โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิโรจน์ ตอบชัด!! การเมืองมีความชอบธรรมที่จะแทรกแซงกองทัพ?

TOJO NEWS

อัพเดต 11 ธ.ค. 2567 เวลา 21.02 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2567 เวลา 13.55 น. • Admin_Tojo

วิโรจน์ เคลียร์ทุกประเด็น การเมืองจะเข้าจัดระเบียบ พ.ร.บ.กลาโหม

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
[ เคลียร์ทุกประเด็น เกี่ยวกับ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ]

ประเด็นที่ 1: การแก้ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม เป็นการทำให้การเมืองแทรกแซงกองทัพ

ตอบ:
วาทกรรม “การเมืองแทรกแซงกองทัพ” เป็นวาทกรรมเชิงลบที่สร้างขึ้นมาเพื่อด้อยค่า “การบริหารราชการกระทรวงกลาโหมของรัฐบาล” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสงวนให้กองทัพเป็น “รัฐอิสระ” เป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ที่มีอำนาจมืดครอบงำรัฐบาล ขัดขวางไม่ให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน

ถ้าการแทรกแซงหมายถึง การจัดสรรงบประมาณ และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม การออกระเบียบและการกำหนดคุณสมบัติในการแต่งตั้งโยกย้ายที่โปร่งใส และเป็นธรรมเพิ่มขึ้น การกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ภัยคุกคาม และบริบทของความมั่นคงในรูปแบบใหม่ที่ให้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น การปรับปรุงนโยบายในการดูแลกำลังพลให้มีสวัสดิภาพที่ดีปลอดจากการซ้อมทรมาน และการค้ามนุษย์ การแทรกแซงแบบนี้ยิ่งต้องควรแทรกแซง มิฉะนั้นนับวันกองทัพก็จะมีแต่ถดถอย ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ

ถ้าการแทรกแซง เป็นการกระทำที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เปิดเผยโปร่งใส ประชาชนรับรู้ถึงเจตนารมณ์ที่ดีของการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำไมจะแทรกแซงไม่ได้ ถ้ามีการประพฤติมิชอบเกิดขึ้น ก็มีกลไกในสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา คอยตรวจสอบถ่วงดุล มีกลไกของ ป.ป.ช. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลปกครอง ในการเอาผิดฝ่ายบริหารที่ประพฤติมิชอบ

ประเทศที่พัฒนาแล้ว กองทัพต้องอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ลองคิดกลับกันดูสิครับ ถ้ารัฐบาลที่ได้รับอำนาจจากประชาชนตามกติกาประชาธิปไตย ไม่สามารถแตะต้องอะไรกองทัพได้เลย ทั้งๆ ที่กองทัพใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน แต่อำนาจที่มาจากประชาชนกลับปรับเปลี่ยนอะไรกองทัพไม่ได้เลย ต้องยอมให้กองทัพทำตามอำเภอใจของตนเอง แล้วจะปฏิรูปกองทัพให้เข้มแข็งสอดรับกับบริบทความมั่นคงของโลกได้ยังไง

ดังนั้น อำนาจทางการเมืองที่มาจากประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ถ้ามีความโปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อำนาจทางการเมืองนั้นมีความชอบธรรมที่จะแทรกแซงกองทัพได้ครับ

ประเด็นที่ 2: การแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม จะทำให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีอำนาจเหนือกรมราชองครักษ์ และหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

ตอบ
ข้อกล่าวหานี้ต่างหากที่เป็นการกระทำที่บังอาจ และมิบังควร เพราะ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้มี พ.ร.ฎ.จัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ.2560 โดยมีการโอนหน่วยงาน หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และกรมราชองครักษ์ ซึ่งเดิมสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้มาสังกัดที่ "หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์" ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ ขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์ ดังนั้นการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม จึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์เลย

ผมกลับกังวลใจอย่างมากว่า เดี๋ยวนี้ถึงกลับกล้าหยิบยกเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นข้ออ้าง เพื่อป้องกันการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกองทัพแล้วหรือ นี่หรือครับความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ประเด็นที่ 3: คุณอนุทินบอกว่า ถ้านักการเมืองไม่สร้างเงื่อนไข ทหารก็ไม่ก่อรัฐประหาร ต่อให้แก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ถ้ามีการทำรัฐประหาร รัฐธรรมนูญก็ถูกฉีกอยู่ดี

ตอบ: ผมต้องบอกคุณอนุทินว่า ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขใดทหารก็ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อก่อรัฐประหารได้ จริงอยู่เมื่อทำรัฐประหารได้สำเร็จ สิ่งแรกที่คณะรัฐประหารทำ ก็คือ การฉีกรัฐธรรมนูญ ต่อให้เขียนกฎหมายว่าห้ามนำกำลังทหารมาใช้ยึดอำนาจ ก็คงไม่เป็นผล แต่มันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ยืนยันว่า “การทำรัฐประหารเป็นการกระทำชั่วร้ายที่ปล้นอำนาจไปจากประชาชน ที่ประเทศนี้ไม่สามารถยอมรับได้”

การป้องกันการก่อรัฐประหารต้องทำควบคู่กันหลายมาตรการ เช่น การแก้ไข มาตรา 25 ของ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ของพรรคประชาชน ที่ยกเลิกคณะกรรมกรแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูง แล้วให้กระทรวงกลาโหมกำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูงเป็นไปตามกติกาโดยชอบธรรม จะช่วยให้ทหารมืออาชีพมีความเติบโตในหน้าที่การงาน ลดทอนการสืบทอดอำนาจ และเครือข่ายอุปถัมภ์ภายในกองทัพลง ซึ่งจะช่วยป้องกันการก่อรัฐประหารได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ถ้ามีการแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น
1.แก้ไขให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่สามารถประกาศใช้กฎอัยการศึกได้ ไม่ใช่เป็นแค่ผู้บังคับกองพัน ก็สามารถประกาศใช้กฎอัยการศึกได้แล้ว อย่างที่เป็นอยู่

2.แก้ไขให้ผู้ที่มีอำนาจในการยกเลิกกฎอัยการศึก คือ นายกรัฐมนตรี หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรเมื่อมีมติเสียงข้างมาจากสภาผู้แทนราษฎรให้ยกเลิกกฎอัยการศึกษา โดยให้นายกรัฐมนตรี หรือประธานสภาผู้แทนราษฎรทูลเกล้าฯ เพื่อให้ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกกฎอัยการศึก

3.แก้ไขให้ผู้เสียหายมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาเองได้ ไม่ต้องถูกบังคับให้มอบคดีให้อัยการทหารเป็นโจทก์ แม้ว่าจะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกก็ตาม

4.แก้ไขให้การพิจารณาคดีที่มีลักษณะเฉพาะให้อยู่ในอำนาจศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลอาญาทุจริต ศาลทรัพย์สินทางปัญญา และศาลเยาวชน เป็นต้น
5.แก้ไขให้ทหารที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ ระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก ต้องมีความรับผิดทั้งทางอาญา และทางแพ่ง

การแก้ไขกฎหมายฉบับต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ อย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้มีวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด จะเป็นกลไกในการป้องกันการก่อรัฐประหารได้ดีที่สุด

ถ้าต้องสยบยอมต่ออำนาจทหารประหนึ่งทาส ในแบบที่คุณอนุทินเสนอ การก่อรัฐประหารก็ไม่เกิดขึ้นอยู่แล้วล่ะครับ เพราะผู้ปกครอง จะไปยึดอำนาจจากทาสทำไม ในเมื่อทาสยอมเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่างอยู่แล้ว

ประเด็นที่ 4: สาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ของพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน นั้นมีประเด็นที่ตรง และต่างกันอย่างไร

ตอบ:
จากการให้สัมภาษณ์ของคุณภูมิธรรม รมว.กลาโหม ที่บอกว่า ร่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ของคุณประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ นั้นเป็นร่างกฎหมายส่วนตัวในฐานะ สส. ของคุณประยุทธ์ แต่ไม่ใช่จุดยืนของพรรคเพื่อไทย โดยคุณภูมิธรรมบอกว่าจะยึดเอา พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่ผ่านสภากลาโหมเท่านั้น ก็แสดงว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีจุดยืนชัดเจนในการปฏิรูปกองทัพ ผ่านการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมเลย คือ จะยอมเป็นตรายางแก้ไขกฎหมายตามที่ทหารสั่งให้แก้เท่านั้น ซึ่งผมรู้สึกผิดหวังกับคำตอบของคุณภูมิธรรมอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องยืนยันว่าร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ฉบับของคุณประยุทธ์ และฉบับของพรรคประชาขน นั้นมีจุดร่วมกันอยู่จุดหนึ่ง ก็คือ ต้องการให้กองทัพอยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน แม้ว่ารายละเอียดจะแตกต่างกันอยู่บ้าง ก็ตาม

1.มาตรา 25 พรรคประชาชน แก้ไขให้ยกเลิกคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูง หรือ Super Board และให้กระทรวงกลาโหมกำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติที่เป็นมาตรฐานชัดเจน ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้นายทหารมืออาชีพที่มีประวัติการทำงาน และผลการปฏิบัติงานที่ดี ได้มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน ไม่ต้องไปวิ่งเต้น ไม่ต้องไปอยู่ในเครือข่ายอุปถัมภ์ของนายพลคนไหน ไม่ต้องกลัวว่าการเมืองจะมาแทรกแซง ซึ่งจุดแตกต่างในมาตรานี้ ก็คือ คุณประยุทธ์ไม่ได้เสนอให้ยกเลิก Super Board เพียงแต่เสนอให้เพิ่มปลัดสำนักนายกฯ เข้าไปเป็นกรรมการอีกคนหนึ่ง ซึ่งหากมีการลงมติอย่างไรก็แพ้เหมือนเดิม เพราะเดิมที Super Board มีอยู่ทั้งสิ้น 7 คน คือ รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกลาโหม ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. หากมีการลงมติฝ่ายรัฐบาลพลเรือนก็จะแพ้ในอัตรา 2 ต่อ 5 เสมอ ต่อให้เพิ่มปลัดสำนักนายกฯ เข้าไปอีก 1 คน ก็แพ้อยู่ดี โดยจะแพ้ในอัตรา 3 ต่อ 5 ทางเดียวที่จะโหวตชนะได้ ก็คือ ให้นายกฯ แต่งตั้ง รมช.กลาโหม ในจำนวนตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป เช่น อาจจะให้รองนายกฯ ทุกคนควบตำแหน่ง รมช.กลาโหม จาก ครม. 36 คน (นายกฯ + รมต. 35 คน) แม้ว่าจะทำได้ในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติถือว่าเป็นแนวทางที่ขาดความตรงไปตรงมา ซึ่งไม่น่าจะใช่ทางเลือกที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้นการเพิ่มปลัดสำนักนายกฯ เข้าไปอีก 1 ตำแหน่งใน Superboard จึงไม่น่าจะใช่ทางออกในการปรับปรุงให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูงมีความเป็นธรรมขึ้นมาได้

สำหรับการส่งโผแต่งตั้งให้ ครม. เห็นชอบเป็นรายชื่อ ผมคิดว่าเป็นการลดทอนอำนาจของ รมว.กลาโหม และไม่มีกระทรวงไหนทำแบบนี้ และถ้ามองในแง่ร้าย กระบวนการแบบนี้ ก็จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาล จองโควต้าการแต่งตั้งโยกย้ายให้กับคนของฝ่ายตนเองอีกด้วย ผมจึงคิดว่าทางที่ดีที่สุด ก็คือ การกำหนดหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติที่ชัดเจนเป็นมาตรฐาน ให้ รมว.กลาโหมเห็นชอบ แล้วก็ดำเนินการแต่งตั้งโยกย้าย เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ทีกำหนดขึ้นอย่างโปร่งใส ซึ่งจะทำให้นายทหารที่มีความสามารถได้เติบโตในหน้าที่การงาน ไม่มีระบบพรรคระบบพวก ไม่ต้องไปอยู่ภายใต้เครือข่ายอุปถัมภ์ของใคร การแต่งตั้งโยกย้ายด้วยระบบคุณธรรมแบบนี้ล่ะครับ จะทำให้การก่อรัฐประหารทำได้ยากมากๆ

2.ร่างของคุณประยุทธ์ มีการแก้ไขมาตรา 35 และเพิ่มมาตรา 35/1 โดยเขียนกฎหมายห้ามไม่ให้ใช้กำลังทหารในการยึดอำนาจ และล้อมปราบประชาชน รวมทั้งกำหนดให้รัฐบาลมีอำนาจในการระงับยับยั้งการเตรียมการก่อรัฐประหารได้ ซึ่งในประเด็นนี้ ผมไม่ได้มีความเห็นแย้งกับคุณประยุทธ์แต่อย่างใด เพระเข้าใจดีว่า คุณประยุทธ์ต้องการประกาศเจตนารมณ์สำคัญ เพื่อยืนยันว่า “ประชาชนไม่สามารถยอมรับการทำรัฐประหารได้” โดยตราเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม

อย่างไรก็ตาม การที่จะป้องกันการทำรัฐประหาร จะต้องทำร่วมกันหลายๆ มาตรการควบคู่กัน อาทิ การปรับปรุงให้การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสูงเป็นไปตามกติกาที่เป็นธรรม ปลอดจากระบบเส้นสาย การแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร การแก้ไข พ.ร.บ.กฎอัยการศึก และการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ อย่างจริงจัง

3.มาตรา 42 พรรคประชาชน และคุณประยุทธ์ มีจุดร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือ การลดจำนวนสมาชิกในสภากลาโหม และลดสัดส่วนของสมาชิกในสัดส่วนของกองทัพลง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติหน้าที่ และสภากลาโหมจะได้สามารถพิจารณาภัยคุกคามด้านต่างๆ เช่น ภัยคุกคามด้านไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อทรัพยากรธรรมชาติ ภัยคุกคามจากขบวนการค้ายาเสพติด ฯลฯ ที่สอดคล้องบริบทความมั่นคงใหม่ของโลก โดยแต่เดิมสมาชิกในสภากลาโหม มีจำนวนมากถึง 27 คน ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงด้านอื่นๆ รมว.กลาโหม ก็แต่งตั้งได้แค่ 3 คน แถมยังต้องแต่งตั้งตามมติของสภากลาโหมอีกด้วย สภากลาโหมที่มีความอุ้ยอ้าย และยึดติดอยู่ในกรอบเดิมๆ แบบนี้ ไม่มีทางที่จะนำพากองทัพให้พัฒนาเท่าทันโลกได้เลย ร่างของพรรคประชาชน จึงปรับลดจำนวนสมาชิกของสภากลาโหม เหลือเพียง 12 คน
โดยให้ รมว.กลาโหมแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิได้ 5 คน ในขณะที่ร่างของคุณประยุทธ์ ก็มีการปรับลดจำนวนสมาชิกของสภากลาโหมให้เหลือเพียง 17 คน โดยให้ รมว.กลาโหมแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิได้ 3 คน โดยความเห็นชอบจาก ครม. ซึ่งผมเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เลย เพราะการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในกระทรวงอื่นๆ รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงก็สามารถแต่งตั้งได้โดยชอบอยู่แล้ว หากการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิของ รมว.กลาโหม ต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม. นั่นเท่ากับเป็นการลดทอนอำนาจ และด้อยค่าการบริหารงานราชการของ รมว.กลาโหม อย่างไม่สมเหตุสมผล

และผมเองก็ไม่เข้าใจว่า เหตุใดคุณประยุทธ์ จึงตัด รมช.กลาโหม ออกจากสภากลาโหม และและยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ถึงเหตุผลในการเพิ่มปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางเข้ามา ซึ่งเมื่อพิจารณาจากหน้างานแล้ว ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับงานด้านความมั่นคงเลย

จุดแตกต่างที่สำคัญระหว่างร่างของพรรคประชาชน และร่างของคุณประยุทธ์ ก็คือ ร่างของพรรคประชาชนมีการแก้ไขบทบาทให้สภากลาโหม มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาลเท่านั้น ไม่ได้รัฐอิสระที่อยู่เหนือรัฐบาลของประชาชนในแบบที่เป็นอยู่ ซึ่งประเด็นนี้แตกต่างจากร่างของคุณประยุทธ์อย่างชัดเจน ที่สภากลาโหมยังคงเป็น ครม.เงาหลังม่านที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลพลเรือนอยู่เช่นเดิม การที่คุณประยุทธ์เสนอให้นายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นประธานสภากลาโหม เพิ่มปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีกรมบัญชีกลางเข้าไปในสภากลาโหม โดยตัด รมช.กลาโหม ออก ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการที่กองทัพทำตัวเป็นรัฐซ้อนรัฐอย่างที่เป็นอยู่เลย

.4. นอกจากนี้ร่างของพรรคประชาชน ยังได้มีการแก้ไขมาตรา 30 อีกด้วย เพื่อให้การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพมีความโปร่งใส คำนึงถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี การจ้างงาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการพัฒนากองทัพให้มีความเข้มแข็งที่ยั่งยืน มีความคล่องตัวในการรับมือกับภัยความมั่นคงในรูปแบบต่างๆ ในบริบทของความมั่นคงของโลกยุคใหม่
#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...