>น้องรองเจ้าไปทำโจ๊กให้ท่านแม่ ข้าจะออกไปตักน้ำ” </span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>เจ้าค่ะพี่หญิงใหญ่” หยางอันรับคำ</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>พี่สาว ข้าเองก็อยากไปด้วย ให้ข้าไปตักน้ำที่ลำธารด้วยได้หรือไม่ขอรับ” หยางเจวี๋ย</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>น้องชาย เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ดีหรือไม่ เดี๋ยวพี่สาวกลับมาแล้วจะทำของอร่อยให้เจ้ากิน”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>พี่สาวไม่หลอกข้านะ มีของอร่อยจริงๆ นะขอรับ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ย่อมต้องมีสิ พี่สาวเคยหลอกลวงเจ้าหรือไม่”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ไม่เคยขอรับ”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>เช่นนั้นก็ไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ เข้าใจหรือไม่”</span></p><p class="indent-a"><span style="color:hsl(0,0%,0%);"><strong>“</strong>ขอรับ ข้าจะไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่เดี๋ยวนี้”</span></p><p class="indent-a"> </p><hr/>

หยางอันถูกทุบตี (รีไรต์)

หยางจื้อซีกลับมาจากตักน้ำที่ลำธารเดินเข้ามาในห้องครัว ในโถข้าวมีข้าวสารอยู่ไม่กี่กำมือ หลังจากสำรวจห้องครัวจนพอใจแล้วและเห็นว่านอกจากข้าวไม่กี่กำมือนั้นแล้วยังมีเกลืออีกนิดหน่อย นอกจากนั้นไม่มีอะไรอีก ถือได้ว่าเป็นห้องครัวที่ว่างเปล่า โจ๊กที่ต้มในแต่ละวันมีน้ำมากกว่าข้าว เมล็ดข้าวแทบจะมองไม่เห็นเสียด้วยซ้ำ

น้องรองเจ้าดูแลท่านแม่กับน้องชายให้ดี ข้าจะขึ้นเขาเผื่อจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง”

พี่หญิงใหญ่ วันนี้พักผ่อนอยู่ที่บ้านอย่าขึ้นไปบนภูเขาอีกเลย” หยางอันจับมือพี่สาวเอาไว้แน่น ราวกับว่าหยางจื้อซีจะหนีไป

หยางเจวี๋ยเองยังรีบเข้าไปกอดหยางจื้อซีแล้วพูดว่า พี่สาว ข้าไม่อยากกินไข่อีกแล้ว อย่าไปภูเขาอีก มันทำให้ข้ากลัว

ที่บ้านมีแม่ไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ เดิมทีหยางจื้อซีเลี้ยงเอาไว้เพื่อให้น้องชายน้องสาวมีไข่กิน และยังมีท่านแม่ที่ป่วยอยู่อีก วันนี้หยางอันเสนอให้ขายไก่เพื่อแลกกับอาหาร หยางจื้อซีคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ได้รับอิทธิพลจากผู้อื่นอย่างง่ายดาย แต่เมื่อเห็นความไว้วางใจและความผูกพันในสายตาของหยางเจวี๋ย และความกังวลในสายตาของหยางอัน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นในใจ

หลังจากที่เติบโตมาในองค์กรมืดมาตั้งแต่เด็ก ที่นั่นไม่มีความอบอุ่นและความจริงใจ ขนาดที่ว่าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่นางไว้ใจยังสามารถหักหลังและฆ่านางได้ แต่ไม่ใช่กับโลกใหม่ใบนี้ ตอนนี้มีทั้งพ่อแม่ ทั้งยังมีน้องสาวน้องชาย หยางจื้อซีสาบานกับตัวเองในใจว่าจะต้องพยายามทำให้ครอบครัวเล็กๆ ที่ได้รับมานี้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้จงได้

ถ้าไม่ไปที่ภูเขาเพื่อหาอาหาร เราจำเป็นที่จะต้องแลกแม่ไก่แก่เป็นอาหารจริงๆ” หยางจื้อซีวางมือบนหัวของหยางเจวี๋ยอย่างช่วยไม่ได้และมองไปที่หยางอัน

ข้าจะเอาไปแลกอาหารที่ร้านในหมู่บ้านเดี๋ยวนี้” หยางอันหันหลังกลับและวิ่งไปอย่างมีความสุขราวกับว่ามีเรื่องดีๆ

หยางจื้อซีส่ายหัวแล้วพูดกับหยางเจวี๋ยว่า น้องชายจะไม่มีไข่ให้กินอีกในอนาคต

หยางเจวี๋ยกอดเอวพี่สาวแน่นแล้วพูดว่า ข้าไม่อยากกินไข่ ข้าแค่อยากให้พี่สาวคนโตของข้ามีอาหารกิน และเราทุกคนมีอาหารกิน” เมื่อวานนี้เขาเห็นพี่สาวกลับมาและมีเลือดเต็มตัว มันทำให้เขาตกใจมาก เขาคิดว่าพี่สาวคนโตจะตายจากเขาไปเสียแล้ว นอกจากท่านแม่แล้วพี่สาวคนโตเลี้ยงดูเขามาอย่างดี ท่านพ่อเองก็ไม่อยู่บ้าน หากว่าเกิดอันใดขึ้นกับพี่สาวไม่รู้ว่าครอบครัวของเขาจะสูญเสียไปมากเท่าใด เพราะหยางเจวี๋ยรักพี่สาวอย่างหยางจื้อซีมาก เขาจึงกลัวว่านางจะจากเขาไป

เสียงเล็กๆของน้องชายนำมาซึ่งพลังราวกับว่ามีเวทมนตร์และทำให้หัวใจของหยางจื้อซีรู้สึกอบอุ่น นางยื่นมือไปบีบแก้มกลมๆ ของหยางเจวี๋ยจากนั้นก็อุ้มเขาขึ้นมา ทันใดนั้นหยางเจวี๋ยก็เบิกตากว้าง เขามองไปที่หยางจื้อซีแล้วจ้องมองไปที่พื้นด้วยความประหลาดใจ

จากนั้นก็หรี่ตาลงและยิ้มกว้าง ถึงแม้ว่าที่บ้านจะยากจนแต่เขาก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีและเขาเองก็อ้วนนิดหน่อย และกลัวว่าพี่สาวคนโตและพี่สาวคนที่สองที่ผอมบางของเขาจะไม่สามารถอุ้มเขาได้ เป็นเวลานานแล้วที่พี่สาวคนโตของเขาไม่ได้อุ้มเขาและยกตัยเขาให้สูงขนาดนี้

มีเสียง ปัง เบาๆ ข้างนอก หยางจื้อซีเดินออกจากห้องครัวโดยอุ้มน้องชายเอาไว้ มองตามแผ่นหลังน้องสาวที่อุ้มแม่ไก่วิ่งออกไป

เอาละ น้องรองไปแลกอาหารแล้ว พวกเรามาล้างหม้อและต้มน้ำรอก่อน” หยางจื้อซีวางน้องชายลงไปบนม้านั่งตัวเล็กหน้าเตา จากนั้นก็พับแขนเสื้อแล้วเริ่มทำงาน

เมื่อเทียบกับโลกที่เดิมที่จากมา บ้านที่แข็งแรงถูกสร้างมาอย่างดี บนถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ บนท้องฟ้ามีเครื่องบิน แต่สำหรับที่นี่และบ้านหลังนี้ที่มีผนังมีรูรั่วจากทุกทิศทุกทางและหลังคารั่วเช่นเดียวกัน เมื่อมองดูแล้วทำให้หยางจื้อซีรู้สึกถึงความหดหู่อย่างบอกไม่ถูก บ้านสภาพเช่นนี้จะอยู่ได้กี่ฝนกี่หนาวกัน

แต่ในความหดหู่นั้นกลับมีความรู้สึกเงียบสงบและสบายใจ ไม่ต้องใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังทุกย่างก้าว ไม่ต้องกลัวว่าวันนี้จะพลาดท่าเสียทีให้กับฝ่ายตรงข้ามในยามที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้กระทั่งพลาดถูกตำรวจจับ หยางจื้อซีเริ่มล้างหม้อเติมน้ำ จุดไฟ เติมฟืน สิ่งเหล่านี้หยางจื้อซีไม่เคยทำมาก่อน แต่เมื่อเริ่มลงมือทำจริงๆ ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรยากสำหรับนางเลย

น้องชายช่วยพี่สาวดูไฟจะได้หรือไม่ เมื่อไหร่ที่เหลือฟืนเพียงสองท่อน ให้เติมฟืนเข้าไปอีกหนึ่งท่อน เข้าใจหรือไม่” หยางจื้อซีชี้ไปที่เตาแล้วบอกหยางเจวี๋ยแล้วหันไปทำความสะอาดบ้าน เสื้อผ้าของพี่น้องสามคนของตระกูลหยาง ทั้งหมดถูกทำขึ้นด้วยเสื้อผ้าเก่าของหลิวซื่อกับหยางซานหลาง

แม้ว่าเสื้อผ้าจะดูสะอาดสะอ้านแต่เต็มไปด้วยรอยปะเต็มไปหมด แต่ละคนก็มีสองชุดหรือสามชุด ซึ่งถือเป็นความมั่งคั่งที่หาได้ยากสำหรับครอบครัวที่ยากจน โชคดีที่หยางจื้อซีมีเสื้อผ้าอยู่สองชุดเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นนางไม่รู้จะเอาเสื้อผ้าที่ไหนมาผลัดเปลี่ยน

หยางจื้อซีเก็บกวาดบ้านจากนั้นก็ไปที่ห้องของหลิวซื่อเอากระโถนออกไปเทและเก็บถ้วยยาออกไป จากนั้นก็นำเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทั้งหมดออกไปซัก หลิวซื่อเห็นว่าลูกสาวได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ยอมพักผ่อน นางรู้สึกปวดใจมาก เดิมทีมันควรเป็นหน้าที่ของมารดาเช่นนางที่จะต้องดูแลเลี้ยงดูลูกๆ ทั้งสามคน

จื้อซี วางงานพวกนี้ลงก่อน เหตุใดเจ้าไม่นอนพักก่อนเล่า อาการบาดเจ็บของเจ้ายังไม่หายดี อย่าลุกขึ้นมาทำงานพวกนี้เลย เจ้าควรพักผ่อนให้มากกว่านี้” หลิวซื่อมองดูลูกสาวด้วยสายตารู้สึกผิดและเสียใจ

ท่านแม่ ข้าสบายดีไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ไม่มีอันใดร้ายแรง ท่านแม่นอนพักผ่อนให้มากจะเป็นการดีที่สุด ส่วนเรื่องในบ้านท่านแม่วางใจได้ ข้าสามารถดูแลน้องๆ ได้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”

แม่ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องลำบากขนาดนี้”

ไม่มีอันใดต้องขอโทษข้า ท่านแม่เพียงรักษาตัวให้หายดีก็พอ นี่เป็นสิ่งที่ข้ากับน้องๆ ต้องการเจ้าค่ะ”

หยางจื้อซีมองเห็นความรักของมารดาที่หลิวซื่อมองมา ความรักความอบอุ่นของมารดานี้นางไม่เคยได้รับเลยในชาติที่แล้ว นางเติบโตมาในสถานที่ที่ฝึกฝนและเข่นฆ่ากันเท่านั้น หยางจื้อซีอดไม่ได้ที่จะคิดว่าบางทีพระเจ้าอาจจะสงสารเลยให้ได้มีโอกาสเดินทางข้ามเวลามายังโลกนี้ เพียงเพื่อให้มีครอบครัวที่มีทั้งพ่อ แม่ น้องชาย น้องสาว แทนที่หยางจื้อซีคนเดิมที่ตายไปแล้ว หยางจื้อซียังจมอยู่กับความคิดของตัวเองในขณะที่ซักเสื้อผ้า และในช่วงเวลาสั้นๆ นางก็ซักผ้าในกะละมังขนาดใหญ่เสร็จเรียบร้อย

มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบตรงมา เดิมทีหยางจื้อซีไม่ได้ใส่ใจกับมันในตอนแรก แต่ในตอนที่กำลังตากผ้าอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงเปิดประตูเข้ามาในลานบ้าน หยางจื้อซีก็รีบเดินออกไปดูว่าใครที่เข้ามาบ้านของนางในเวลานี้

คนที่มานั้นเป็นชายหนุ่มผิวคล้ำและดูแข็งแกร่ง เมื่อเขาเห็นหยางจื้อซีออกมา เขาก็โบกมือเรียกหยางจื้อซีทันทีและตะโกนว่า “จื้อซี เจ้ารีบไปดูป้าสะใภ้ใหญ่ของเจ้ากำลังทุบตีน้องสาวของเจ้า ป้าสะใภ้ของเจ้าบอกว่า ไก่ที่หยางอันเอาไปที่ร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านนั้นน้องสาวของเจ้าขโมยมันมาจากบ้านใหญ่ ตอนนี้นางจึงกำลังทุบตีน้องสาวของเจ้า”

อันเอ๋อร์ จื้อซีรีบไปดูอันเอ๋อร์เร็วเข้า” หลิวซื่อที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวในลานบ้านตะโกนออกมาจากด้านในห้อง นางทั้งตกใจและวิตกกังวล

ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าจะไปดูเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” หยางจื้อซีตะโกนตอบหลิวซื่อ จากนั้นก็อุ้มหยางเจวี๋ยเข้าไปในห้องของมารดาแล้วกำชับน้องชายให้ดูแลท่านแม่ให้ดี

น้องชายอยู่บ้านดูแลท่านแม่เข้าใจหรือไม่ พี่สาวจะไปพาพี่รองของเจ้ากลับมา ทำได้หรือไม่”

ข้าทำได้ พี่สาวไม่ต้องห่วง” หยางเจวี๋ยตอบพี่สาวด้วยดวงตาแดงก่ำ

หยางจื้อซีออกมาจากห้องของหลิวซื่อ จากนั้นก็วิ่งไปยังร้านขายของชำหน้าหมู่บ้านด้วยความรวดเร็ว หลี่ฝานที่เป็นคนวิ่งมาบอกหยางจื้อซีตกใจมากเมื่อเห็นนางวิ่งไปด้วยความเร็วจนเขาไม่สามารถตามทันได้

หยางจื้อซีไปได้ยาดีมาจากไหนกัน ดูเหมือนว่านางจะแข็งแรงมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ” หลี่ฝานบ่นพึมพำจากนั้นก็รีบวิ่งตามหลังหยางจื้อซีไปทันที

มาดูสิสะใภ้ใหญ่บ้านหยางกำลังทุบตีลูกสาวของครอบครัวซานหลางอีกแล้ว”

ทำไมข้าได้ยินว่าหยางอันไปบ้านใหญ่ของตระกูลหยางเพื่อขโมยไก่แล้วโดนชุ่ยฮวาจับได้ ดังนั้นนางจึงตามมาทุบตีหยางอันที่ร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านไม่ใช่หรือ?”

แต่ข้ารู้มาว่าครอบครัวของซานหลางก็เลี้ยงไก่แก่ที่มีขนสีเขียวเช่นนี้ หยางจื้อซีกับหยางอันมักจะปฏิบัติต่อไก่ของพวกเขาเหมือนสมบัติ ไก่ตัวนี้เลี้ยงเอาไว้เพื่อให้หยางเจวี๋ยได้มีไข่กิน หากไม่ใช่ว่าอาหารที่บ้านหมดและหยางจื้อซีได้รับบาดเจ็บเมื่อวาน เด็กคนนี้คงไม่เอาไก่มาแลกเปลี่ยนเป็นอาหารเป็นแน่”

ตระกูลหยางผู้เฒ่านี้ทำผิดจริงๆ เด็กสามคนนั้นหิวมาก ข้ารู้สึกเศร้าเมื่อมองดูหยางจื้อซีที่เป็นเด็กหญิงอายุสิบสามปี แต่นางสูงไม่เท่าลูกสาวของข้าที่อายุเพียงสิบปีด้วยซ้ำ”

หยางจื้อซีเดินตรงไปจนสุดทางเข้าหมู่บ้าน ขาทั้งสองข้างวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แต่หูของนางยังทำงานได้ดี คอยฟังการสนทนาของชาวบ้านหลายคนจากที่ใกล้และไกล แต่นางไม่ได้หยุดเพื่อพูดคุยกับชาวบ้านเหล่านี้ นางเร่งความเร็ววิ่งผ่านฝูงชนราวกับลมกระโชกแรง และตรงไปยังแหล่งที่มาของคำสาปแช่งด่าทอที่สุดจะทนฟังได้มาจากทางเข้าหมู่บ้าน

เพ้ย! คนที่วิ่งผ่านไปคือจื้อซีของบ้านซานหลางใช่ไหม?”

ชาวบ้านหยุดพูดคุยกันทันที พวกเขาพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นและวิ่งตามหยางจื้อซีไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน

เร็วเข้า ตรงนั้น” ชาวบ้านรีบวิ่งไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน

ทุกคนรีบไปดู”

ในเวลานี้หลายคนรวมตัวกันในพื้นที่โล่งหน้าร้านขายของชำตรงทางเข้าหมู่บ้านป่าหมอก หยางอันยืนอยู่หน้าร้านขายของชำโดยอุ้มแม่ไก่ตัวหนึ่งและจ้องมองไปที่ร้านขายของชำ ส่วนด้านหน้าของหยางอันตอนนี้คือชุ่ยฮวาสะใหญ่หยางที่กำลังยืนสาปแช่งด่าทออยู่ ไม่ว่าชุ่ยฮวาจะอ้าปากด่าทอสาปแช่งอย่างไร หยางอันเพียงแต่ยืนมองป้าสะใภ้ใหญ่ที่แสนร้ายกาจด้วยดวงตาแดงก่ำ และไม่ยอมปล่อยมือจากแม่ไก่ที่อุ้มอยู่แม้ว่าจะถูกป้าสะใภ้คนนี้ทุบตีก็ตาม

ทุบตีป้าสะใภ้ใหญ่ (รีไรต์)

“…พวกเจ้าทุกคนคงลืมไปหมดแล้วว่าการที่พวกเจ้าอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ล้วนแล้วแต่ได้รับความช่วยเหลือจากลุงใหญ่ของพวกเจ้าและคนบ้านใหญ่อย่างพวกเรา แต่เจ้ายังริเป็นหัวขโมยไก่ ส่งไก่ข้าคืนมาเดี๋ยวนี้”

ชุ่ยฮวายื่นมือออกไปจับหยางอันเพื่อแย่งไก่ แต่หยางอันหลบจากมือที่อ้วนท้วนเหมือนกีบหมูของชุ่ยฮวาได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งสองไล่ยื้อยุดฉุดกระฉากเหมือนเหยี่ยวจับไก่ ชุ่ยฮวาโมโหแทบกระอักเลือด แต่ไม่สามารถแตะได้แม้กระทั่งชายเสื้อของหยางอัน ชุ่ยฮวาที่กำลังโกรธแค้นสุดขีดได้แต่ตะโกนสุดเสียงว่า

พวกเจ้าทุกคนมาดูเจ้าสารเลวตัวน้อยนี่ เจ้าตัวไร้ประโยชน์คนนี้ที่ขโมยไก่จากบ้านของข้า เจ้าตัวที่ไร้ประโยชน์คนนี้ถูกสั่งสอนโดยหลิวซื่อนังผู้หญิงไร้ยางอายคนนั้น”

ทันใดนั้นหยางอันก็ตะโกนสวนกลับมาว่า ข้าไม่ได้ขโมย นี่เป็นไก่ที่พวกเราพี่น้องเลี้ยงเอาไว้ที่บ้านของพวกเรา มันเป็นไก่ของครอบครัวเรา ข้าไม่ได้ขโมยไก่ของบ้านใหญ่มา เหตุใดท่านต้องใส่ความข้าด้วย แล้วท่านแม่ของข้าก็ไม่ได้เป็นหญิงไร้ยางอายอย่างที่ท่านกล่าวหา หากจะมีใครที่หน้าไม่อายและไร้ยางอายก็จะมีเพียงท่านเท่านั้นป้าสะใภ้ใหญ่ เหตุใดท่านไม่ดูบ้างว่าท่านเป็นคนไร้ยางอายขนาดไหน

เจ้า…นังเด็กสมควรตาย ข้าจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้นๆ เจ้าตัวไร้ค่า” ชุ่ยฮวาโมโหจนเลือดขึ้นหน้า แต่ไม่สามารถพูดอันใดออกมาได้ ทำได้เพียงชี้นิ้วใส่หยางอันอยู่เป็นนานสองนานจากนั้นก็เริ่มด่าทอสาปแช่งต่อ

ครอบครัวของเจ้าน่ะรึจะสามารถเลี้ยงไก่ได้ พวกเจ้ามีความสามารถขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ใครมันจะไปรู้ว่าไก่ตัวนี้เป็นของบ้านเจ้าจริงๆหรือไม่ เจ้าสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าไก่ตัวนี้เป็นของเจ้าจริงๆ เห็นได้ชัดว่ามันเป็นไก่ของบ้านข้า และข้าเห็นเจ้าขโมยมันมากับตาของข้าเอง เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วเจ้ายังไม่ยอมรับอีกรึ”

นี่คือไก่ของบ้านข้า ข้าและน้องสาวไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ จู่ๆ หยางจื้อซีก็ปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน นางเดินมายืนข้างๆ หยางอันเพื่อสนับสนุนน้องสาว

พี่หญิงใหญ่” เมื่อหยางอันหันมองหยางจื้อซีที่เดินมาข้างๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำ หยางอันรู้สึกคับข้องใจเป็นอย่างมาก

หยางจื้อซีเดินไปหาน้องสาวแล้วยกมือลูบหัวของหยางอันอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัว เอาไก่ไปแลกอาหารเถอะ เรื่องนี้พี่สาวเช่นข้าจะจัดการเอง”

ชุ่ยฮวาได้ยินว่าหยางจื้อซีบอกให้หยางอันเอาไก่ไปแลกอาหารก็ตะโกนขึ้นสุดเสียง แลกอาหาร แลกกับอะไร พวกสกปรกเช่นเจ้าใครจะกล้าแลกอาหารด้วย ข้าบอกเอาไว้เลยนะ ไก่ตัวนี้เป็นของบ้านข้า ข้าเห็นนังขี้แพ้นี่จับไก่จากบ้านข้ามากับตา หากว่าพวกแกพี่น้องกล้าที่จะเอามันไปแลกอาหาร ข้าจะไปแจ้งทางการและรายงานต่อเจ้าหน้าที่

ชุ่ยฮวาขู่ออกมาเพราะคิดว่าสองพี่น้องจะกลัวเจ้าหน้าที่ทางการที่ตัวเองข่มขู่ แต่หารู้ไม่ว่าหยางจื้อซีวันนี้หาใช่หยางจื้อซีคนเมื่อวาน หยางจื้อซีหันกลับมามองชุ่ยฮวา เพียงแวบเดียวก็รู้สึกว่าบุคคลนี้ใจร้ายและเห็นแก่ตัว และใบหน้าของเธอน่ารังเกียจจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ

นี่คือผู้อาวุโสหรือ ไม่เพียงแต่ปากไม่ดีเท่านั้น แต่ยังใจดำและโหดเหี้ยมอีกด้วย”

ทันทีที่หยางจื้อซีพูดจบก็เดินเข้าไปหาชุ่ยฮวา จากนั้นก็ยกมือขึ้นตบหน้าชุ่ยฮวาเต็มแรง ชุ่ยฮวายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็รู้สึกเจ็บจนชาที่ใบหน้าของตัวเอง นางตกตะลึงไม่คิดว่าหยางจื้อซีจะกล้าตบตน

นี่เจ้ากล้าตบข้าหรือ เจ้ากล้าตบข้า นังเด็กเวรสารเลวสมควรตาย!”

ชาวบ้านที่มาดูความสนุกสนานเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่คิดว่าหยางจื้อซีจะมีความกล้าถึงขนาดที่ตบชุ่ยฮวาที่เป็นป้าสะใภ้ของตัวเอง

ข้าไม่เพียงกล้าตบเจ้า ข้ายังกล้าที่จะฆ่าเจ้าด้วย เจ้าเชื่อหรือไม่เล่า?” หยางจื้อซีหลบฝ่ามือของชุ่ยฮวาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็หันกลับมาแล้วเดินไปข้างหลังชุ่ยฮวา คว้าผมของนางแล้วดึงอย่างแรงจากนั้นก็ลากชุ่ยฮวาออกมา

อา!” ชุ่ยฮวาร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากมือของหยางจื้อซี แต่ไม่สามารถดิ้นหลุดไปได้ ทุกคนตกตะลึงกับการเคลื่อนไหวของหยางจื้อซี ราวกับว่านี่ยังจะใช่หยางจื้อซีคนที่มีเลือดท่วมตัวคนเมื่อวานนี้อีกหรือ แต่ดูเหมือนว่านางจะสบายดีแล้ว แรงดึงที่ผมของชุ่ยฮวามองดูแล้วนับว่าไม่น้อยเลย ทุกคนมองดูชุ่ยฮวากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเริ่มที่จะด่าทอสาปแช่งหยางจื้อซีทั้งครอบครัวอีกครั้ง หยางจื้อซีลากชุ่ยฮวาออกจากฝูงชน แต่เดินไปได้เพียงสามก้าวก็ไม่ลืมที่จะหันกลับมาบอกหยางอันว่า

น้องรอง หลังจากที่แลกเปลี่ยนอาหารแล้วก็กลับไปทำอาหารรอข้า ส่วนหมาบ้าตัวนี้ข้าจะจัดการเอง แล้วข้าจะรีบกลับไป”

หยางจื้อซี นังหมาป่าตาขาว พวกเจ้ามันเป็นพวกเลี้ยงไม่เชื่อง เป็นพวกหมาป่าตาขาว หากเจ้าทำอันใดข้า รับรองได้ว่าลุงใหญ่ของเจ้าและลูกพี่ลูกน้องของเจ้ารวมถึงปู่ย่าตายายของเจ้าไม่มีทางละเว้นเจ้าแน่”

หยางจื้อซีไม่สนใจคำด่าทอและสาปแช่งของชุ่ยฮวา ยังคงออกแรงลากให้ชุ่ยฮวาเดินตามนางมา ชาวบ้านที่เห็นเช่นนั้นต่างรีบตามไปเพื่อชมเรื่องสนุก หยางอันรีบนำไก่ไปแลกเป็นอาหารตามคำสั่งของพี่สาวทันที

ท่านป้า ข้าขอแลกเป็นข้าวสารหนึ่งจินเจ้าค่ะ”

หานซื่ออดไม่ได้ที่จะเบ้ปากเมื่อได้ยินสิ่งที่หยางอันต้องการ จึงมองดูหยางอันแล้วพูดว่า “เฮ้ ชีวิตครอบครัวเจ้าก็ลำบากแบบนั้น ทำไมเธอยังเปลี่ยนมาเป็นข้าวสารอีกล่ะ? เปลี่ยนเป็นธัญพืชไม่ขัดสีจะดีกว่านะ เจ้าสามารถทานอาหารที่มีธัญพืชไม่ขัดสีได้อีกสองสามมื้อ”

ขอโทษด้วยท่านป้า พอดีท่านแม่ของข้าไม่สบายและท้องของนางไม่ค่อยดี นางไม่สามารถกินธัญพืชไม่ขัดสีได้”

ตกลง ข้าเห็นว่าบ้านของเจ้าน่าสงสารแค่ไหน ข้าจะเอาข้าวสารมาให้เจ้า”

หยางอันไม่สนใจว่าป้าหานจะพึมพำบางอย่าง นางหันกลับมาและมองไปยังทิศทางที่หยางจื้อซีและคนอื่นๆ จากไป นางอดไม่ได้ที่จะคิดในใจ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันที่พี่สาวคนโตมีพลังมากมายขนาดนี้

หยางจื้อซีลากชุ่ยฮวาเดินไปข้างหน้าโดยมีพวกชาวบ้านติดตามพวกเขามาที่นี่ ชาวบ้านที่กำลังดูความสนุกสนานอยู่ข้างหลังต่างคิดว่าเป็นชุ่ยฮวาเองที่สร้างปัญหาให้กับหยางอันในครั้งนี้ แต่ชุ่ยฮวากลับไม่คิดเช่นนั้น นางคิดว่านี่เป็นเรื่องครอบครัวของตระกูลหยาง ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาและยังคงตามไปดูว่าหยางจื้อซีจะจัดการกับชุ่ยฮวาเช่นไร หรือว่าจะลากชุ่ยฮวากลับไปที่บ้านใหญ่หยางเพื่อขอให้ผู้เฒ่าหยางเป็นผู้ตัดสิน

แต่เมื่อทุกคนติดตามพวกเขาก็รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ชาวบ้านก็พูดขึ้นอย่างสงสัยว่า “นี่คือทางไปแม่น้ำ ไม่ใช่ทางไปบ้านของผู้เฒ่าหยางที่อยู่อีกด้านหนึ่ง นี่มันทิศทางตรงกันข้ามนี่”

โอ้ จื้อซีคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ และนางคงไม่ได้ต้องการจะฆ่าชุ่ยฮวาจริงๆ ใช่หรือไม่”

ทันทีที่การเดานี้ออกมาทุกคนก็ตื่นตระหนก ตอนนี้ไม่มีใครสนใจที่จะดูความสนุก ผู้ชายหลายคนไล่ตามพวกเขาอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้ทุกคนในตระกูลหยางที่ได้รับข่าวและเข้ามาก็เห็นหยางจื้อซีที่กำลังลากชุ่ยฮวาไปจนถึงแม่น้ำ

ท่านแม่ ปล่อยท่านแม่ของข้า หยางจื้อซี ถ้าเจ้ากล้าแตะต้องท่านแม่ของข้า ข้ารับรองได้เลยว่าข้าจะต้องฆ่าเจ้าแน่”

หยางจื้อซีหยุด หันกลับมามองหยางปิงที่กำลังวิ่งมาด้วยความรวดเร็ว ปากของเขาก็ตะโกนขู่ฆ่านาง หยางจื้อซียกชุ่ยฮวาด้วยมือข้างเดียวแล้วโยนชุ่ยฮวาออกไปไกลหลายหมี่ สุดท้ายชุ่ยฮวาก็ตกลงไปในแม่น้ำ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นี้ในระยะไกลต่างตกใจ เนื่องจากภาวะทุพโภชนาการเรื้อรังหยางจื้อซีจึงสูงเท่ากับเด็กอายุสิบขวบเท่านั้นและแขนของนางก็ผอมแห้งเหมือนตะเกียบ

ในขณะที่ชุ่ยฮวาทั้งอ้วนและสูงกว่าหยางจื้อซีมาก แม้ว่าจะมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือหลังจากที่หยางจื้อซีโยนชุ่ยฮวาลงแม่น้ำ นางก็หันหลังกลับและรีบเดินไปหาหยางปิง ในพริบตาเดียวหยางจื้อซีก็มาอยู่ตรงหน้าหยางปิง จากนั้นนางก็คว้าคอเสื้อของเขาด้วยมือข้างเดียว จากนั้นก็แค่นเสียงพูดที่สุดแสนจะเย็นชาว่า

ทุกคนที่ต้องการให้ข้าตายได้และข้าก็ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนเจ้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน” หยางปิงที่อยู่ด้านข้างตกใจมากเมื่อได้ยินสิ่งที่หยางจื้อซีพูด

หยางจื้อซีเจ้าบ้าไปแล้ว ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าบอกให้ปล่อยข้า” หยางปิงพยายามดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากมื้อของหยางจื้อซี แต่ทว่าน่าเสียดายที่หยางจื้อซีไม่สนใจเสียงร้องคร่ำครวญของเขาสักนิด นางจับเขาโยนลงแม่น้ำตามแม่ของเขาไปทันที ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของคนบ้านใหญ่ที่วิ่งมาถึงพอดี หยางเป่ยตะโกนขึ้นด้วยความโมโหและตกใจ

เจ้าไม่ใช่หยางจื้อซี เจ้าเป็นใคร เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่”

หยางจื้อซีอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มแล้วหันมาตอบหยางเป่ยว่า “ข้าบอกพวกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ใช่หยางจื้อซีคนเดิมเช่นเมื่อวาน ข้าไม่ใช่หยางจื้อซีที่จะยอมให้พวกเจ้ารังแกได้อีก หยางจื้อซีคนเมื่อวานได้ตายจากไปแล้ว ทำไมรึ พวกเจ้าไม่ดีใจหรือ ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาพวกเจ้าต้องการให้เป็นเช่นนี้รึ มีอันใดไม่เข้าใจกัน การที่ข้าเป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากพวกเจ้า ครอบครัวพวกเจ้าบีบคั้นพวกเรา รังแกพวกเรามานานเท่าไรแล้ว ตอนนี้ดีแล้วหากวันหน้าข้าจะฆ่าใครสักคนมันคงจะง่ายขึ้น และต่อไปนี้หากข้าเห็นว่าใครมันยังกล้ามารังแกครอบครัวของข้าอีก ข้าจะไม่มีทางละเว้นคนผู้นั้น”

เจ้า…เจ้ามันปีศาจ เจ้ามันเป็นวิญญาณร้าย”

ถึงข้าจะเป็นปีศาจหรือเป็นวิญญาณร้ายอย่างที่เจ้าว่า แต่ข้าก็ยังไม่มีจิตใจที่โหดเหี้ยมเช่นพวกเจ้า”

เจ้ามันบ้าไปแล้ว เจ้ามันเป็นบ้าไปแล้ว” หยางเป่ยถอยหลังกรูดทันทีที่หยางจื้อซีเดินเข้ามาหาเขา ตอนนี้เขารู้สึกว่าเด็กผู้หญิงตรงหน้าซึ่งเป็นหลานสาวของเขาแตกต่างไปจากเมื่อก่อนนี้มาก

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...