'อนุชา' ประสาน ตม.ล่าตัวเจ้าของ 'ดารุมะ' กวดขันผู้ประกอบการโฆษณาเกินจริง
'อนุชา' ประสาน ตม.ล่าตัวเจ้าของ 'ดารุมะ' เปิดช่องทางรับเรื่องจากปชช.ให้มากที่สุด กวดขันผู้ประกอบการโฆษณาเกินจริง แก้ขาย Voucher แบบล่วงหน้า
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีร้านดารุมะ ซูชิ ที่จำหน่าย Voucher รับประทานอาหารให้แก่ผู้บริโภคจำนวนมาก และปิดตัวลงอย่างกะทันหัน ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหายว่า ในฐานะที่กำกับดูแล สคบ.สั่งให้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในส่วนของผู้ที่ซื้อ Voucher ซึ่งเป็นจำนวนมาก
และในส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของความเสียหายต่างๆ พยายามที่จะอำนวยความสะดวกแม้ประชาชนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับ สคบ. แต่ก็สั่งการให้สคบ.พยายามรับเรื่องช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีหน้าที่ที่จะรักษากฎหมายในคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ทั้งตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้เร่งดำเนินการในส่วนนี้อย่างเต็มที่ และพยายามเปิดช่องทางรับเรื่องจากประชาชนให้ได้มากที่สุด ในการอำนวยความสะดวก
เมื่อถามว่า แต่ขณะนี้ทราบว่าผู้ต้องหาหนีไปต่างประเทศแล้ว จะสามารถดำเนินการได้อย่างไร นายอนุชา กล่าวว่า ขณะนี้ สคบ.ประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ถึงแหล่งที่ไปที่มาเพื่อให้ได้ความชัดเจน และเชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ ประสานในเรื่องนี้แล้วเช่นกัน และคาดว่ามูลค่าความเสียหายมีจำนวนมาก และประชาชนผู้ได้รับความเสียหายมีจำนวนมากเช่นกัน หลายหน่วยงานจึงต้องเข้ามาร่วมมือกันและบูรณาการงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สคบ.จะแก้ปัญหาอย่างไรในการขาย Voucher แบบล่วงหน้า เพราะบางครั้งก็ทำให้เกิดปัญหาได้ นายอนุชา กล่าวว่า ในระบบธุรกิจมีรูปแบบในการขายสินค้าหลายอย่าง การทำธุรกิจก็มีทั้งคนที่ทำแบบตรงไปตรงมาหรือคนที่ทำแบบมีปัญหา จึงอยากฝากประชาชนดูแลว่า ผู้ประกอบการนั้นๆ มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจหรือไม่ เพราะสินค้าบางอย่างที่มีราคาถูกเกินไปในลักษณะที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ตามความเป็นจริงก็ต้องช่วยกันดู
ในส่วนของสคบ.ตนสั่งไปแล้วให้ดูแลเป็นกรณีพิเศษในลักษณะการทำงานเชิงรุกกับผู้ประกอบการที่โฆษณาเกินจริง ก็ขอให้รีบดำเนินการ เรื่องนี้ตนสั่งการเป็นปีแล้ว เพราะโลกปัจจุบันเป็นโลกดิจิทัล มีคนประกอบธุรกิจมากมายผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ และสื่อออนไลน์ ซึ่งมีผลกระทบเกิดขึ้นมาโดยตลอด ยืนยันว่าสคบ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามทำงานเชิงรุกมาโดยตลอด
เมื่อถามว่า ตอนนี้ผู้กระทำความผิดยังมีเพียงรายเดียวใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลของผู้กระทำความผิดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะดีเอสไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเร่งรัดคดี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเข้าข่ายคดีฉ้อโกงประชาชน ซึ่งถือเป็นคดีอาญา จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล